บรรพ 1 — บททั่วไป

มาตรา 7

ปรับอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายจากร้อยละ 7.5 เป็นร้อยละ 3 ต่อปี และให้กระทรวงการคลังทบทวนได้ทุก 3 ปี

ตัวบทกฎหมาย

บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี ถ้าเจ้าหนี้อาจจะเรียกดอกเบี้ยได้สูงกว่านั้นโดยอาศัยเหตุอย่างอื่นอันชอบด้วยกฎหมาย ก็ให้คงส่งดอกเบี้ยต่อไปตามนั้น ห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยซ้อนดอกเบี้ยในระหว่างผิดนัด การพิสูจน์ค่าเสียหายอย่างอื่นนอกจากนั้น ให้พิสูจน์ได้ มาตรา ๒๒๔/๑[8] ถ้าลูกหนี้มีหน้าที่ผ่อนชำระหนี้เงินเป็นงวด และลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ในงวดใด เจ้าหนี้อาจเรียกดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดได้เฉพาะจากต้นเงินของงวดที่ลูกหนี้ผิดนัดนั้น ข้อตกลงใดขัดกับความในวรรคหนึ่ง ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

Whenever interest is to be paid, and the rate is not fixed by a juristic act or by an express provision in the law, it shall be seven and a half per cent per year.

คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 7 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 1 (บททั่วไป) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับนักกฎหมาย: ต้องตรวจสอบว่าหนี้เกิดก่อนหรือหลังวันที่ 11 เมษายน 2564 สำหรับหนี้ก่อน 2564 ศาลอาจใช้ร้อยละเจ็ดครึ่งในช่วงก่อนวันนั้นและร้อยละสามหลังจากนั้น สัญญาควรระบุอัตราไว้ชัดเจน สำหรับประชาชน: หากให้กู้ยืมโดยไม่ตกลงอัตราดอกเบี้ย ผู้กู้ต้องชำระเพียงร้อยละสามต่อปี

ความเป็นมาทางกฎหมาย

อัตราดอกเบี้ยเดิมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์คือร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. 2564 (มีผลใช้บังคับ 11 เมษายน 2564) ลดอัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายเหลือร้อยละสามต่อปีและเพิ่มกลไกการทบทวนโดยพระราชกฤษฎีกาทุกสามปี

  • อัตราดอกเบี้ย
  • ดอกเบี้ยผิดนัด
  • อัตราตามกฎหมาย
  • ร้อยละสาม
  • หนี้เงิน

คำถามที่พบบ่อย

อัตราดอกเบี้ยใดบังคับใช้หากสัญญากู้ยืมไม่ได้กำหนดอัตราไว้?

ตามมาตรา 7 อัตราดอกเบี้ยตามกฎหมายคือร้อยละสามต่อปี (ตามพระราชกำหนด พ.ศ. 2564 ที่มีผลตั้งแต่ 11 เมษายน 2564) ก่อนหน้านั้นอัตราคือร้อยละเจ็ดครึ่ง หากต้องการคิดดอกเบี้ยสูงกว่านี้ต้องระบุเป็นลายลักษณ์อักษร

อัตราร้อยละสามตามกฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตหรือไม่?

ได้ มาตรา 7 ที่แก้ไขแล้วอนุญาตให้ปรับอัตราขึ้นหรือลงโดยพระราชกฤษฎีกาตามสภาพเศรษฐกิจ กระทรวงการคลังต้องทบทวนโดยปกติทุกสามปีโดยเทียบกับอัตราเฉลี่ยของดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น