มาตรา 368 — การตีความสัญญาตามความประสงค์ในทางสุจริตและปกติประเพณี
ตัวบทกฎหมาย
สัญญานั้นท่านให้ตีความไปตามความประสงค์ในทางสุจริต โดยพิเคราะห์ถึงปกติประเพณีด้วย
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
Contracts shall be interpreted according to the requirements of good faith, ordinary usage being taken into consideration.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 368 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 2 ว่าด้วยหนี้แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับ ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: ใช้มาตรา 368 ร่วมกับมาตรา 171 (เจตนาแท้จริงยิ่งกว่าถ้อยคำ) เมื่อภาษาในสัญญาคลุมเครือ สำหรับประชาชนทั่วไป: หากข้อสัญญาไม่ชัดเจน ศาลจะพิจารณาเจตนาแท้จริงของทั้งสองฝ่ายและแนวปฏิบัติทางการค้าปกติ ไม่ยึดถือแต่ตัวอักษรเพียงอย่างเดียว
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 13098/2555 (2012)
การตีความสัญญาตามมาตรา 368 ต้องอ่านสัญญาโดยรวม โดยอ้างอิงเจตนาแท้จริง (มาตรา 171) และแนวปฏิบัติทางการค้า
ในการตีความข้อกำหนดดอกเบี้ยของสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีผ่านการต่ออายุหลายครั้ง ศาลใช้มาตรา 368 ร่วมกับมาตรา 171 โดยพิจารณาเจตนาแท้จริงของคู่สัญญาที่ตั้งใจให้อัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นตามวงเงินที่เพิ่มขึ้น
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 679/2547 (2004)
ชื่อสัญญาไม่ใช่เครื่องกำหนดผลทางกฎหมาย ศาลพิจารณาเจตนาแท้จริงของคู่สัญญาเป็นหลัก
ชื่อสัญญาไม่ใช่ข้อชี้ขาดลักษณะของสัญญา ศาลตีความสัญญาที่ชื่อว่า 'ขายมาสเตอร์เทป' ว่าโอนเฉพาะตัวเทปกายภาพ ไม่ใช่ลิขสิทธิ์ โดยอ้างเจตนาแท้จริงของคู่สัญญาตามมาตรา 368 และ 171
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
คำถามที่พบบ่อย
ศาลสามารถเขียนข้อสัญญาที่คลุมเครือใหม่ภายใต้มาตรา 368 ได้หรือไม่?
ไม่ได้ มาตรา 368 อนุญาตให้ศาลตีความข้อที่คลุมเครือตามความสุจริตและปกติประเพณี แต่ไม่ได้ให้อำนาจศาลแทนที่ข้อตกลงของคู่สัญญาด้วยข้อตกลงใหม่ ศาลค้นหาเจตนาแท้จริง ไม่ใช่สร้างสัญญาขึ้นใหม่