ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 217: ข้อจำกัดฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายผูกพันทุกฝ่าย
ตัวบทกฎหมาย
ในคดีซึ่งมีข้อจำกัดว่า ให้คู่ความฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ข้อจำกัดนี้ให้บังคับแก่คู่ความและบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีด้วย
คำแปลภาษาอังกฤษ
In a case in which there is a restriction that a party may file a Dika only on a question of law, this restriction shall also apply to the parties and to all persons involved in the case.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
บทบัญญัตินี้ขยายผลของข้อจำกัดตามกฎหมายที่ให้ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย เพื่อป้องกันมิให้คู่ความหรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้อง เช่น ผู้ร้องขอคืนของกลางหรือโจทก์ร่วม หลีกเลี่ยงข้อห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง โดยทำงานร่วมกับข้อห้ามในมาตรา 218 มาตรา 219 และมาตรา 220 และต้องอ่านประกอบมาตรา 221 อันเป็นข้อยกเว้นแคบที่อนุญาตให้ฎีกาในคดีที่ต้องห้ามได้
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากคดีของท่านอยู่ภายใต้ข้อจำกัดฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย อย่าเข้าใจว่าคู่ความที่เกี่ยวข้องหรือผู้ร้องสอดจะมีสิทธิยกปัญหาข้อเท็จจริงได้มากกว่าคู่ความหลัก เพราะต่างผูกพันตามข้อจำกัดเดียวกัน แนวทางที่ปลอดภัยคือเขียนฎีกาให้เป็นปัญหาข้อกฎหมายโดยแท้ และหากมีปัญหาข้อเท็จจริงที่สำคัญจริง ให้ใช้ช่องทางรับรองตามมาตรา 221
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 462/2521 (1978)
ในคดีอาญาที่ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง แต่ศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์เพราะเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามมาตรา 193 ทวิ โจทก์ย่อมฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ เพราะเป็นปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และศาลอุทธรณ์พิพากษายกอุทธรณ์ของโจทก์เพราะเห็นว่าเป็นอุทธรณ์ที่ต้องห้ามตามมาตรา 193 ทวิ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าโจทก์ย่อมฎีกาคัดค้านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ได้ เพราะปัญหาว่าอุทธรณ์ต้องห้ามหรือไม่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย ไม่ต้องห้ามฎีกา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 14 คดี (พ.ศ. 2490 ถึง 2553)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8872/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 640/2530 (1987)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2847/2533 (1990)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1087/2527 (1984)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 164/2510 (1967)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 37/2490 (1947)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1260/2532 (1989)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 572/2505 (1962)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ข้อจำกัดฎีกาเฉพาะปัญหาข้อกฎหมายผูกพันใครบ้าง
ตามมาตรา 217 ไม่เพียงคู่ความหลัก แต่บุคคลทุกคนที่เกี่ยวข้องในคดี รวมถึงผู้ร้องและผู้เกี่ยวข้อง ต่างผูกพันตามข้อจำกัดที่ให้ฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย
หลีกเลี่ยงข้อจำกัดโดยยกปัญหาข้อเท็จจริงให้เป็นข้อกฎหมายได้หรือไม่
ไม่ได้ ศาลพิจารณาเนื้อหาแท้จริงของฎีกา หากเป็นการโต้แย้งพยานหลักฐาน ย่อมถือเป็นปัญหาข้อเท็จจริงและต้องห้ามตามข้อจำกัดที่มาตรา 217 บังคับใช้
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 217 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 217. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-217/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 217 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-217/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-217/"><p>ในคดีซึ่งมีข้อจำกัดว่า ให้คู่ความฎีกาได้แต่เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ข้อจำกัดนี้ให้บังคับแก่คู่ความและบรรดาผู้ที่เกี่ยวข้องในคดีด้วย</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 217 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-217/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา