มาตรา 172 — การคืนทรัพย์ในกรณีโมฆะ
ตัวบทกฎหมาย
โมฆะกรรมนั้นไม่อาจให้สัตยาบันแก่กันได้ และผู้มีส่วนได้เสียคนหนึ่งคนใดจะยกความเสียเปล่าแห่งโมฆะกรรมขึ้นกล่าวอ้างก็ได้ถ้าจะต้องคืนทรัพย์สินอันเกิดจากโมฆะกรรม ให้นำบทบัญญัติว่าด้วยลาภมิควรได้แห่งประมวลกฎหมายนี้มาใช้บังคับ
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
A void act cannot be ratified, and its nullity may be alledged at any time by any interested person. The return of a property arising from a void act shall be governed by the provisions on Undue Enrichment of the Code.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 172 เป็นช่องทางให้คู่สัญญาคืนเงินหรือทรัพย์เมื่อนิติกรรมเป็นโมฆะ หลังจากศาลวินิจฉัยตามมาตรา 150 ว่าเป็นโมฆะ การคืนทรัพย์ใช้หลักลาภมิควรได้ตามมาตรา 406-419 ข้อระวังในทางปฏิบัติ: (1) อายุความฟ้องเรียกคืนคือ 1 ปีนับแต่รู้ และไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันโอน (2) หากนิติกรรมโมฆะนั้นมีวัตถุประสงค์ผิดกฎหมายและทั้งสองฝ่ายรู้อยู่ มาตรา 411 อาจห้ามฟ้องเรียกคืน
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับนักกฎหมาย: การยกโมฆะกรรมไม่มีอายุความตามมาตรา 172 ผู้มีส่วนได้เสียยกขึ้นในชั้นใดก็ได้ แต่สิทธิเรียกร้องให้คืนทรัพย์มีอายุความตามหลักลาภมิควรได้ สำหรับประชาชน: หากสัญญาเป็นโมฆะ ไม่มีใครบังคับให้ปฏิบัติได้ และสิ่งที่ส่งมอบไปแล้วสามารถเรียกคืนได้
ความเป็นมาทางกฎหมาย
เป็นส่วนหนึ่งของการประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับดั้งเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14858/2558 (2015)
นิติกรรมที่เป็นโมฆะเพราะต้องห้ามโดยกฎหมายตามมาตรา 150 คู่กรณีทั้งสองฝ่ายไม่อาจอ้างอิงสิทธิจากนิติกรรมนั้นได้ตามมาตรา 172
การจดทะเบียนจำนองที่ดินภายหลังศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเป็นการกระทำต้องห้ามโดยกฎหมาย ตกเป็นโมฆะตามมาตรา 150 และตามมาตรา 172 ผู้คัดค้านและจำเลยไม่อาจอ้างอิงสิทธิจากนิติกรรมที่เป็นโมฆะนั้นได้
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา