ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 50: ผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

ตัวบทกฎหมาย

ในกรณีที่ศาลสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน
หรือค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายตามมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ หรือมาตรา ๔๔/๑
ให้ถือว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

คำแปลภาษาอังกฤษ

In a case where the court orders the return or payment of the value of property, or of compensation, to the injured person under section 43, section 44 or section 44/1, the injured person shall be deemed a judgment creditor.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 50 ทำให้คำสั่งเรียกทรัพย์คืนหรือค่าสินไหมทดแทนของผู้เสียหายมีผลบังคับได้จริง เมื่อศาลสั่งให้คืนทรัพย์ ใช้ราคา หรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 43, 44 หรือ 44/1 ผู้เสียหายถือเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ฐานะนี้ให้ผู้เสียหายบังคับคดีทางแพ่งได้เช่นเดียวกับหนี้ตามคำพิพากษาอื่น โดยไม่ต้องฟ้องใหม่ บทบัญญัติจำกัดเฉพาะสามมาตรานี้ คำสั่งประเภทอื่น เช่น คำสั่งให้รื้อถอนตามกฎหมายเฉพาะ ไม่ทำให้ผู้รับประโยชน์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาตามมาตรา 50 ทั้งยังชี้ว่าใครมีฐานะนี้ คือ ผู้เสียหายที่แท้จริง มิใช่เช่น ผู้รับประกันภัยซึ่งสิทธิเกิดจากสัญญาประกันภัยมิใช่จากการกระทำผิด

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

คุณค่าในทางปฏิบัติอยู่ที่การบังคับคดี เพราะผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ท่านจึงบังคับคดีทางแพ่ง ยึดหรืออายัดทรัพย์ ได้ทันทีหากจำเลยไม่ชำระ โดยไม่ต้องเริ่มคดีใหม่ พึงระวังข้อจำกัด มาตรานี้ครอบคลุมเฉพาะคำสั่งตามมาตรา 43, 44 และ 44/1 และผู้รับประกันภัยที่จ่ายตามกรมธรรม์ไม่ถือเป็นผู้เสียหายตามความหมายนี้ หากจำเลยไม่ยอมชำระตามคำสั่งคืนทรัพย์ การบังคับคดีมักเป็นเรื่องที่ต้องต่อสู้จริง ควรวางแผนบังคับคดีพร้อมรับคำแนะนำที่เหมาะสม

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 880/2555 (2012)

    มาตรา 50 ให้เฉพาะผู้เสียหายที่แท้จริงเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา ผู้รับประกันภัยซึ่งสิทธิเกิดจากสัญญาประกันภัยมิใช่จากการกระทำผิด จึงไม่อยู่ในฐานะนั้น

    โดยยกมาตรา 50 มาทั้งข้อ ศาลวินิจฉัยว่าความเสียหายของผู้รับประกันภัยเกิดจากความรับผิดตามสัญญาประกันภัย มิใช่จากการลักทรัพย์ สิทธิเรียกร้องจึงมิใช่มูลหนี้ละเมิดเช่นผู้เสียหายที่แท้จริง เจ้าของรถทั้งสอง มิใช่ผู้รับประกันภัย คือผู้เสียหายที่มีฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3132/2556 (2013)

    มาตรา 50 ให้ถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในการคืนต้นเงิน แต่มิได้ทำให้ผู้เสียหายมีสิทธิได้ดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องกำหนดโดยตัวเอง

    ในคดีกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน ให้นำบทว่าด้วยการฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวเนื่องกับคดีอาญามาใช้โดยอนุโลม และมาตรา 50 ให้ถือว่าผู้เสียหายเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาในส่วนต้นเงิน แต่ศาลวินิจฉัยว่าผลประโยชน์ที่ผู้เสียหายเรียกได้ต้องเป็นสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย มิได้ขยายไปถึงดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปีโดยอัตโนมัติเพียงเพราะมีฐานะเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14804/2556 (2013)

    มาตรา 43, 44 และ 50 ใช้กับการเรียกทรัพย์หรือราคาคืนแทนผู้เสียหาย คำสั่งประเภทอื่น เช่น ให้รื้อถอนตามกฎหมายเฉพาะ มิใช่การเรียกทรัพย์คืน หน่วยงานที่รับผิดชอบบังคับคดีได้อีกทางหนึ่ง

    เมื่อศาลพิพากษาให้จำเลยรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างตามพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง ศาลวินิจฉัยว่าไม่ใช่กรณีที่อัยการขอเรียกทรัพย์หรือราคาแทนผู้เสียหายตามมาตรา 43, 44, 50 กรมชลประทานซึ่งมีหน้าที่ดูแลพื้นที่จึงมีอำนาจร้องขอให้ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อบังคับตามคำพิพากษาได้อีกทางหนึ่งนอกจากที่โจทก์ร้องขอได้

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 13 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2559)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 10489/2559 (2016)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3979/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3973/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1207/2540 (1997)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4734/2539 (1996)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2414/2516 (1973)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14804/2556 (2013)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3447/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

ผู้เสียหายบังคับคดีตามคำสั่งคืนทรัพย์ได้เหมือนคำพิพากษาแพ่งหรือไม่

ได้ ตามมาตรา 50 ผู้เสียหายที่ได้รับคำสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์หรือค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 43, 44 หรือ 44/1 ถือเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาและบังคับคดีทางแพ่งได้

ผู้รับประกันภัยที่จ่ายค่าสินไหมแล้วถือเป็นผู้เสียหายตามมาตรา 50 หรือไม่

ไม่ สิทธิของผู้รับประกันภัยเกิดจากสัญญาประกันภัย มิใช่จากการกระทำผิด จึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามความหมายของมาตรา 50

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 50 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 50. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-50/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 50
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-50/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-50/"><p>ในกรณีที่ศาลสั่งให้คืนหรือใช้ราคาทรัพย์สิน หรือค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายตามมาตรา ๔๓ มาตรา ๔๔ หรือมาตรา ๔๔/๑ ให้ถือว่าผู้เสียหายนั้นเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษา</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 50 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-50/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง