ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
มาตรา 219 ตรี — ห้ามฎีกาข้อเท็จจริงคดีเกี่ยวกับการกักขัง
คนบทกฎหมาย
ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก
หรือเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก หรือคดีที่เกี่ยวกับการกักขังแทนค่าปรับ
หรือกักขังเกี่ยวกับการริบทรัพย์สิน
ถ้าศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
คำแปลภาษาไทย
In a case in which the Court of First Instance imposes confinement (kakkhang) in lieu of imprisonment, or converts imprisonment into confinement, or a case concerning confinement in lieu of a fine, or confinement in connection with the forfeiture of property, if the Court of Appeal has not reversed the judgment of the Court of First Instance, the parties are prohibited from filing a Dika on a question of fact.
คำแปลนี้ยังไม่เป็นที่ทราบจากสำนักงาน — กรุณาอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุสำนักงาน
บทมาตรา 219 ตรี นี้ขยายบทกรองปัญหาข้อเท็จจริงไปยังคดีที่ลงโทษกักขัง ซึ่งเบากว่าจำคุก จึงปฏิบัติเช่นเดียวกับคดีโทษต่ำตามมาตรา 219 เงื่อนไขคือผลเป็นการกักขังในศาลชั้นต้น (แทนจำคุก เปลี่ยนจากจำคุก แทนค่าปรับ หรือเกี่ยวกับการริบทรัพย์) ที่ศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับ การแก้เล็กน้อยที่ยังคงโทษกักขังถือว่ามิได้กลับ ที่สำคัญ แตกต่างจากมาตรา 218 219 และ 220 การรับรองตามมาตรา 221 ไม่ครอบคลุมมาตรา 219 ตรี ผู้พิพากษาจึงรับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงในคดีตามมาตรา 219 ตรี ไม่ได้
ความสำคัญต่อ
ข้อควรระวังคือช่องทางการรับรอง คู่ความจำนวนมากเข้าใจว่าผู้พิพากษารับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงได้ทุกกรณี แต่สำหรับคดีตามมาตรา 219 ตรี ความเข้าใจนั้นผิด และการรับรองโดยผิดหลงจะถือว่าไม่ชอบ ศาลฎีกายกฎีกา หากโทษของท่านเป็นการกักขังและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับ พึงเข้าใจว่าประเด็นข้อเท็จจริงถูกปิด และสงวนการฎีกาไว้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 4292/2567 (2024)
เมื่อศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนจำคุกและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และข้อโต้แย้งเรื่องป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและขอลงโทษสถานเบาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนจำคุกและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แม้ผู้พิพากษาอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และข้อฎีกาเรื่องป้องกันและขอลงโทษสถานเบาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567 (2024)
เมื่อศาลอุทธรณ์แก้เพียงเรื่องประกอบและคงโทษกักขังไว้ ถือว่ามิได้พิพากษากลับ จึงห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และผู้พิพากษารับรองให้ฎีกาได้เฉพาะคดีตามมาตรา 218 219 และ 220 มิใช่มาตรา 219 ตรี
ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะกำหนดเวลาพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ โดยคงโทษกักขังของจำเลยทั้งสอง ถือว่ามิได้พิพากษากลับ จึงห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี ศาลฎีกาย้ำว่าการรับรองตามมาตรา 221 ไม่ครอบคลุมคดีตามมาตรา 219 ตรี
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566 (2023)
เมื่อทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และข้อโต้แย้งที่ต้องย้อนไปรับฟังข้อเท็จจริงใหม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงแม้จะนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย
ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนเป็นกักขัง ศาลอุทธรณ์ก็เปลี่ยนเป็นกักขังเช่นกัน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีต้องห้ามตามมาตรา 219 ตรี และข้อฎีกาที่ว่าจำเลยไม่มีเจตนาใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด ต้องย้อนไปรับฟังข้อเท็จจริง จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง
คำพิพากษาที่คัดเลือกการพิจารณาคดีจากเทคโนโลยีศาลฎีกาคำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
เลย
ข้อห้ามตามมาตรา 219 ตรี ใช้เมื่อใด
เมื่อศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนจำคุก เปลี่ยนจำคุกเป็นกักขัง กักขังแทนค่าปรับ หรือกักขังเกี่ยวกับการริบทรัพย์ และศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับ กรณีนี้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง
ผู้พิพากษารับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงในคดีกักขังได้หรือไม่
ไม่ได้ มาตรา 221 ให้รับรองได้เฉพาะคดีที่ต้องห้ามตามมาตรา 218 219 และ 220 ไม่รวมมาตรา 219 ตรี การรับรองในคดีตามมาตรา 219 ตรี จึงไม่ชอบ ศาลฎีกายกฎีกา