บรรพ 3 — เอกเทศสัญญา

มาตรา 867

ตัวบทกฎหมาย

อันสัญญาประกันภัยนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อฝ่ายที่ต้องรับผิดหรือลายมือชื่อตัวแทนของฝ่ายนั้นเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ให้ส่งมอบกรมธรรม์ประกันภัยอันมีเนื้อความต้องตามสัญญานั้นแก่ผู้เอาประกันภัยฉบับหนึ่งกรมธรรม์ประกันภัย ต้องลงลายมือชื่อของผู้รับประกันภัย และมีรายการดังต่อไปนี้(๑) วัตถุที่เอาประกันภัย(๒) ภัยใดซึ่งผู้รับประกันภัยรับเสี่ยง(๓) ราคาแห่งมูลประกันภัย ถ้าหากได้กำหนดกันไว้(๔) จำนวนเงินซึ่งเอาประกันภัย(๕) จำนวนเบี้ยประกันภัย และวิธีส่งเบี้ยประกันภัย(๖) ถ้าหากสัญญาประกันภัยมีกำหนดเวลา ต้องลงเวลาเริ่มต้นและเวลาสิ้นสุดไว้ด้วย(๗) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้รับประกันภัย(๘) ชื่อหรือยี่ห้อของผู้เอาประกันภัย(๙) ชื่อของผู้รับประโยชน์ ถ้าจะพึงมี(๑๐) วันทำสัญญาประกันภัย(๑๑) สถานที่และวันที่ได้ทำกรมธรรม์ประกันภัย

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 867 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 3 (เอกเทศสัญญา) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

ทนายความ: สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงกัน กรมธรรม์ออกทีหลังเป็นหลักฐาน กรมธรรม์ต้องสะท้อนเงื่อนไขที่ตกลงกันอย่างถูกต้อง เงื่อนไขในกรมธรรม์ เช่น ข้อยกเว้น ต้องสื่อสารให้ชัดเจนและผูกพันหากเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาที่ตกลงกัน ประชาชนทั่วไป: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้รับกรมธรรม์จริง ไม่ใช่แค่หนังสือรับรองชั่วคราว อ่านข้อยกเว้นให้ครบ ข้อยกเว้นมีผลบังคับ

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง

  • ประกันภัย
  • หลักฐานเป็นหนังสือ
  • บังคับได้
  • กรมธรรม์ประกันภัย
  • ผู้รับประกันภัย
  • ผู้เอาประกันภัย

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5133/2542 (1999) ★ คดีนำ

    สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นเมื่อคู่สัญญาตกลงกัน กรมธรรม์เป็นหลักฐาน ไม่ใช่เงื่อนไขการก่อสัญญา

    สัญญาประกันภัยเกิดขึ้นเมื่อมีการตกลงกัน กรมธรรม์เป็นหลักฐานของสัญญา ไม่ใช่ตัวสัญญา มาตรา 867(1) กำหนดให้มีหลักฐานเป็นหนังสือเพื่อบังคับคดีเท่านั้น ไม่ใช่เงื่อนไขการเกิดสัญญา

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4093/2540 (1997)

    ผู้เอาประกันที่ยอมรับความรับผิดหรือสัญญาชดใช้โดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับประกัน ขัดเงื่อนไขกรมธรรม์ อาจสูญเสียสิทธิได้รับชดใช้ในข้อเรียกร้องนั้น

    เงื่อนไขกรมธรรม์ที่กำหนดให้ผู้เอาประกันภัยต้องไม่ยอมรับความรับผิดหรือสัญญาชดใช้ค่าเสียหายโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับประกันภัยมีผลผูกพัน เมื่อผู้เอาประกันยอมรับความรับผิดโดยไม่ได้รับความยินยอม ผู้รับประกันไม่ต้องรับผิดในการยอมรับนั้น

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 204/2545 (2002)

    กรมธรรม์ต้องสอดคล้องกับสัญญา หากกรมธรรม์แตกต่างจากเงื่อนไขที่ตกลงกัน เงื่อนไขที่ตกลงกันมีผลเหนือกว่า

    กรมธรรม์ประกันภัยเป็นเอกสารที่ผู้รับประกันภัยจัดทำขึ้นหลังสัญญาประกันภัยเกิดขึ้นแล้ว ตามมาตรา 867(2) ผู้รับประกันต้องส่งมอบกรมธรรม์ที่มีเนื้อความต้องตามสัญญา ความขัดแย้งระหว่างกรมธรรม์และเงื่อนไขที่ตกลงกันต้องวินิจฉัยตามเงื่อนไขที่ตกลงกัน

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น