เรียง 68: การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever must commit any act in order to defend his own right, or another person's right, against an imminent danger arising from an unlawful attack, and does so reasonably under the circumstances, commits a lawful defence and is not guilty of any offence.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 68 เป็นบทว่าด้วยการป้องกันในภาค 1 และต่างจากความจำเป็นในมาตรา 67 ตรงที่เป็นเหตุยกเว้นความผิดโดยสมบูรณ์ ผู้ป้องกันไม่มีความผิด องค์ประกอบคือมีภยันตรายที่ใกล้จะถึง ซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย คุกคามสิทธิของตนหรือของผู้อื่น และตอบโต้ด้วยการกระทำที่จำเป็นและพอสมควรแก่เหตุ เงื่อนไขเรื่องการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายเป็นสิ่งที่แยกมาตรานี้จากความจำเป็นซึ่งอาจตอบโต้ภยันตรายจากแหล่งใดก็ได้ แนวคำพิพากษาเน้นสองข้อจำกัด คือผู้ป้องกันต้องมิได้ก่อเหตุหรือสมัครใจเข้าวิวาท และการป้องกันต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา เพราะการกระทำโดยประมาทหรือโดยพลั้งเผลอมิใช่การป้องกันโดยชอบ หากตอบโต้เกินสมควรแก่เหตุ อยู่ภายใต้มาตรา 69 ซึ่งให้ลดโทษหรือไม่ลงโทษเลยในกรณีตกใจกลัว
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
มาตรา 68 เป็นข้อต่อสู้ที่ให้ผลดีที่สุดในคดีที่มีการใช้กำลัง เพราะนำไปสู่การยกฟ้อง มิใช่เพียงการลดโทษ และครอบคลุมถึงการป้องกันผู้อื่น มิใช่เฉพาะตนเอง ความสำเร็จขึ้นอยู่กับการพิสูจน์ว่าการประทุษร้ายละเมิดต่อกฎหมายและใกล้จะถึง และการตอบโต้พอสมควรแก่เหตุ การชกเพียงครั้งเดียวเพื่อยับยั้งการทำร้ายแตกต่างจากการตอบโต้ที่ต่อเนื่องหรือซ้ำ ข้อพลาดสองประการที่ทำให้แพ้คดีคือการสมัครใจเข้าวิวาท และการอ้างการกระทำที่แท้จริงเป็นเรื่องประมาทหรือพลั้งเผลอ เนื่องจากเส้นแบ่งระหว่างการป้องกันโดยชอบกับการป้องกันเกินสมควรตามมาตรา 69 มักชี้ขาดคดี การเตรียมข้อเท็จจริงอย่างใกล้ชิดกับทนายอาญาไทยจึงสำคัญยิ่ง
คำตัดสินศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาฎีกาที่ 4292/2567 (2024)
การชกเพียงครั้งเดียวพอสมควรแก่เหตุเพื่อป้องกันผู้อื่นจากภยันตรายอันละเมิดต่อกฎหมายที่ใกล้จะถึง เป็นการป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 และไม่เป็นความผิด
จำเลยชกผู้เสียหายหนึ่งครั้งเพื่อป้องกันภริยาจากการถูกทำร้าย และไม่ได้ชกซ้ำอีกเมื่อผู้เสียหายล้มลง ศาลวินิจฉัยว่าเป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุและไม่เกินกว่ากรณีที่จำต้องกระทำ จึงเป็นการป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 และไม่เป็นความผิด
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 4328/2565 (2022)
ผู้ที่สมัครใจเข้าทะเลาะวิวาทกันจะอ้างการป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 ไม่ได้ แม้อีกฝ่ายจะทำให้ทรัพย์สินของตนเสียหายก่อน
ศาลฟังว่าจำเลยสมัครใจเข้าทะเลาะวิวาทกับผู้ตายทั้งสองและเจตนาแทงทำร้าย แม้ผู้ตายจะทุบและถีบรถยนต์ของจำเลยก่อน จำเลยก็อ้างการป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 ไม่ได้
-
คำตัดสินศาลฎีกาที่ 1597/2562 (2019)
การป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 ต้องเป็นการกระทำโดยเจตนา การกระทำโดยประมาทหรือโดยพลั้งเผลอไม่อาจเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
จำเลยยิงขู่นัดแรกและเมื่อกอดปล้ำกัน กระสุนปืนลั่นถูกผู้ตาย ศาลวินิจฉัยว่าเมื่อกระสุนที่ถูกผู้ตายเกิดจากการทำปืนลั่นโดยประมาทมิใช่โดยเจตนา การกระทำจึงไม่เป็นการป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 169 คดี (พ.ศ. 2502 ถึง 2567)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1597/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4083/2562 (2019)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2812/2556 (2013)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 9923/2555 (2012)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 900/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 643/2553 (2010)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8919/2552 (2009)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 8079/2549 (2006)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
เลย
การป้องกันตัวชอบด้วยกฎหมายเมื่อใด
ตามมาตรา 68 ก่อนที่จะมุ่งโจมตีการละเมิดสิทธิหรือของผู้อื่นจากภยันตรายที่ใกล้จะถึงซึ่งเชื่อประทุษร้ายอันเป็นผลต่อกฎหมายมักจะทำให้ทราบถึงสาเหตุมักจะไม่มีความผิด
หากสมัครใจเข้าวินาทจะยึดการป้องกันได้สำเร็จ
กรณีที่ไม่ได้สมัครใจเข้าทะเลาะวินาทกัน ศาลวินิจฉัยว่าทำไมการป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 กระแสโจมตีอีกฝ่ายจะลงมือหรือทำให้ความเสียหายเสียหายก่อนที่จะแจ้งให้ทราบ
ตรวจสอบโดยพลั้งเพื่อดูถือเป็นการป้องกันหรือไม่
ไม่ให้การป้องกันโดยชอบตามมาตรา 68 จะต้องเชื่อโดยยึดถือความจริงเป็นหลักหรือพลสังเกต เช่น ปืนลั่นขณะกอดล้ำกัน ไม่ได้เป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
การอ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 68 (Thailand) -
การอ้างอิงทางวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 68. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-68/ (accessed 21 สิงหาคม 2026). -
การอ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 68 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-68/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-68/"><p>ผู้ใดจำต้องกระทำการใดเพื่อป้องกันสิทธิของตนหรือของผู้อื่นให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง ถ้าได้กระทำพอสมควรแก่เหตุ การกระทำนั้นเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นไม่มีความผิด</p><footer>Penal Code, s. 68 (Thailand) — <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-68/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา