ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
47 — คดีแพ่งวินิจฉัยตามกฎหมายความรับผิดทางแพ่ง
คนบทกฎหมาย
คำพิพากษาคดีส่วนแพ่งต้องเป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันว่าด้วยความรับผิดของบุคคลในทางแพ่ง โดยไม่ต้องคำนึงถึงว่าจำเลยต้องคำพิพากษาว่าได้กระทำความผิดหรือไม่ราคาทรัพย์สินที่สั่งให้จำเลยใช้แก่ผู้เสียหาย
ให้ศาลกำหนดตามราคาอันแท้จริง
ส่วนจำนวนเงินค่าสินไหมทดแทนอย่างอื่นที่ผู้เสียหายจะได้รับนั้น
ให้ศาลกำหนดให้ตามความเสียหายแต่ต้องไม่เกินคำขอ
คำแปลภาษาไทย
The judgment in the civil part must accord with the provisions of law concerning the civil liability of persons, without regard to whether the defendant is adjudged to have committed the offence or not. The value of the property that the defendant is ordered to pay to the injured person shall be fixed by the court according to its true value. As for the amount of any other compensation the injured person is to receive, the court shall fix it according to the damage, but it must not exceed the claim.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 47 แยกมาตรฐานของสองส่วนออกจากกัน ความผิดวินิจฉัยตามกฎหมายอาญา แต่คดีแพ่งที่เกี่ยวเนื่องวินิจฉัยตามกฎหมายว่าด้วยความรับผิดทางแพ่งโดยไม่ขึ้นกับผลคดีอาญา ดังนั้นการยกฟ้อง เช่น เพราะไม่ได้ความว่ามีเจตนาทุจริต ไม่ทำให้คดีแพ่งตกไปโดยอัตโนมัติ ศาลยังต้องวินิจฉัยความรับผิดทางแพ่ง มาตรานี้ยังกำหนดมาตรวัดสองประการ คือ ราคาทรัพย์ที่จำเลยต้องใช้ให้กำหนดตามราคาอันแท้จริง และค่าสินไหมทดแทนอื่นกำหนดตามความเสียหายแต่ต้องไม่เกินคำขอ สอดคล้องกับมาตรา 46 เรื่องผูกพันข้อเท็จจริง และมาตรา 44/1 ที่ศาลจะให้ในสิ่งที่มิได้ขอ เช่น ดอกเบี้ย ไม่ได้
ความสำคัญต่อ
อย่าเข้าใจว่าการยกฟ้องคดีอาญาทำให้เรื่องเงินจบ แม้จำเลยพ้นผิดในคดีอาญา ศาลยังต้องวินิจฉัยความรับผิดทางแพ่งตามมาตรฐานทางแพ่ง ท่านอาจได้รับชดใช้อยู่ มีข้อจำกัดสองประการต่อสิ่งที่จะได้ คือ ทรัพย์กำหนดตามราคาแท้จริง มิใช่ตามที่จ่ายหรือคาดหวัง และค่าสินไหมทดแทนรวมต้องไม่เกินคำขอ จึงต้องระบุคำขอให้รอบคอบและครบตั้งแต่ต้น เพราะความสัมพันธ์ระหว่างผลคดีอาญากับการเรียกค่าเสียหายเป็นเรื่องทางเทคนิค ควรปรึกษาทนายก่อนสรุปคำขอ
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4317/2567 (2024)
แม้จำเลยจะถูกยกฟ้องฐานลักทรัพย์เพราะขาดเจตนาทุจริต ศาลก็ยังต้องวินิจฉัยคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ในคดีส่วนแพ่งตามมาตรา 47
จำเลยถูกยกฟ้องฐานลักทรัพย์เพราะไม่ได้ความว่ามีเจตนาทุจริต แต่ศาลอุทธรณ์มิได้วินิจฉัยคำขอให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์ ศาลวินิจฉัยว่าตามมาตรา 47 คดีส่วนแพ่งต้องวินิจฉัยตามกฎหมายความรับผิดทางแพ่งโดยไม่คำนึงถึงการยกฟ้อง จึงต้องวินิจฉัยคำขอนั้นด้วย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2232/2567 (2024)
แม้คดีส่วนอาญาจะถูกจำหน่ายออกจากสารบบความ คดีส่วนแพ่งยังดำเนินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และคำพิพากษาต้องเป็นไปตามกฎหมายความรับผิดทางแพ่งตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง
หลังคดีส่วนอาญาถูกจำหน่ายตามมาตรา 39 (1) ศาลวินิจฉัยว่าคดีส่วนแพ่งยังต้องดำเนินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง และตามมาตรา 47 วรรคหนึ่ง ต้องวินิจฉัยตามกฎหมายความรับผิดทางแพ่งโดยไม่คำนึงว่าจำเลยถูกลงโทษหรือไม่ สิทธิของโจทก์ร่วมที่จะได้ทรัพย์คืนหรือใช้ราคาเป็นสิทธิในคดีส่วนแพ่งที่อัยการใช้อำนาจตามมาตรา 43
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3664/2568 (2025)
คดีส่วนแพ่งเป็นไปตามกฎหมายความรับผิดทางแพ่งโดยไม่ต้องคำนึงว่าจำเลยกระทำผิดหรือไม่ จำเลยที่ผิดสัญญาจึงต้องคืนเงินแม้คดีอาญาจะถูกยกฟ้อง
โดยปรับใช้มาตรา 47 วรรคหนึ่ง ศาลวินิจฉัยว่าแม้คดีอาญาจะถูกยกฟ้อง แต่จำเลยเป็นฝ่ายผิดสัญญาเพราะไม่ส่งมอบสินค้าหลังรับเงิน 135,000 บาท จึงยังต้องคืนเงินจำนวนดังกล่าวแก่โจทก์ร่วมตามกฎหมายความรับผิดทางแพ่ง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ถ้าจำเลยถูกยกฟ้องคดีอาญา ฉันยังเรียกค่าเสียหายได้ไหม
อาจได้ ตามมาตรา 47 คดีส่วนแพ่งวินิจฉัยตามกฎหมายความรับผิดทางแพ่งโดยไม่คำนึงถึงการยกฟ้อง ศาลจึงยังต้องวินิจฉัยว่าจำเลยต้องรับผิดทางแพ่งหรือไม่
ราคาทรัพย์ที่สูญเสียคำนวณอย่างไร
ตามมาตรา 47 ศาลกำหนดราคาทรัพย์ที่จำเลยต้องใช้ตามราคาอันแท้จริง ส่วนค่าสินไหมทดแทนอื่นกำหนดตามความเสียหาย แต่ต้องไม่เกินคำขอ