A Co-Robber Who Did Not Know of the Weapon Is Not Liable Under Section 339 Paragraph Two คำพิพากษาฎีกาที่ 8104/2548: คดีพิจารณาว่าจำเลยร่วมจะผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธตามมาตรา 339 วรรคสอง ได้หร
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
La Cour suprême a conclu que les deux accusés avaient été condamnés conjointement. vol with a weapon and used a motorcycle to transport stolen property. Criminal liability under Section 339 paragraph two and Section 340 Ter was established regardless of the second defendant's claimed ignorance of the weapon, when both acted jointly in the robbery.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและใช้รถจักรยานยนต์ขนทรัพย์ที่ชิงได้ มีความผิดตามมาตรา 339 วรรคสอง และ 340 ตรี แม้จำเลยที่สองอ้างว่าไม่รู้เรื่องอาวุธ เมื่อร่วมกระทำในการชิงทรัพย์
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
The Supreme Court determined both defendants jointly committed robbery with a weapon and used a motorcycle to transport stolen property. Criminal liability under Section 339 paragraph two and Section 340 Ter was established regardless of the second defendant's claimed ignorance of the weapon, when both acted jointly in the robbery.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีอาวุธและใช้รถจักรยานยนต์ขนทรัพย์ที่ชิงได้ มีความผิดตามมาตรา 339 วรรคสอง และ 340 ตรี แม้จำเลยที่สองอ้างว่าไม่รู้เรื่องอาวุธ เมื่อร่วมกระทำในการชิงทรัพย์
Analyse juridique การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
Résumé en anglais คำพิพากษาฉบับเต็ม
The following is an English-language summary of Supreme Court Decision No. 8104/2548, not a translation of the full judgment. The authoritative text is the Thai judgment, which this page carries in full: switch this page to Thai to read it. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8104/2548 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Année : 2005 (BE 2548)
Relevant Code Sections: Criminal, Section(s) 339, 340
RÉSUMÉ
The case addressed whether a co-defendant could be convicted under Section 339 paragraph two for robbery with a weapon when unaware the other defendant carried a weapon. The Supreme Court determined both defendants jointly committed robbery with a weapon and used a motorcycle to transport stolen property. Criminal liability under Section 339 paragraph two and Section 340 Ter was established regardless of the second defendant's claimed ignorance of the weapon, when both acted jointly in the robbery.
FAITS DE L'AFFAIRE
The case addressed whether a co-defendant could be convicted under Section 339 paragraph two for robbery with a weapon when unaware the other defendant carried a weapon.
DÉCISION DU TRIBUNAL
The Supreme Court determined both defendants jointly committed robbery with a weapon and used a motorcycle to transport stolen property. Criminal liability under Section 339 paragraph two and Section 340 Ter was established regardless of the second defendant's claimed ignorance of the weapon, when both acted jointly in the robbery.
ANALYSE JURIDIQUE
The second defendant's case was that he neither knew of the weapon nor used the motorcycle for the robbery, so the aggravating elements should not reach him. The Court treated both as incidents of acting jointly rather than as separate wrongs requiring separate proof against each participant.
Once joint commission of the robbery is established, a co-principal takes the offence in the form the group committed it, weapon and vehicle included. A participant who wants to be judged on a lesser footing has to show he was not a co-principal at all; disclaiming knowledge of one element of an offence he took part in does not do it.
IMPLICATIONS PRATIQUES
La fraude et le vol nécessitent la preuve d'une intention spécifique. Tous les accords doivent être clairement documentés. Les étrangers sont fréquemment victimes de fraude en Thaïlande.
---
Note : Ceci est un résumé en anglais du jugement original thaïlandais.
Pour le texte thaï officiel, veuillez vous référer à la version thaï ci-dessus.
ou visitez deka.supremecourt.or.th.
ในความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ ถ้าผู้ร่วมกระทำความผิดแม้คนใดคนหนึ่งมีอาวุธติดตัวไปด้วย ผู้กระทำความผิดที่ไม่มีอาวุธหรือไม่รู้ว่าผู้ร่วมกระทำความผิดด้วยกันมีอาวุธติดตัวไป ก็ย่อมมีความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธด้วย ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ทั้งยังเป็นความผิดฐานชิงทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปตามบทกฎหมายเดียวกัน
จำเลยทั้งสองร่วมกันชิงทรัพย์ของผู้เสียหาย แล้วขับรถจักรยานยนต์พาทรัพย์ของผู้เสียหายไปจากที่เกิดเหตุ ก็เป็นการชิงทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะพาทรัพย์นั้นไปตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี
โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตาม ป.อ. มาตรา 33, 83, 339, 340 ตรี ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงินจำนวน 352 บาท แก่ผู้เสียหาย ริบเหล็กปลายแหลมของกลาง คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ และให้นับโทษของจำเลยที่ 2 ในคดีนี้ต่อจากโทษของจำเลยที่ 1 ในคดีอาญาหมายเลขดำที่ 806/2546 ของศาลชั้นต้น
จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพ
จำเลยที่ 2 ให้การปฏิเสธ แต่รับว่าเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยที่ 1 ในคดีที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ประกอบด้วยมาตรา 340 ตรี, 83 จำเลยที่ 1 อายุ 19 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 อายุ 17 ปี (ที่ถูก 17 ปี 1 เดือน 25 วัน) ลดมาตราส่วนโทษให้คนละกึ่งหนึ่ง ตาม ป.อ. มาตรา 76 ลงโทษจำคุกคนละ 9 ปี จำเลยที่ 1 ให้การรับสารภาพในชั้นพิจารณา ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมและชั้นสอบสวน เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้จำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง และจำเลยที่ 2 หนึ่งในสาม ตาม ป.อ. มาตรา 78 คงลงโทษจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 4 ปี 6 เดือน และลงโทษจำคุกจำเลยที่ 2 มีกำหนด 6 ปี ริบเหล็กปลายแหลมของกลาง คืนรถจักรยานยนต์ของกลางแก่เจ้าของ และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืนเป็นเงินจำนวน 352 แก่ผู้เสียหาย ส่วนที่โจทก์ขอให้นับโทษต่อนั้นให้ยก
จำเลยที่ 2 อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษายืน
จำเลยที่ 2 ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยที่ 2 ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ตามฟ้องหรือไม่ พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักฟังได้ว่า จำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานชิงทรัพย์ตามฟ้องโจทก์และที่จำเลยที่ 2 ฎีกาว่า จำเลยที่ 2 ไม่ทราบว่าจำเลยที่ 1 มีอาวุธติดตัวมา และไม่ได้ร่วมกับจำเลยที่ 1 ในการใช้อาวุธข่มขู่ผู้เสียหาย จึงไม่มีเหตุที่จะลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ฐานร่วมชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ และจำเลยที่ 2 ไม่ได้ใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะเพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์ไป หรือเพื่อให้พ้นจากการจับกุม จำเลยที่ 2 นำรถจักรยานยนต์มาขับเที่ยวเตร่กับเพื่อนคือจำเลยที่ 1 และหลังเกิดเหตุก็ยังคงขับรถเที่ยวเตร่ภายในเมืองโดยมิได้หลบหนีไปที่ใด จึงมิใช่เป็นกรณีที่จะขับหลบหนีไปเพื่อให้พ้นจากการจับกุม จะลงโทษจำเลยที่ 2 หนักขึ้นตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี ไม่ได้นั้น ปัญหาทั้งสองประการดังกล่าวแม้จำเลยที่ 2 จะมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวโดยชอบในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ภาค 9 แต่เป็นปัญหาข้อกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย จำเลยที่ 2 จึงยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาได้ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 195 วรรคสอง ประกอบด้วย มาตรา 225
ในปัญหาว่าจะลงโทษจำเลยที่ 2 ตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ได้หรือไม่ นั้น เห็นว่า ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง บัญญัติถึงการกระทำผิดฐานชิงทรัพย์เพื่อให้รับโทษหนักขึ้นไว้ว่า "ถ้าความผิดนั้นเป็นการกระทำที่ประกอบด้วยลักษณะดังที่บัญญัติไว้ในอนุมาตราหนึ่งอนุมาตราใดแห่งมาตรา 335 ? ผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สิบปีถึงสิบห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามหมื่นบาท" ซึ่งการกระทำผิดของจำเลยตามที่โจทก์บรรยายมาในฟ้องคือมาตรา 335 (7) ที่ว่า ผู้ใดลักทรัพย์โดยมีอาวุธ หรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เมื่อศาลฟังว่าจำเลยที่ 2 ร่วมกระทำผิดฐานชิงทรัพย์กับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ย่อมมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง ฐานชิงทรัพย์โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปแล้วทั้งการชิงทรัพย์โดยมีอาวุธนั้น แม้ผู้กระทำผิดจะไม่มีอาวุธติดตัวหรือไม่รู้ว่าผู้ร่วมกระทำผิดมีอาวุธติดตัว แต่ถ้าผู้ร่วมกระทำผิดแม้คนหนึ่งคนใดมีอาวุธติดตัวไปด้วย ก็ถือได้ว่าผู้กระทำผิดที่ไม่มีอาวุธหรือไม่รู้ว่าผู้ร่วมกระทำผิดด้วยกันมีอาวุธติดตัวไปมีความผิดฐานชิงทรัพย์โดยมีอาวุธด้วย จำเลยที่ 2 ซึ่งร่วมกับจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์โดยจำเลยที่ 1 มีอาวุธติดตัว แม้จำเลยที่ 2 ไม่รู้ว่าจำเลยที่ 1 มีอาวุธจำเลยที่ 2 ย่อมมีความผิดตาม ป.อ. มาตรา 339 วรรคสอง แล้ว
และปัญหาที่ว่าจะลงโทษจำเลยที่ 2 ฐานชิงทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะ ซึ่งจะต้องรับโทษหนักขึ้นตามมาตรา 340 ตรี ได้หรือไม่นั้น เห็นว่า เมื่อจำเลยที่ 2 ร่วมกับจำเลยที่ 1 ชิงทรัพย์ของผู้เสียหายจนได้ทรัพย์มาแล้วจำเลยทั้งสองก็ขับรถจักรยานยนต์พาทรัพย์นั้นไปจากที่เกิดเหตุ การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นการชิงทรัพย์โดยใช้รถจักรยานยนต์เป็นยานพาหนะพาทรัพย์นั้นไป ตาม ป.อ. มาตรา 340 ตรี ศาลอุทธรณ์ภาค 9 พิพากษาลงโทษจำเลยที่ 2 ชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยที่ 2 ฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน.
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
💡 Ce que cela signifie pour vous 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ
Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย
Quels éléments doivent être prouvés pour obtenir une condamnation pour vol ou fraude en Thaïlande ? ต้องพิสูจน์อะไรเพื่อพิพากษาลงโทษคดีลักทรัพย์หรือฉ้อโกง?
In Decision 8104/2548, The Supreme Court determined both defendants jointly committed robbery with a weapon and used a motorcycle to transport stolen property. Criminal liability under Section 339 paragraph two and Section 340 Ter was established regardless of the second defendant's claimed ignorance of the weapon, when both acted j
ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 8104/2548 เกี่ยวกับมาตรา 339, 340
📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต