ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 219 — ห้ามฎีกาข้อเท็จจริงคดีโทษต่ำ
คนบทกฎหมาย
ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจำคุกจำเลยไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท
หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจำเลยไม่เกินกำหนดที่ว่ามานี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
แต่ข้อห้ามนี้มิให้ใช้แก่จำเลยในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย
คำแปลภาษาไทย
In a case in which the Court of First Instance imposes imprisonment on the defendant not exceeding two years or a fine not exceeding forty thousand baht, or both imprisonment and fine, if the Court of Appeal still imposes a penalty on the defendant not exceeding the limits stated above, the parties are prohibited from filing a Dika on a question of fact. This prohibition does not apply to the defendant in a case in which the Court of Appeal amends the judgment substantially and increases the defendant's penalty.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรานี้เป็นบทกรองปัญหาข้อเท็จจริงสำหรับคดีโทษต่ำ เสริมกับข้อห้ามตามมาตรา 218 โดยยึดระดับโทษในศาลชั้นต้น (จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท) ประกอบกับการที่ศาลอุทธรณ์คงโทษไม่เกินกำหนด บทนี้คุ้มครองจำเลยเพียงกรณีเดียว คือเมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษ จำเลยจึงกลับมีสิทธิฎีกาข้อเท็จจริง ข้อห้ามนี้ทะลุได้โดยการรับรองตามมาตรา 221 แต่ข้อห้ามตามมาตรา 219 ตรี มิอาจรับรองได้
ความสำคัญต่อ
ในคดีเล็กน้อย ข้อห้ามนี้ปิดการฎีกาข้อเท็จจริงเกือบทั้งหมด คำถามในทางปฏิบัติคือ ศาลอุทธรณ์แก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษหรือไม่ ซึ่งจะทำให้จำเลยกลับมีสิทธิฎีกาข้อเท็จจริง และต้องแยกให้ชัดระหว่างมาตรา 219 กับมาตรา 219 ตรี เพราะผู้พิพากษารับรองให้ฎีกาในคดีตามมาตรา 219 ได้ แต่รับรองในคดีตามมาตรา 219 ตรี ไม่ได้
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3716/2567 (2024)
คดีที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 มิใช่กรณีที่ต้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกา สองช่องทางนี้แยกจากกัน ทางที่ถูกต้องคือการขอให้ผู้พิพากษารับรอง มิใช่การขออนุญาตต่อศาลฎีกา
โจทก์ร่วมยื่นฎีกาพร้อมคำร้องขออนุญาตฎีกาต่อศาลฎีกา ศาลชั้นต้นเห็นว่าเป็นคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 มิใช่กรณีขออนุญาตต่อศาลฎีกา และให้เวลาแก้ไข แสดงว่าคดีตามมาตรา 219 ต้องใช้ช่องทางขอให้ผู้พิพากษารับรอง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2566 (2023)
เมื่อศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์มิได้ลงโทษจำคุกเกินสองปี ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงต้องห้ามตามมาตรา 219 (ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว) และการโต้แย้งพยานหลักฐานเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ในคดีเยาวชนที่มิได้ลงโทษเกินสองปี ฎีกาของจำเลยที่ว่าพยานหลักฐานฟังไม่ได้ว่ากระทำผิด เป็นการโต้แย้งดุลพินิจในการรับฟังพยานหลักฐาน อันเป็นปัญหาข้อเท็จจริงที่ต้องห้ามตามมาตรา 219 ประกอบพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวฯ มาตรา 182/1
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
โทษระดับใดที่ทำให้ต้องห้ามตามมาตรา 219
จำคุกไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาทในศาลชั้นต้น และศาลอุทธรณ์คงโทษไม่เกินกำหนด กรณีนี้คู่ความห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
จำเลยยังฎีกาข้อเท็จจริงได้เมื่อใดแม้มีมาตรา 219
เมื่อศาลอุทธรณ์แก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจำเลย ข้อห้ามไม่ใช้แก่จำเลย จำเลยจึงฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงได้