มาตรา 438 — วิธีกำหนดค่าสินไหมทดแทน
ตัวบทกฎหมาย
ค่าสินไหมทดแทนจะพึงใช้โดยสถานใดเพียงใดนั้น ให้ศาลวินิจฉัยตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิดอนึ่ง ค่าสินไหมทดแทนนั้น ได้แก่การคืนทรัพย์สินอันผู้เสียหายต้องเสียไปเพราะละเมิด หรือใช้ราคาทรัพย์สินนั้น รวมทั้งค่าเสียหายอันจะพึงบังคับให้ใช้เพื่อความเสียหายอย่างใด ๆ อันได้ก่อขึ้นนั้นด้วย
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
The Court shall determine the manner and the extent of the compensation according to the circumstances and the gravity of the wrongful act. Compensation may include restitution of the property of which the injured person has been wrongfully deprived or its value as well as damages for any injury caused.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 438 ระบุหลักการคืนสภาพเดิม (restitutio in integrum) — เป้าหมายของการชดใช้คือทำให้โจทก์กลับสู่สภาพเดิม ไม่มากไม่น้อย ศาลมีดุลพินิจกว้างในวิธีคำนวณ (ราคาทดแทน มูลค่าที่ลดลง ค่าขาดประโยชน์ ค่าซ่อม) คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6683/2537 (ผู้ยืมรถไม่มีอำนาจฟ้องเรียกค่าเสียหาย) และ 2359/2567 (หน้าที่ห้ามแข่งขันของกรรมการ) แสดงขอบเขต กรณีทรัพย์เสียหาย ศาลมักให้ทั้งค่าซ่อมและค่าขาดประโยชน์ (มูลค่าเช่ารถระหว่างซ่อม)
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
ทนายความ: มาตรา 438 ให้ดุลพินิจแก่ศาล ไม่ใช่โจทก์ ในการกำหนดทั้งรูปแบบและจำนวนค่าสินไหมทดแทน เมื่อคืนทรัพย์ไม่ได้หรือไม่เหมาะสม ศาลใช้เงินแทน ความร้ายแรงแห่งละเมิดเป็นปัจจัยตามกฎหมาย โจทก์ต้องนำสืบความเสียหายจริง ศาลไม่อาจสันนิษฐานความเสียหายเอง ประชาชนทั่วไป: ศาลจะกำหนดว่าท่านควรได้รับอะไรและเท่าใด ซึ่งมักเป็นเงิน ยิ่งการละเมิดร้ายแรงเท่าใด ศาลอาจกำหนดมากขึ้นเท่านั้นภายในขอบเขตที่พิสูจน์ได้
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติมาแต่เดิมในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ยังไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญ
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2738/2554 (2011)
ธนาคารที่จ่ายเงินตามเช็คลายมือปลอมกระทำละเมิด ค่าสินไหมตามมาตรา 438 คือคืนเงินพร้อมดอกเบี้ย ข้อสัญญาปฏิเสธความรับผิดใช้ยันโจทก์ไม่ได้
พนักงานธนาคารผ่านเช็คลายมือปลอมหักบัญชีโจทก์โดยประมาทเลินเล่อ ถือเป็นละเมิด ค่าสินไหมทดแทนตามมาตรา 438 คือคืนเงินที่หักไปพร้อมดอกเบี้ย ข้อสัญญาปฏิเสธความรับผิดกรณีลายมือปลอมใช้ยันโจทก์ไม่ได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 14919/2557 (2014)
โจทก์ร่วมที่เรียกค่าสินไหมในคดีอาญาตามมาตรา 438 มีภาระพิสูจน์ความเสียหายแต่ละรายการ ศาลต้องให้โอกาสนำสืบ
โจทก์ร่วมเรียกค่าปลงศพ ค่าจัดการศพ และค่าขาดไร้อุปการะตามมาตรา 438 ในคดีอาญา ศาลวินิจฉัยว่าโจทก์ร่วมมีภาระพิสูจน์ความเสียหายแต่ละประเภท ศาลชั้นต้นไม่ให้นำสืบเป็นข้อบกพร่องทางกระบวนพิจารณา
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา