ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 3: อำนาจจัดการแทนผู้เสียหาย
ตัวบทกฎหมาย
บุคคลดังระบุในมาตรา ๔, ๕ และ ๖ มีอำนาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ
(๑) ร้องทุกข์
(๒) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ
(๓) เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
(๔) ถอนฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา
(๕) ยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัว
คำแปลภาษาอังกฤษ
The persons specified in Sections 4, 5 and 6 have power to do the following on behalf of the injured person, subject to the conditions provided in those Sections:
(1) to file a complaint;
(2) to be a plaintiff prosecuting a criminal case, or to join as co-plaintiff with the public prosecutor;
(3) to be a plaintiff prosecuting a civil case connected with the criminal case;
(4) to withdraw a criminal case, or a civil case connected with the criminal case;
(5) to compound a case in a compoundable offense (an offense against a private individual).
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 3 กำหนดขอบเขตของกิจการที่ผู้มีอำนาจจัดการแทนทำได้ ส่วนมาตรา 4, 5 และ 6 กำหนดว่าใครเป็นผู้มีอำนาจและภายใต้เงื่อนไขใด อำนาจตามมาตรานี้มีความสำคัญ อนุมาตรา (2) ให้เข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการได้ และอนุมาตรา (5) ให้ยอมความได้ ซึ่งในความผิดอันยอมความได้จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 (2) ศาลจะตรวจสอบว่าผู้กระทำการมีฐานะเป็นผู้แทนโดยแท้จริงหรือไม่ เช่น บิดาที่หมดอำนาจปกครองหลังการหย่าย่อมไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมตามมาตรา 3 และมาตรา 5 (1)
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
หากท่านดำเนินการแทนผู้อื่น เช่น บิดามารดาทำแทนผู้เยาว์ หรือทายาททำแทนผู้เสียหายที่ถึงแก่ความตาย อำนาจตามมาตรา 4 ถึง 6 ต้องชัดเจนก่อนร้องทุกข์ ฟ้องคดี ถอนฟ้อง หรือยอมความ ความบกพร่องในอำนาจอาจทำให้คำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์หรือการยอมความเสียไป แม้ศาลมักให้แก้ไขข้อบกพร่องก่อนก็ตาม จึงควรตรวจสอบอำนาจฟ้องแต่เนิ่น ๆ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4536/2565 (2022)
ผู้แทนโดยชอบธรรมมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามมาตรา 5 (1) และมีสิทธิเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 3 (2) แต่หากผู้ปกครองประพฤติเป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เยาว์ ศาลอาจตั้งผู้แทนเฉพาะคดีแทนได้
ศาลรับว่าผู้แทนโดยชอบธรรมมีอำนาจจัดการแทนผู้เสียหายตามมาตรา 5 (1) และยื่นคำร้องขอเข้าร่วมเป็นโจทก์ตามมาตรา 3 (2) ได้ แต่ในคดีที่ผู้เสียหายเป็นผู้เยาว์ หากผู้ปกครองมีพฤติการณ์เป็นปฏิปักษ์ต่อผู้เยาว์ ศาลอาจตั้งผู้แทนเฉพาะคดีแทนได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4217/2565 (2022)
บิดาที่หมดอำนาจปกครองเพราะการหย่าไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมตามมาตรา 3 และมาตรา 5 (1) ความบกพร่องเรื่องความสามารถที่เกิดขึ้นไม่ถึงกับต้องยกฟ้องทันที แต่ควรให้แก้ไขก่อน
เมื่อบิดามารดาหย่ากันและให้มารดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง บิดาย่อมไม่ใช่ผู้แทนโดยชอบธรรมตามมาตรา 3 และมาตรา 5 (1) การที่บิดาขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมและขอค่าสินไหมทดแทนแทนผู้เยาว์จึงบกพร่องเรื่องความสามารถ ศาลวินิจฉัยว่าควรให้แก้ไขตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 56 วรรคสอง มิใช่ยกฟ้องเสียทีเดียว
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1288/2564 (2021)
บิดาในฐานะผู้แทนของบุตรผู้เยาว์ยอมความได้โดยชอบตามมาตรา 3 (5) และมาตรา 5 (1) ในความผิดอันยอมความได้ ย่อมทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 (2)
บิดาของผู้เสียหายตกลงว่าหากจำเลยชดใช้ค่าสินไหมทดแทนก็จะไม่ติดใจดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา และจำเลยได้ปฏิบัติตามแล้ว ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการยอมความโดยบิดาแทนบุตรผู้เยาว์ตามมาตรา 3 (5) และมาตรา 5 (1) เมื่อความผิดฐานหน่วงเหนี่ยวกักขังเป็นความผิดอันยอมความได้ สิทธินำคดีอาญามาฟ้องจึงระงับไปตามมาตรา 39 (2)
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 42 คดี (พ.ศ. 2491 ถึง 2566)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1468/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4217/2565 (2022)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 544/2563 (2020)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 241-243/2559 (2016)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1339/2557 (2014)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5865/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8537/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4992/2553 (2010)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 5 29
- ป.อ. มาตรา 91 14
- ป.อ. มาตรา 83 14
- ป.อ. มาตรา 29 10
- ป.อ. มาตรา 30 10
- ป.อ. มาตรา 78 9
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ผู้จัดการแทนผู้เสียหายทำอะไรได้บ้างในคดีอาญา
ตามมาตรา 3 ผู้มีอำนาจจัดการแทนอาจร้องทุกข์ เป็นโจทก์หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์ ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา ถอนฟ้อง และยอมความในความผิดต่อส่วนตัว
บิดามารดายอมความแทนบุตรผู้เยาว์ได้หรือไม่
ได้ หากเป็นผู้แทนโดยชอบธรรมตามมาตรา 5 (1) และมาตรา 3 (5) การยอมความโดยชอบในความผิดอันยอมความได้จะทำให้สิทธินำคดีอาญามาฟ้องระงับไปตามมาตรา 39 (2)
ใครเป็นผู้มีอำนาจจัดการแทนตามมาตรา 3
มาตรา 3 กำหนดเพียงอำนาจที่ทำได้ ส่วนตัวบุคคลผู้มีอำนาจและเงื่อนไขนั้นบัญญัติไว้ในมาตรา 4, 5 และ 6
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Criminal Procedure Code, s. 3 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Criminal Procedure Code (Thailand), s. 3. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-3/ (accessed 1 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.วิ.อ. มาตรา 3 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-3/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-3/"><p>บุคคลดังระบุในมาตรา ๔, ๕ และ ๖ มีอำนาจจัดการต่อไปนี้แทนผู้เสียหายตามเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในมาตรานั้น ๆ (๑) ร้องทุกข์ (๒) เป็นโจทก์ฟ้องคดีอาญา หรือเข้าร่วมเป็นโจทก์กับพนักงานอัยการ (๓) เป็นโจทก์ฟ้องคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา (๔) ถอนฟ้องคดีอาญาหรือคดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องกับคดีอาญา (๕) ยอมความในคดีความผิดต่อส่วนตัว</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 3 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-3/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา