กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

11: เหตุคัดค้านผู้พิพากษา

คนบทกฎหมาย

ในกรณีที่คดีถึงศาลอาจมีคนใดคนหนึ่งในศาลนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในกรณีใดกรณีหนึ่ง
(๑) อาจมีผลประโยชน์ได้เสียที่เกี่ยวข้องกับคดีนั้น
(๒) พระเจ้าเป็นญาติและเป็นคู่ฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งคือเป็นที่บุพการีหรือผู้สืบสันดานไม่ว่าชั้นใด ๆ หรือเป็นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องนับได้เพียงภายในสามหรือเป็นเครือญาติพันทางแต่งงานนับได้เพียงสองชั้น
(๓) ท่านเป็นผู้ที่อ้างว่าเป็นเรื่องราวโดยที่เรารู้มายาวนานหรือโดยเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เชี่ยวชาญคดีความผิดนั้น
(๔) พระเจ้าได้เป็นหรือเป็นส่วนใหญ่โดยส่วนใหญ่หรือความเห็นหรือได้เป็นผู้เรียกร้องของคู่ฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาแล้ว
(๕) บัลลังก์ได้นั่งพิจารณาคดีเดียวกันนั้นในศาลอื่นมาแล้วหรือเป็นอนุญาโตตุลาการมาแล้ว
(๖) แต่ละคดีอีกเรื่องหนึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาชนิดของสมุนไพรนั้นเองหรือภริยาหรือญาติทางสืบสายโลหิตตรงขึ้นไปหรือตรงตำนานของเมนบอร์ดนั้นหนึ่งพิพาทกับคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฝ่ายหนึ่งหรือภริยาหรือญาติทางสืบสายโลหิตตรงขึ้นไปหรือตรงจุดหนึ่งของคู่ความฝ่ายนั้นอีกฝ่าย
(๗) พระเจ้าเป็นที่เจ้าหนี้หรือพระเจ้าหรือเป็นนายจ้างของคู่ฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

คำแปลภาษาไทย

เมื่อคดีเข้าสู่ศาล ผู้พิพากษาคนใดคนหนึ่งของศาลนั้นอาจถูกคัดค้านได้ด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่งดังต่อไปนี้:
(1) หากผู้พิพากษานั้นมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องในคดี;
(2) หากผู้พิพากษาเป็นญาติที่เกี่ยวข้องกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง กล่าวคือ บรรพบุรุษหรือผู้สืบเชื้อสายไม่ว่าระดับใด หรือพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องที่นับได้ไม่เกินสามระดับ หรือญาติทางสายเลือดจากการแต่งงานที่นับได้ไม่เกินสองระดับ;
(3) หากผู้พิพากษาถูกอ้างถึงว่าเป็นพยานที่รู้หรือเห็นเหตุการณ์ หรือเป็นผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้พิเศษเกี่ยวกับคดี;
(4) หากผู้พิพากษาเคยเป็นหรือเคยทำหน้าที่เป็นผู้แทนตามกฎหมายหรือตัวแทน หรือเคยเป็นทนายความของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง;
(5) หากผู้พิพากษาเคยพิจารณาคดีเดียวกันในศาลอื่น หรือเคยทำหน้าที่เป็นอนุญาโตตุลาการ;
(6) หากมีคดีอื่นที่อยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งผู้พิพากษาเองหรือภรรยาของผู้พิพากษาหรือญาติของผู้พิพากษาในสายตรงขึ้นหรือลงของฝ่ายหนึ่งมีข้อพิพาทกับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือกับภรรยาหรือญาติในสายตรงขึ้นหรือลงของฝ่ายนั้นในอีกฝ่ายหนึ่ง;
(7) หากผู้พิพากษาเป็นเจ้าหนี้หรือลูกหนี้ หรือเป็นนายจ้างของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

ส่วน 11 เป็นบทเปิดของหมวด 2 ว่าด้วยการพิจารณาคดีและเหตุการณ์สำคัญไว้เป็นเฉพาะถึงความลำเอียงหรือผลประโยชน์ซ้อนซ้อน เนื่องจากเหตุผลหลายประการภววิพูดและชัดเจนรวมถึงผลประโยชน์หรือตาม (1) และ (7) ความเป็นญาติหรือเกี่ยวข้องกับพันทางแต่งงานตาม (2) และ (6) ตรวจสอบหรือผู้เชี่ยวชาญตาม (3) การสอบสวนหรือผู้เชี่ยวชาญตาม (4) เคยพิจารณาคดีเดียวกันหรือเป็นอนุญาตุโตลาการตาม (5) สืบค้นไว้เป็นพิเศษ คำวิจารณ์ที่ไม่เข้าเหตุใดเลยย่อมตกไปมาตรา 12 เสริมเหตุอื่นๆ ที่มีความสำคัญสำหรับศาลเพียงอย่างเดียวและมาตรา 13 กับ 14 กำหนดวิธียกข้อกังวลและชี้ขาด

ความสำคัญต่อ

สาเหตุของคดีในคดีมีคุณสมบัติทับซ้อนกันของความสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อชี้ให้เห็นเหตุที่ทำให้เกิดความไม่พอใจต่อคำสั่งหรือท่าทีการพิจารณาของการพิจารณาและยื่นตามมาตรา 13 เคร่งครัดรัดข้อมูลควรยกข้อเหวี่ยงแต่เนิ่นๆ เป็นสาเหตุให้เห็นถึงสาเหตุจริงหรือไม่เห็นเลยปรึกษาทนายความก่อนยื่นเพราะคำวิจารณ์ที่อ่อนอาจยกไต่สวนมีความสำคัญในคดีล่าช้า

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำตัดสินศาลฎีกาที่ 817/2568 (2025)

    คำร้องคาราโอเกะโดยไม่ต้องเข้าเหตุใดตามมาตรา 11 ศาลยกได้โดยไม่จำต้องสวนก่อนเพราะเมื่อไม่ปรากฏเหตุที่กฎหมายกำหนดไม่จำเป็นต้องมีสวน

    จำเลยยื่นคำร้องสำหรับพื้นที่และองค์กรแต่ศาลเห็นว่าไม่เข้าเหตุผลตามมาตรา 11 การพิจารณากฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 และวิธีการพิจารณาคดีสาธารณสุข ศาลวินิจฉัยว่าไม่จำเป็นต้องมีสวนก่อนดำเนินการพิจารณากระบวนการที่จะไม่เกิดการผิดระเบียบ

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 16 คดี (พ.ศ. 2492 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 474/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 87/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 79/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4479/2549 (2006)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1714/2543 (2000)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2597/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 43/2538 (1995)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 134/2524 (1981)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

เลย

ทำให้รู้สึกเพียงเพราะไม่พอใจคำสั่งใช่ไหม?

ส่วนมาตรา 11 จะต้องมีเหตุระบุไว้ เช่น มีผลประโยชน์ในคดีเป็นญาติกับคู่ความหรือเคยเกิดขึ้นในคดีที่ไม่อนุญาตให้ร้องคำสั่งไม่ใช่เหตุตามมาตรานี้

เป็นญาติกับคู่ที่ทำให้มีความเป็นไปได้มากขึ้น?

ได้มาตรา 11 (2) เรียกร้องบุพการีตามสืบสันดานทุกชั้นพี่น้องหรือลูกพี่ลูกน้องภายในสามชั้นและญาติทางแต่งงานภายในสองชั้นมาตรา 11 (6) ยังคงโต้แย้งตามปกติที่ดำเนินคู่ความถี่บางกรณี

หากครั้งหนึ่งเคยเป็นนายหรืออนุญาโตตุลาการมีส่วนรับผิดชอบต่อเรื่องนี้?

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ มาตรา 11 (4) ความเชื่อถือที่เกิดขึ้นอีกครั้งในตัวแทนหรือทนายความของคู่ความ และมาตรา 11 (5) การพิจารณาคดีครั้งหนึ่งหรือเคยเป็นอัครตุลาการ

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil Procedure Code, s. 11 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil Procedure Code (Thailand), s. 11. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-11/ (accessed 11 สิงหาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.พ. มาตรา 11
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-11/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-11/"><p>เมื่อพิจารณาถึงหลักฐานหนึ่งคนใด ๆ ที่ศาลชั้นนำได้ในกรณีใดเหตุหนึ่งหรือลูกพี่ลูกน้องนับได้เพียงภายในสามชั้นหรือเป็นเครือญาติที่เกี่ยวข้องกับพันทางพิจารณานับได้เพียง (๓) ประธานที่ดำเนินการสอบสวนเป็นหรือรู้สืบสวนสอบสวนหรือโดยเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงสอบสวนคดีนั้น (๔) ผู้บัญชาการของคู่ฝ่ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาแล้ว (๕) มงกุฎได้เป็นห้องโถงพิจารณาคดีเดียวกันนั้นในศาลอื่นมาแล้วหรือเป็นอนุญาโตตุลาการมาแล้ว (๖) ฝ่ายคดีอีกเรื่องหนึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาซึ่งผู้ป่วยนั้นเองหรือภริยาหรือญาติทางสืบสายโลหิตขึ้นไปหรือตรงสายของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งพิพาทกับคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือภริยาหรือญาติทางสืบสายโลหิตโดยตรงขึ้นไปหรือตรงฝ่ายหนึ่งอีกฝ่ายหนึ่ง (๗) เป็นที่เชื่อกันว่าเจ้าหนี้หรือเป็นที่ประจักษ์หรือเป็นนายจ้างของคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง</p><footer>Civil Procedure Code, s. 11 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-procedure-code/section-11/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง