ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
50 — ผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
คนบทกฎหมาย
ในกรณีที่ศาลสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน
หรือค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายตามมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ หรือมาตรา ๔๔/๑
ให้ถือว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
คำแปลภาษาไทย
In a case where the court orders the return or payment of the value of property, or of compensation, to the injured person under section 43, section 44 or section 44/1, the injured person shall be deemed a judgment creditor.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 50 ทำให้คำสั่งเรียกทรัพย์คืนหรือค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหายมีผลบังคับได้จริง เมื่อศาลสั่งให้คืนทรัพย์ ใช้ราคา หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 43, 44 หรือ 44/1 ผู้เสียหายถือเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ฐานะนี้ให้ผู้เสียหายบังคับคดีทางแพ่งได้เช่นเดียวกับหนี้ตามคำพิพากษาอื่น โดยไม่ต้องฟ้องใหม่ บทบัญญัติจำกัดเฉพาะสามมาตรานี้ คำสั่งประเภทอื่น เช่น คำสั่งให้รื้อถอนตามกฎหมายเฉพาะ ไม่ทำให้ผู้รับประโยชน์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 50 ทั้งยังชี้ว่าใครมีฐานะนี้ คือ ผู้เสียหายที่แท้จริง มิใช่เช่น ผู้รับประกันภัยซึ่งสิทธิเกิดจากสัญญาประกันภัยมิใช่จากการกระทำผิด
ความสำคัญต่อ
คุณค่าในทางปฏิบัติอยู่ที่การบังคับคดี เพราะผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ท่านจึงบังคับคดีทางแพ่ง ยึดหรืออายัดทรัพย์ ได้ทันทีหากจำเลยไม่ชำระ โดยไม่ต้องเริ่มคดีใหม่ พึงระวังข้อจำกัด มาตรานี้ครอบคลุมเฉพาะคำสั่งตามมาตรา 43, 44 และ 44/1 และผู้รับประกันภัยที่จ่ายตามกรมธรรม์ไม่ถือเป็นผู้เสียหายตามความหมายนี้ หากจำเลยไม่ยอมชำระตามคำสั่งคืนทรัพย์ การบังคับคดีมักเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้จริง ควรวางแผนบังคับคดีพร้อมรับคำแนะนำที่เหมาะสม
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2555 (2012)
มาตรา 50 ให้เฉพาะผู้เสียหายที่แท้จริงเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ผู้รับประกันภัยซึ่งสิทธิเกิดจากสัญญาประกันภัยมิใช่จากการกระทำผิด จึงไม่อยู่ในฐานะนั้น
โดยยกมาตรา 50 มาทั้งข้อ ศาลวินิจฉัยว่าความเสียหายของผู้รับประกันภัยเกิดจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย มิใช่จากการลักทรัพย์ สิทธิเรียกร้องจึงมิใช่มูลหนี้ละเมิดเช่นผู้เสียหายที่แท้จริง เจ้าของรถทั้งสอง มิใช่ผู้รับประกันภัย คือผู้เสียหายที่มีฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3132/2556 (2013)
มาตรา 50 ให้ถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการคืนต้นเงิน แต่มิได้ทำให้ผู้เสียหายมีสิทธิได้ดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดโดยตัวเอง
ในคดีกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ให้นำบทว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญามาใช้โดยอนุโลม และมาตรา 50 ให้ถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนต้นเงิน แต่ศาลวินิจฉัยว่าผลประโยชน์ที่ผู้เสียหายเรียกได้ต้องเป็นสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย มิได้ขยายไปถึงดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีโดยอัตโนมัติเพียงเพราะมีฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14804/2556 (2013)
มาตรา 43, 44 และ 50 ใช้กับการเรียกทรัพย์หรือราคาคืนแทนผู้เสียหาย คำสั่งประเภทอื่น เช่น ให้รื้อถอนตามกฎหมายเฉพาะ มิใช่การเรียกทรัพย์คืน หน่วยงานที่รับผิดชอบบังคับคดีได้อีกทางหนึ่ง
เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง ศาลวินิจฉัยว่าไม่ใช่กรณีที่อัยการขอเรียกทรัพย์หรือราคาแทนผู้เสียหายตามมาตรา 43, 44, 50 กรมชลประทานซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่จึงมีอำนาจร้องขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับตามคำพิพากษาได้อีกทางหนึ่งนอกจากที่โจทก์ร้องขอได้
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ผู้เสียหายบังคับคดีตามคำสั่งคืนทรัพย์ได้เหมือนคำพิพากษาแพ่งหรือไม่
ได้ ตามมาตรา 50 ผู้เสียหายที่ได้รับคำสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์หรือค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 43, 44 หรือ 44/1 ถือเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและบังคับคดีทางแพ่งได้
ผู้รับประกันภัยที่จ่ายค่าสินไหมแล้วถือเป็นผู้เสียหายตามมาตรา 50 หรือไม่
ไม่ สิทธิของผู้รับประกันภัยเกิดจากสัญญาประกันภัย มิใช่จากการกระทำผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามความหมายของมาตรา 50