มาตรา 856 — สัญญาบัญชีเดินสะพัด — บทนิยาม
ตัวบทกฎหมาย
อันว่าสัญญาบัญชีเดินสะพัดนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลสองคนตกลงกันว่าสืบแต่นั้นไป หรือในชั่วเวลากำหนดอันใดอันหนึ่ง ให้ตัดทอนบัญชีหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางส่วนอันเกิดขึ้นแต่กิจการในระหว่างเขาทั้งสองนั้นหักกลบลบกัน และคงชำระแต่ส่วนที่เป็นจำนวนคงเหลือโดยดุลยภาค
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 856 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: วงเงินเบิกเงินเกินบัญชีของธนาคารที่ดำเนินธุรกรรมอย่างต่อเนื่องถือเป็นสัญญาบัญชีเดินสะพัดตามมาตรา 856 การทบต้นดอกเบี้ยเป็นไปได้ตามประเพณีการค้าของธนาคาร สำหรับประชาชนทั่วไป: วงเงินเบิกเงินเกินบัญชีคือการจัดการบัญชีเดินสะพัด ยอดคงค้างสุทธิคือสิ่งที่คุณต้องชำระ และธนาคารสามารถทบต้นดอกเบี้ยได้ตามประเพณีการค้า
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 469/2543 (2000)
สัญญาบัญชีเดินสะพัดตามมาตรา 856 ไม่มีแบบเฉพาะ อาจเกิดจากการตกลงอย่างชัดแจ้งหรืออนุมานจากพฤติการณ์ของคู่สัญญาและเอกสารทางธนาคาร
สัญญาบัญชีเดินสะพัดตามมาตรา 856 ไม่มีแบบเฉพาะและไม่ต้องทำหลักฐานเป็นหนังสือ อาจเกิดจากการตกลงอย่างชัดแจ้งหรือจากพฤติการณ์ของคู่สัญญา รวมถึงเงื่อนไขในคำขอเปิดบัญชีกระแสรายวัน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7821/2542 (1999)
วงเงินเบิกเงินเกินบัญชีที่ไม่มีกำหนดเวลาถือเป็นบัญชีเดินสะพัดตลอดที่มีธุรกรรม ยอดคงเหลือกลายเป็นหนี้ธรรมดาเมื่อมีการทวงถามขั้นสุดท้ายหรือตกลงเลิกสัญญา
วงเงินเบิกเงินเกินบัญชีที่ไม่มีกำหนดสิ้นสุดดำเนินต่อไปในฐานะบัญชีเดินสะพัดตลอดเวลาที่มีธุรกรรม สิ้นสุดเมื่อคู่สัญญาตกลงเลิกหรือธนาคารทวงถามขั้นสุดท้าย ณ จุดนั้นยอดคงเหลือกลายเป็นหนี้ธรรมดา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา