ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

28 — ผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา

คนบทกฎหมาย

บุคคลเหล่านี้มีอำนาจฟ้องคดีอาญาต่อศาล
(๑) พนักงานอัยการ
(๒) ผู้เสียหาย

คำแปลภาษาไทย

The following persons have the power to institute a criminal prosecution before a court:
(1) the public prosecutor;
(2) the injured person.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 28 เป็นบทเปิดของหมวดว่าด้วยการฟ้องคดีอาญา และกำหนดตัวผู้มีอำนาจฟ้อง ได้แก่ พนักงานอัยการตาม (1) และผู้เสียหายตาม (2) ผู้ที่จะเป็นผู้เสียหายเป็นไปตามนิยามในมาตรา 2 (4) สำหรับความผิดที่กระทำต่อรัฐ เช่น ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ รัฐเป็นผู้เสียหายและมีเพียงพนักงานอัยการที่ฟ้องได้ เว้นแต่เอกชนได้รับความเสียหายเป็นพิเศษโดยตรง มาตรานี้ทำงานร่วมกับมาตรา 29 ถึง 36 ว่าด้วยการดำเนินคดีต่าง การเข้าร่วม การรวมพิจารณา การถอนฟ้อง และการฟ้องใหม่

ความสำคัญต่อ

อำนาจฟ้องเป็นสิ่งแรกที่ศาลตรวจสอบ หากท่านไม่ใช่ผู้เสียหายที่แท้จริง คดีที่ฟ้องเองจะถูกยกฟ้องและเหลือเพียงอัยการที่ดำเนินการได้ ก่อนฟ้องเอง ควรตรวจสอบว่าท่านได้รับความเสียหายโดยตรง มิใช่เพียงไม่พอใจต่อความผิดที่กระทำต่อรัฐ กรณีฉ้อโกงหรือสูญเสียทรัพย์มักเข้าข่าย แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริง จึงควรปรึกษาทนายความก่อนฟ้อง

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1220/2567 (2024)

    ประชาชนที่สูญเสียทรัพย์สินจากการถูกหลอกลวงในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 เป็นผู้ได้รับความเสียหายโดยตรงและเป็นผู้เสียหายที่ฟ้องคดีได้ด้วยตนเอง

    แม้ความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนจะเป็นความผิดอาญาแผ่นดิน แต่ประชาชนแต่ละคนที่สูญเสียทรัพย์สินจากการถูกหลอกลวงย่อมเป็นผู้เสียหายโดยตรงและมีอำนาจฟ้องคดีเองได้ตามมาตรา 28 (2) โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3620/2566 (2023)

    ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการเป็นความผิดที่กระทำต่อรัฐ จึงเป็นอำนาจของพนักงานอัยการที่จะฟ้องตามมาตรา 28 (1) ผู้ที่มิได้รับความเสียหายเป็นการส่วนตัวไม่มีอำนาจฟ้อง

    ความผิดที่ฟ้องตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และ 157 เป็นผลเสียหายแก่รัฐเท่านั้น มิได้กระทบสิทธิของโจทก์ การฟ้องจึงเป็นอำนาจของพนักงานอัยการตามมาตรา 28 (1) และโจทก์ที่ฟ้องในฐานะตำแหน่งมิใช่ส่วนตัวไม่เป็นผู้เสียหาย

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 660/2565 (2022)

    การเคลื่อนย้ายหลักหมายเขตหรือหมุดหลักฐานเพื่อการแผนที่เป็นความผิดต่อรัฐ ซึ่งเป็นอำนาจของพนักงานอัยการที่จะฟ้องตามมาตรา 28 (1) เอกชนจะฟ้องได้ต่อเมื่อได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ

    การเคลื่อนย้ายหลักเขตโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นความผิดต่อรัฐที่พนักงานอัยการเป็นผู้ฟ้องตามมาตรา 28 (1) แม้โจทก์อ้างว่ามีการเคลื่อนหลักเขตรุกเข้าที่ดินของตนประมาณ 6.3 ตารางวา ก็ถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้เสียหายจากการกระทำผิดและไม่มีอำนาจฟ้อง

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

ผู้เสียหายฟ้องคดีอาญาเองได้หรือไม่

ได้ ตามมาตรา 28 (2) ผู้เสียหายมีอำนาจฟ้องคดีเองได้นอกเหนือจากพนักงานอัยการ โดยต้องเป็นผู้เสียหายที่แท้จริงและได้รับความเสียหายโดยตรง

ความผิดที่กระทำต่อรัฐใครเป็นผู้ฟ้อง

ความผิดต่อรัฐ เช่น ความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ รัฐเป็นผู้เสียหายและมีเพียงพนักงานอัยการที่ฟ้องได้ตามมาตรา 28 (1) เว้นแต่เอกชนได้รับความเสียหายเป็นพิเศษโดยตรง

บุคคลทั่วไปที่พบเห็นการกระทำผิดฟ้องคดีเองได้หรือไม่

ไม่ได้ ผู้มีอำนาจฟ้องมีเพียงพนักงานอัยการหรือผู้เสียหาย พยานที่ไม่ได้รับความเสียหายโดยตรงไม่มีอำนาจฟ้องคดี แต่สามารถแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจได้

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น