ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

228 — อำนาจศาลสืบพยานเพิ่มเติม

คนบทกฎหมาย

ระหว่างพิจารณาโดยพลการหรือคู่ความฝ่ายใดร้องขอ ศาลมีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติม จะสืบเองหรือส่งประเด็นก็ได้

คำแปลภาษาไทย

During the trial, on its own motion or upon application by any party, the court has the power to take additional evidence; it may take the evidence itself or issue a commission to another court.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 228 ให้อำนาจศาลชั้นพิจารณาในการค้นหาความจริงเชิงรุก โดยสืบพยานเพิ่มเติมได้ทั้งโดยพลการหรือเมื่อคู่ความร้องขอ อยู่ในภาค 5 หมวดหลักทั่วไป สะท้อนหน้าที่ของศาลไทยในการค้นหาความจริงมิใช่รับฟังอย่างเฉยเมย ศาลจะสืบเองหรือส่งประเด็นให้ศาลอื่นตามมาตรา 230 ก็ได้ เมื่ออ่านประกอบมาตรา 208 (1) ศาลอุทธรณ์ก็อาจสั่งให้สืบพยานเพิ่มเติมได้ และมาตรา 15 นำวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 120 มาใช้โดยอนุโลมในการหักล้างความน่าเชื่อถือของพยาน

ความสำคัญต่อ

สำหรับคู่ความ มาตรานี้หมายความว่าช่องว่างของพยานหลักฐานไม่จำเป็นต้องเป็นผลร้ายเสมอไป ศาลสั่งสืบเพิ่มได้และคู่ความก็ร้องขอได้ โดยเฉพาะเมื่อการรับสารภาพยังมีข้อสงสัยจริง ศาลสืบพยานเพิ่มก่อนลงโทษได้แทนที่จะรับสารภาพเลย หากท่านเห็นว่าพยานสำคัญยังไม่ได้สืบโดยชอบ ทนายสามารถขอให้ศาลชั้นต้นหรือศาลอุทธรณ์ใช้อำนาจนี้ได้ การเตรียมตัวก่อนขึ้นศาลช่วยให้ท่านเห็นจุดที่ควรขอสืบพยานเพิ่ม

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5172/2566 (2023)

    ศาลมีอำนาจสืบพยานเพิ่มเติมโดยพลการหรือเมื่อคู่ความร้องขอตามมาตรา 228 และโดยมาตรา 15 อาจนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 120 มาใช้ให้คู่ความนำพยานมาหักล้างความน่าเชื่อถือของพยานได้

    ศาลยืนยันว่าแม้อยู่ระหว่างสืบพยานจำเลย ก็สืบพยานเพิ่มเติมได้ตามมาตรา 228 และโดยนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 120 ประกอบมาตรา 15 มาใช้ อนุญาตให้คู่ความนำพยานมาสนับสนุนข้ออ้างว่าพยานอีกฝ่ายไม่ควรเชื่อฟังได้

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4790/2564 (2021)

    เมื่อการรับสารภาพยังมีข้อสงสัยว่าจำเลยกระทำผิดหรือการกระทำเป็นความผิดหรือไม่ ศาลควรสืบพยานเพิ่มเติมตามมาตรา 228 ก่อนพิพากษา แทนที่จะลงโทษตามคำรับสารภาพเพียงอย่างเดียว

    ศาลวินิจฉัยว่าการรับสารภาพไม่จำต้องพิพากษาทันทีเสมอไป เมื่อมีข้อสงสัย ศาลชั้นต้นควรใช้อำนาจตามมาตรา 228 สืบพยานเพิ่มเติม หรือศาลอุทธรณ์อาจสั่งให้ศาลชั้นต้นสืบพยานตามมาตรา 208 (1)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 423/2565 (2022)

    ศาลอุทธรณ์ไม่ควรวินิจฉัยข้อเท็จจริงที่ยังโต้แย้งกันโดยไม่สืบพยานเพิ่มเติมตามมาตรา 208 (1) ประกอบมาตรา 228 เมื่อจำเป็นเพื่อให้การวินิจฉัยถูกต้องเที่ยงธรรม

    ศาลวินิจฉัยว่าศาลอุทธรณ์ควรสืบพยานเพิ่มเติมตามมาตรา 208 (1) ประกอบมาตรา 228 ในปัญหาว่าจำเลยมีใบอนุญาตขับรถหรือไม่ก่อนวินิจฉัย แทนที่จะด่วนวินิจฉัย

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ศาลสืบพยานเพิ่มเติมเองได้หรือไม่

ได้ มาตรา 228 ให้อำนาจศาลสืบพยานเพิ่มเติมระหว่างพิจารณาได้ทั้งโดยพลการหรือเมื่อคู่ความร้องขอ และจะสืบเองหรือส่งประเด็นให้ศาลอื่นก็ได้

หากการรับสารภาพยังมีข้อสงสัยในความผิดจะเป็นอย่างไร

ศาลอาจใช้มาตรา 228 สืบพยานเพิ่มเติมก่อนพิพากษา แทนที่จะลงโทษตามคำรับสารภาพเพียงอย่างเดียว เพื่อให้ได้ความจริงเมื่อยังมีข้อสงสัย

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น