ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

มาตรา 219 ตรี: ห้ามฎีกาข้อเท็จจริงคดีเกี่ยวกับการกักขัง

ตัวบทกฎหมาย

ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก
หรือเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก หรือคดีที่เกี่ยวกับการกักขังแทนค่าปรับ
หรือกักขังเกี่ยวกับการริบทรัพย์สิน
ถ้าศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง

คำแปลภาษาอังกฤษ

In a case where the Court of First Instance has imposed confinement in lieu of imprisonment, or has converted confinement into imprisonment, or in a case concerning confinement in lieu of a fine, or confinement in connection with the forfeiture of property, if the Court of Appeal has not reversed the judgment of the Court of First Instance, no party may appeal to the Supreme Court on a question of fact.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรานี้เป็นบทจำกัดสิทธิฎีกา และมีเงื่อนไขเดียว คือศาลอุทธรณ์ต้องมิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อเป็นเช่นนั้น ให้ถือว่าข้อเท็จจริงยุติแล้ว และขึ้นสู่ศาลฎีกาได้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย ประเภทคดีที่อยู่ในบังคับล้วนเป็นเรื่องการกักขัง มิใช่โทษจำคุกโดยแท้ ได้แก่ การกักขังแทนโทษจำคุก การเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก การกักขังแทนค่าปรับ และการกักขังเกี่ยวกับการริบทรัพย์สิน เหตุผลอยู่ที่ความได้สัดส่วน เพราะเป็นผลทางอาญาที่เบาที่สุด การพิสูจน์ข้อเท็จจริงอีกชั้นหนึ่งจึงไม่คุ้มกับเสรีภาพที่เป็นประเด็น ทั้งนี้มาตรานี้ไม่ได้ห้ามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย และไม่ใช้บังคับเมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

ข้อควรระวังคือช่องทางการรับรอง คู่ความจำนวนมากเข้าใจว่าผู้พิพากษารับรองให้ฎีกาข้อเท็จจริงได้ทุกกรณี แต่สำหรับคดีตามมาตรา 219 ตรี ความเข้าใจนั้นผิด และการรับรองโดยผิดหลงจะถือว่าไม่ชอบ ศาลฎีกายกฎีกา หากโทษของท่านเป็นการกักขังและศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับ พึงเข้าใจว่าประเด็นข้อเท็จจริงถูกปิด และสงวนการฎีกาไว้เฉพาะปัญหาข้อกฎหมาย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4292/2567 (2024)

    เมื่อศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนจำคุกและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และข้อโต้แย้งเรื่องป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายและขอลงโทษสถานเบาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง

    ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนจำคุกและศาลอุทธรณ์พิพากษายืน แม้ผู้พิพากษาอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าคดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และข้อฎีกาเรื่องป้องกันและขอลงโทษสถานเบาเป็นปัญหาข้อเท็จจริง

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 781/2567 (2024)

    เมื่อศาลอุทธรณ์แก้เพียงเรื่องประกอบและคงโทษกักขังไว้ ถือว่ามิได้พิพากษากลับ จึงห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และผู้พิพากษารับรองให้ฎีกาได้เฉพาะคดีตามมาตรา 218 219 และ 220 มิใช่มาตรา 219 ตรี

    ศาลอุทธรณ์แก้เฉพาะกำหนดเวลาพักใช้ใบอนุญาตขับขี่ โดยคงโทษกักขังของจำเลยทั้งสอง ถือว่ามิได้พิพากษากลับ จึงห้ามฎีกาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี ศาลฎีกาย้ำว่าการรับรองตามมาตรา 221 ไม่ครอบคลุมคดีตามมาตรา 219 ตรี

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1230/2566 (2023)

    เมื่อทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์เปลี่ยนโทษจำคุกเป็นกักขัง คดีต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามมาตรา 219 ตรี และข้อโต้แย้งที่ต้องย้อนไปรับฟังข้อเท็จจริงใหม่เป็นปัญหาข้อเท็จจริงแม้จะนำไปสู่ปัญหาข้อกฎหมาย

    ศาลชั้นต้นลงโทษจำคุก 3 เดือน เปลี่ยนเป็นกักขัง ศาลอุทธรณ์ก็เปลี่ยนเป็นกักขังเช่นกัน ศาลฎีกาเห็นว่าคดีต้องห้ามตามมาตรา 219 ตรี และข้อฎีกาที่ว่าจำเลยไม่มีเจตนาใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด ต้องย้อนไปรับฟังข้อเท็จจริง จึงเป็นปัญหาข้อเท็จจริง

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 30 คดี (พ.ศ. 2521 ถึง 2567)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4292/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 781/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3307/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1230/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3057/2563 (2020)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 12840/2558 (2015)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 13060/2553 (2010)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 11749/2553 (2010)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Criminal Procedure Code, s. 219 ter (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Criminal Procedure Code (Thailand), s. 219 ter. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-219-3/ (accessed 1 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.วิ.อ. มาตรา 219 ตรี
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-219-3/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-219-3/"><p>ในคดีที่ศาลชั้นต้นลงโทษกักขังแทนโทษจำคุก หรือเปลี่ยนโทษกักขังเป็นโทษจำคุก หรือคดีที่เกี่ยวกับการกักขังแทนค่าปรับ หรือกักขังเกี่ยวกับการริบทรัพย์สิน ถ้าศาลอุทธรณ์มิได้พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง</p><footer>Criminal Procedure Code, s. 219 ter (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-criminal-procedure-code/section-219-3/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง