มาตรา 218 — การพ้นวิสัยที่เกิดจากฝ่ายลูกหนี้
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าการชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้ เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งลูกหนี้ต้องรับผิดชอบไซร้ ท่านว่าลูกหนี้จะต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่เจ้าหนี้เพื่อค่าเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การไม่ชำระหนี้นั้นในกรณีที่การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยแต่เพียงบางส่วน ถ้าหากว่าส่วนที่ยังเป็นวิสัยจะทำได้นั้นจะเป็นอันไร้ประโยชน์แก่เจ้าหนี้แล้ว เจ้าหนี้จะไม่ยอมรับชำระหนี้ส่วนที่ยังเป็นวิสัยจะทำได้นั้นแล้ว และเรียกค่าสินไหมทดแทนเพื่อการไม่ชำระหนี้เสียทั้งหมดทีเดียวก็ได้
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
When the performance becomes impossible in consequence of a circumstance for which the debtor is responsible, the debtor shall compensate the creditor for any damage arising from the non-performance. In case of partial impossibility the creditor may, by declining the still possible part of the performance, demand compensation for non-performance of the entire obligation, if the still possible part of performance is useless to him.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 218 เป็นบทคู่กับมาตรา 219 (พ้นวิสัยโดยมิใช่ความผิด) ทั้งคู่จัดสรรความเสี่ยงจากการพ้นวิสัยภายหลังในสัญญา ลูกหนี้รับผิดทั้งจากการจงใจและประมาท รวมถึงการกระทำของลูกจ้างหรือตัวแทน (มาตรา 220) ในกรณีพ้นวิสัยบางส่วน เจ้าหนี้อาจรับชำระส่วนที่เหลือและเรียกค่าเสียหายส่วนต่าง หรือเลิกสัญญาทั้งหมดหากส่วนที่เหลือไม่เป็นประโยชน์
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
ทนายความ: การนำมาตรา 218 ใช้ ต้องพิสูจน์ว่าเหตุพ้นวิสัยอยู่ในความเสี่ยงของลูกหนี้ เหตุสุดวิสัยตัดความรับผิด ประชาชนทั่วไป: หากคู่สัญญาไม่สามารถปฏิบัติตามสัญญาเพราะเหตุที่ตนต้องรับผิดชอบ ท่านมีสิทธิเรียกค่าเสียหายได้ และหากส่วนที่เหลือไร้ประโยชน์ ท่านอาจปฏิเสธทั้งหมด
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติมาแต่เดิมในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22/2536 (1993)
ผู้รับฝากโดยมีบำเหน็จที่คืนทรัพย์ไม่ได้เพราะการกระทำของลูกจ้างตนเองต้องรับผิดชดใช้ราคาทรัพย์
ผู้รับฝากโดยมีบำเหน็จไม่ใช้ความระมัดระวังดูแลทรัพย์สินที่ฝาก ทำให้คืนทรัพย์ไม่ได้ ต้องใช้ราคาแทน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5671/2534 (1991)
เมื่อการชำระหนี้ตามคำมั่นส่วนตัวพ้นวิสัยเพราะบุคคลภายนอกปฏิเสธ เจ้าหนี้มีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 218
จำเลยผูกพันโอนที่ดินของบริษัทตามสัญญาประนีประนอมส่วนตัว เมื่อผู้ถือหุ้นคัดค้าน การโอนพ้นวิสัย เปิดช่องเรียกค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 218
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา