มาตรา 56 — ผู้ไร้ความสามารถและความสามารถในคดี
คนบทกฎหมาย
ผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ทำการแทนจะเสนอข้อหาต่อศาลหรือดำเนินกระบวนพิจารณาใด ๆ ได้ต่อเมื่อได้ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยความสามารถและตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ การให้อนุญาตหรือยินยอมตามบทบัญญัติเช่นว่านั้น ให้ทำเป็นหนังสือยื่นต่อศาลเพื่อรวมไว้ในสำนวนความไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีคำพิพากษาเมื่อศาลเห็นสมควรหรือเมื่อคู่ความฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดยื่นคำขอโดยทำเป็นคำร้อง ให้ศาลมีอำนาจทำการสอบสวนในเรื่องความสามารถของผู้ขอหรือของคู่ความอีกฝ่ายหนึ่ง และถ้าเป็นที่พอใจว่ามีการบกพร่องในเรื่องความสามารถ ศาลอาจมีคำสั่งกำหนดให้แก้ไขข้อบกพร่องนั้นเสียให้บริบูรณ์ภายในกำหนดเวลาอันสมควรที่ศาลจะสั่งถ้าศาลเห็นว่าเพื่อความยุติธรรมไม่ควรให้กระบวนพิจารณาดำเนินเนิ่นช้าไป ศาลจะสั่งให้คู่ความฝ่ายที่บกพร่องในเรื่องความสามารถนั้นดำเนินคดีไปก่อนชั่วคราวก็ได้ แต่ห้ามมิให้ศาลพิพากษาในประเด็นแห่งคดีจนกว่าข้อบกพร่องนั้นได้แก้ไขโดยบริบูรณ์แล้วถ้าผู้ไร้ความสามารถไม่มีผู้แทนโดยชอบธรรมหรือผู้แทนโดยชอบธรรมทำหน้าที่ไม่ได้ ศาลมีอำนาจออกคำสั่งให้อนุญาตหรือให้ความยินยอมตามที่ต้องการ หรือตั้งผู้แทนเฉพาะคดีนั้นให้แก่ผู้ไร้ความสามารถ ถ้าไม่มีบุคคลอื่นใดให้ศาลมีอำนาจตั้งพนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองอื่นให้เป็นผู้แทนได้
คำแปลภาษาไทย
An incompetent person or a person acting on his behalf may submit a claim to the court or take any procedural step only after complying with the provisions of the Civil and Commercial Code on capacity and with the provisions of this Code. Any such permission or consent shall be made in writing and filed with the court to be included in the case file at any time before judgment. When the court thinks fit, or when either party files an application in the form of a motion, the court has power to conduct an inquiry into the capacity of the applicant or of the other party; and if it is satisfied that there is a defect as to capacity, the court may order that defect to be cured in full within a reasonable time that it fixes. If the court is of the opinion that, in the interest of justice, the proceedings ought not to be delayed, it may order the party who is defective as to capacity to proceed with the case provisionally; but the court shall not give judgment on the issues of the case until the defect has been cured in full. If an incompetent person has no lawful representative, or the lawful representative cannot act, the court has power to make an order granting the permission or consent required, or to appoint a representative ad litem for the incompetent person; and if there is no other person, the court has power to appoint a public prosecutor or another administrative official to be the representative.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
มาตรา 56 เชื่อมกฎหมายวิธีพิจารณากับหลักความสามารถในทางเนื้อหาของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ไร้ความสามารถหรือผู้ทำการแทนจะดำเนินคดีได้ก็ต่อเมื่อปฏิบัติตามกฎดังกล่าว โดยทำอนุญาตหรือความยินยอมเป็นหนังสือยื่นก่อนมีคำพิพากษา บทนี้มุ่งแก้ไขมิใช่ลงโทษ วรรคสองให้ศาลมีอำนาจไต่สวนเรื่องความสามารถเองหรือเมื่อคู่ความยื่นคำร้อง และสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องให้บริบูรณ์ภายในเวลาอันสมควร ทั้งอาจให้ดำเนินคดีไปก่อนชั่วคราว แต่ห้ามพิพากษาในประเด็นแห่งคดีจนกว่าจะแก้ไขเสร็จ วรรคสามอุดช่องว่างเรื่องผู้แทน โดยให้ศาลมีอำนาจให้ความยินยอม ตั้งผู้แทนเฉพาะคดี หรือหากไม่มีผู้ใด ให้ตั้งพนักงานอัยการหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองเป็นผู้แทน ทั้งนี้ศาลนำบทนี้ไปใช้กับข้อบกพร่องเรื่องความสามารถในคดีอาญาผ่านมาตรา 15 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาด้วย
ความสำคัญต่อ
ข้อบกพร่องเรื่องความสามารถมักแก้ไขได้ ไม่ถึงกับทำให้คดีเสียไป หากเกี่ยวข้องกับผู้เยาว์ ผู้อยู่ในความอนุบาล หรือผู้แทนของบุคคลนั้น โดยปกติศาลจะสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องมากกว่าจะยกฟ้องทันที จึงควรดำเนินการตามคำสั่งโดยเร็ว ปัญหาที่พบบ่อยคือการฟ้องแทนผู้อยู่ในความอนุบาลโดยไม่มีผู้อนุบาล หรือผู้แทนดำเนินการโดยไม่มีอำนาจที่ถูกต้อง เนื่องจากเรื่องเหล่านี้มักเกี่ยวพันกับการอนุบาลและคดีครอบครัว การจัดเอกสารให้ถูกต้องแต่แรกช่วยลดความล่าช้า ควรปรึกษาด้านกฎหมายครอบครัวเพื่อยืนยันว่าใครต้องลงชื่อและต้องยื่นความยินยอมใดก่อนเริ่มคดี
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4217/2565 (2022)
ข้อบกพร่องเรื่องความสามารถของคู่ความมิใช่เหตุที่จะยกฟ้องหรือไม่รับพิจารณาเสียทีเดียว ตามมาตรา 56 วรรคสอง ศาลชอบที่จะสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องเสียก่อน แต่หากการแก้ไขไม่เกิดประโยชน์ ก็อาจไม่จำต้องสั่งแก้ไข
โจทก์ร่วมโดยบิดาเข้าเป็นโจทก์ร่วมโดยมิได้เป็นไปตามบทบังคับว่าด้วยความสามารถของบุคคล ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา 56 วรรคสอง ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 15 ชอบที่จะสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องเสียก่อนจะยกฟ้อง แต่ตามข้อเท็จจริงเมื่อไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลง การสั่งให้แก้ไขจึงไม่จำเป็นเพราะไม่เกิดประโยชน์
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2483/2561 (2018)
การที่บุคคลเรียงและลงชื่อในคำคู่ความโดยมิได้เป็นทนายความที่จดทะเบียนและรับใบอนุญาต เป็นการกระทำที่บกพร่องในเรื่องความสามารถ ซึ่งศาลชอบที่จะสั่งให้แก้ไขเสียก่อนตามมาตรา 56 วรรคสอง ก่อนจะไม่รับคำคู่ความนั้น
ฎีกาถูกเรียงและลงชื่อโดยผู้รับมอบอำนาจซึ่งมิได้จดทะเบียนและรับใบอนุญาตทนายความ อันฝ่าฝืนพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. 2528 ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นข้อบกพร่องในเรื่องความสามารถที่ศาลชั้นต้นชอบจะสั่งให้แก้ไขเสียก่อนตามมาตรา 56 วรรคสอง จึงยกคำสั่งไม่รับฎีกา และให้ศาลชั้นต้นเปิดโอกาสให้แก้ไขข้อบกพร่องแล้วตรวจสั่งฎีกาใหม่
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3727/2561 (2018)
ผู้ไร้ความสามารถซึ่งอยู่ในความอนุบาลไม่มีอำนาจของตนเองที่จะมอบอำนาจให้ฟ้องคดี การจะแก้ไขข้อบกพร่องตามมาตรา 56 ได้หรือไม่ ย่อมเป็นไปตามกฎเรื่องความสามารถ และต้องอาศัยผู้อนุบาลเข้ามาเกี่ยวข้อง
โจทก์ซึ่งเป็นคนไร้ความสามารถและอยู่ในความอนุบาลได้ฟ้องคดีโดยทำหนังสือมอบอำนาจให้พี่สาวดำเนินคดีแทน ศาลฎีกาเห็นว่าขณะทำหนังสือมอบอำนาจโจทก์ยังเป็นคนไร้ความสามารถและอยู่ในความอนุบาล การมอบอำนาจให้ฟ้องคดีจึงเป็นการกระทำที่โจทก์ไม่มีอำนาจกระทำได้ ต้องอาศัยผู้อนุบาลดำเนินการ
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ผู้เยาว์หรือผู้อยู่ในความอนุบาลเป็นคู่ความในคดีแพ่งได้หรือไม่
ได้ แต่ตามมาตรา 56 ต้องปฏิบัติตามกฎเรื่องความสามารถในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และต้องยื่นหนังสืออนุญาตหรือความยินยอมที่จำเป็นก่อนมีคำพิพากษา ทั้งนี้ศาลอาจสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องเรื่องความสามารถได้
ถ้ามีข้อบกพร่องเรื่องความสามารถของคู่ความจะเป็นอย่างไร
ตามมาตรา 56 ศาลอาจสั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องภายในกำหนด และอาจให้ดำเนินคดีไปก่อนชั่วคราว แต่จะพิพากษาในประเด็นแห่งคดีไม่ได้จนกว่าจะแก้ไขให้บริบูรณ์ โดยทั่วไปข้อบกพร่องนี้แก้ไขได้ ไม่ใช่เหตุยกฟ้องทันที