กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

138 — คำพิพากษาตามยอมและข้อยกเว้นการอุทธรณ์

คนบทกฎหมาย

ในคดีที่คู่ความตกลงกันหรือประนีประนอมยอมความกันในประเด็นแห่งคดีโดยมิได้มีการถอนคำฟ้องนั้น และข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความกันนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ให้ศาลจดรายงานพิสดารแสดงข้อความแห่งข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความเหล่านั้นไว้ แล้วพิพากษาไปตามนั้นห้ามมิให้อุทธรณ์คำพิพากษาเช่นว่านี้ เว้นแต่ในเหตุต่อไปนี้
(๑) เมื่อมีข้อกล่าวอ้างว่าคู่ความฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งฉ้อฉล
(๒) เมื่อคำพิพากษานั้นถูกกล่าวอ้างว่าเป็นการละเมิดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน
(๓) เมื่อคำพิพากษาคดีนั้นถูกกล่าวอ้างว่ามิได้เป็นไปตามข้อตกลงหรือการประนีประนอมยอมความถ้าคู่ความตกลงกันเพียงแต่ให้เสนอคดีต่ออนุญาโตตุลาการ ให้นำบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการมาใช้บังคับ

คำแปลภาษาไทย

In a case where the parties reach an agreement or a compromise on the issues in the case without withdrawing the complaint, and that agreement or compromise is not contrary to law, the court shall record in detail the terms of that agreement or compromise and give judgment accordingly. No appeal is allowed against such a judgment, except on the following grounds:
(1) where it is alleged that a party acted fraudulently;
(2) where the judgment is alleged to violate a provision of law relating to public order;
(3) where the judgment is alleged not to accord with the agreement or compromise.
If the parties agree only to submit the case to arbitrators, the provisions of this Code on arbitration shall apply.

คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุสำนักงาน

มาตรา 138 ให้ผลทางกฎหมายแก่การประนีประนอมยอมความในศาล เมื่อคู่ความตกลงในประเด็นแห่งคดีโดยไม่ถอนฟ้องและข้อตกลงชอบด้วยกฎหมาย ศาลจะจดข้อความไว้โดยละเอียดและพิพากษาตามยอมซึ่งมีผลถึงที่สุดเช่นคดีที่ตัดสินตามปกติ บทนี้จำกัดการอุทธรณ์อย่างเข้มงวด โดยอนุญาตเฉพาะเหตุฉ้อฉล ขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย หรือคำพิพากษาไม่เป็นไปตามข้อตกลง วรรคท้ายให้นำข้อตกลงเสนออนุญาโตตุลาการไปใช้บทว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ ในทางปฏิบัติคำพิพากษาตามยอมผูกพันคู่ความและบังคับคดีได้เช่นคำพิพากษาถึงที่สุดอื่น

ความสำคัญต่อ

คำพิพากษาตามยอมตามมาตรา 138 มีผลรุนแรงและแก้ไขยาก บังคับคดีได้เช่นคำพิพากษาที่พิพาทกันแต่โดยหลักเสียสิทธิอุทธรณ์ จึงควรอ่านข้อตกลงให้ละเอียดก่อนศาลจดบันทึก ข้อยกเว้นสามประการ คือ ฉ้อฉล ขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย และคำพิพากษาไม่ตรงกับข้อตกลง เป็นเหตุแคบและพิสูจน์ยากภายหลัง หากคดีอาจตกลงกันได้ ควรเข้าใจข้อดีข้อเสียระหว่างคำพิพากษาตามปกติกับคำพิพากษาตามยอม

คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2274/2568 (2025)

    เมื่อข้อตกลงในสัญญาประนีประนอมยอมความไม่ขัดต่อกฎหมาย คำพิพากษาตามยอมย่อมไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน จึงไม่เข้าข้อยกเว้นให้อุทธรณ์ตามมาตรา 138 (2)

    ศาลวินิจฉัยว่าข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ยจากต้นเงินค้างชำระทั้งหมดไม่ขัดต่อประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224/1 คำพิพากษาตามยอมจึงไม่ขัดต่อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยและไม่เข้าข้อยกเว้นอุทธรณ์ตามมาตรา 138 (2)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1201/2565 (2022)

    การประนีประนอมยอมความต่อหน้าศาลตามมาตรา 138 ที่คู่ความตรวจสอบแล้วไม่คัดค้าน ย่อมนำไปสู่คำพิพากษาตามยอมที่ถึงที่สุดและผูกพันคู่ความ

    ศาลเห็นว่าไม่ปรากฏความไม่สุจริตในการทำสัญญาหรือบังคับชำระหนี้ การประนีประนอมทำต่อหน้าศาลตามมาตรา 138 คู่ความไม่คัดค้านว่าข้อใดฝ่าฝืนกฎหมาย และหลังคำพิพากษาตามยอมไม่มีจำเลยอุทธรณ์เรื่องฉ้อฉลหรือขัดกฎหมาย คำพิพากษาจึงถึงที่สุดและผูกพันคู่ความ

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 308/2563 (2020)

    เมื่อคู่ความตกลงท้ากันให้ชี้ขาดในปัญหาที่กำหนด คำวินิจฉัยในปัญหานั้นตามมาตรา 138 ย่อมผูกพันคู่ความตามคำท้าที่ตกลงกัน

    คู่ความตกลงท้ากันให้ผูกพันตามผลการวินิจฉัยปัญหากรรมสิทธิ์ที่กำหนด ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าคำพิพากษาตรงตามคำท้าตามมาตรา 138 คู่ความจึงต้องผูกพันตามคำท้า และการรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทต้องถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

เลย

คำพิพากษาตามยอมอุทธรณ์ได้หรือไม่

โดยหลักไม่ได้ มาตรา 138 ห้ามอุทธรณ์คำพิพากษาตามยอม เว้นแต่สามเหตุ คือ คู่ความฉ้อฉล ขัดต่อกฎหมายเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย หรือคำพิพากษาไม่เป็นไปตามข้อตกลง

คำพิพากษาตามยอมผูกพันและบังคับคดีได้หรือไม่

ได้ เมื่อศาลจดข้อตกลงที่ชอบด้วยกฎหมายและพิพากษาตามมาตรา 138 ย่อมผูกพันคู่ความและบังคับคดีได้เช่นคำพิพากษาถึงที่สุดอื่น

ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำขึ้นเพื่อประโยชน์ในการศึกษาเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนที่จะนำไปใช้กับการดำเนินคดีจริง

เลื่อนขึ้น