Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 5902/2567 คำพิพากษาที่ 5902/2567 2024 (BE 2567)

Les administrateurs successoraux ne peuvent pas hypothéquer les biens de la succession pour garantir leurs propres dettes sans le consentement des bénéficiaires. ผู้จัดการมรดกจำนองทรัพย์มรดกประกันหนี้ของตนโดยไม่ได้รับความยินยอม ทายาทเรียกให้ไถ่ถอนได้

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Les administrateurs de succession ont des obligations fiduciaires envers les héritiers. Lorsque les administrateurs hypothèque estate property, even before formal distribution, to secure their own personal debts, without the consent of the testamentary beneficiaries, the mortgage burdens the estate and may force heirs to satisfy the debt. The Supreme Court held the administrators liable to remove the mortgage encumbrance and indemnify the heirs.

ผู้จัดการมรดกในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสาม ย่อมก่อให้เกิดทรัพยสิทธิจำนองในที่ดินพิพาท แม้การจำนองจะไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตกเป็นของผู้จำนอง แต่สิทธิจำนองเป็นบุริมสิทธิ์ที่ติดไปกับตัวทรัพย์ มีผลผูกพันต่อกองมรดกและทายาททั้งปวง

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

The defendants, acting as estate administrators, mortgaged land bequeathed to the plaintiffs (the testamentary heirs) twice as security for their own personal debts, without the heirs' consent. The Supreme Court ordered the administrators to discharge the mortgages. Even though the mortgage does not transfer ownership, it creates a priority interest that follows the land and binds the estate and heirs, meaning the heirs would have to satisfy the administrators' personal debts to keep the land. This breaches the administrators' fiduciary duty under CCC §1719.
จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับตามพินัยกรรม ไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยทั้งสองสองครั้ง โดยไม่ได้รับความเห็นชอบจากโจทก์ทั้งสาม ศาลฎีกาให้จำเลยทั้งสองปลดจำนอง แม้การจำนองไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตกเป็นของผู้จำนอง แต่สิทธิจำนองเป็นบุริมสิทธิ์ที่ติดไปกับตัวทรัพย์ มีผลผูกพันต่อกองมรดกและทายาท ทำให้ทายาทอาจต้องชำระหนี้ของผู้จัดการมรดกแทนเพื่อรักษาที่ดินไว้ เป็นการละเมิดหน้าที่ตามมาตรา 1719

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Estate administrators owe fiduciary duties to the heirs. Where administrators mortgage estate property, even before formal distribution, to secure their own personal debts, without the consent of the testamentary beneficiaries, the mortgage burdens the estate and may force heirs to satisfy the debt. The Supreme Court held the administrators liable to remove the mortgage encumbrance and indemnify the heirs.
ผู้จัดการมรดกในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสาม ย่อมก่อให้เกิดทรัพยสิทธิจำนองในที่ดินพิพาท แม้การจำนองจะไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตกเป็นของผู้จำนอง แต่สิทธิจำนองเป็นบุริมสิทธิ์ที่ติดไปกับตัวทรัพย์ มีผลผูกพันต่อกองมรดกและทายาททั้งปวง

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 5902/2567 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5902/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ล้ว เห็นว่าคดีมีมูล ให้ประทับฟ้อง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ประกอบมาตรา 354 (ที่ถูกต้องระบุมาตรา 83 ด้วย) จำคุกคนละ 2 ปี จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา โดยผู้พิพากษาซึ่งพิจารณาและลงชื่อในคำพิพากษาศาลชั้นต้นอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่ได้ฎีกาโต้แย้งกันว่า โจทก์ทั้งสามเป็นบุตรของนายนพดล กับนางสกินะ ซึ่งอยู่กินฉันสามีภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกัน โจทก์ทั้งสามเป็นผู้สืบสันดานของนายนพดลที่ให้การรับรองบุตรแล้ว เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2543 นายประเสริฐ ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกส่วนหนึ่ง รวมทั้งที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 1664 เฉพาะส่วนเนื้อที่ 5 ไร่ 1 งาน 42 ตารางวา พร้อมบ้านหลังใหญ่ให้แก่นายนพดล วันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 นายประเสริฐถึงแก่ความตาย ศาลมีคำพิพากษาตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายประเสริฐ ต่อมาจำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกยื่นฟ้องต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอให้กำจัดนายนพดลมิให้รับมรดกของนายประเสริฐด้วยเหตุปิดบังพินัยกรรม คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้กำจัดนายนพดลมิให้รับมรดกฐานเป็นผู้ไม่สมควร วันที่ 18 กันยายน 2560 โจทก์ทั้งสามมีหนังสือทวงถามจำเลยทั้งสองให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐที่ตกทอดแก่โจทก์ทั้งสาม จำเลยทั้งสองได้รับแล้วเพิกเฉย และวันที่ 19 ตุลาคม 2560 โจทก์ทั้งสามฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนที่นายนพดลมีสิทธิได้รับตามพินัยกรรมทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสาม และวันที่ 11 มีนาคม 2562 ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสามสามารถสืบมรดกจากนายนพดลตามสิทธิที่ได้รับมรดกของนายประเสริฐ คดีถึงที่สุด วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 จำเลยทั้งสองในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้เงินกู้ยืมของจำเลยทั้งสองต่อนายสุรชัย ครั้งแรก เป็นเงิน 6,000,000 บาท โจทก์ทั้งสามกับพวกฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดมีนบุรีในความผิดข้อหายักยอก คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลฎีกาให้ลงโทษจำคุกจำเลยทั้งสองแต่ให้รอการลงโทษจำคุกเฉพาะจำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2562 จำเลยทั้งสองจดทะเบียนไถ่ถอนจำนองที่ดินพิพาทและจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทใหม่ ครั้งที่สอง เป็นเงิน 11,350,000 บาท ซึ่งโจทก์ทั้งสามนำมาเป็นมูลฟ้องคดีนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสองว่า จำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามคำพิพากษาศาลล่างทั้งสองหรือไม่ เห็นว่า เมื่อศาลมีคำพิพากษาตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายประเสริฐแล้วจำเลยทั้งสองไม่อาจจัดการมรดกให้เป็นไปทางใดทางหนึ่งได้ตามอำเภอใจจักต้องทำหน้าที่ผู้จัดการมรดกภายใต้กรอบและหลักเกณฑ์ที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติไว้ โดยประการที่สำคัญจำเลยทั้งสองมีหน้าที่ต้องรวบรวมทรัพย์มรดกทั้งหลายของนายประเสริฐนำมาแบ่งปันแก่ทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกให้เป็นไปตามกฎหมายและตามพินัยกรรมของนายประเสริฐโดยจักต้องกระทำเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกด้วยความสุจริต โปร่งใสและเปิดเผยเพื่อไม่ให้เป็นที่คลางแคลงใจแก่ทายาท การที่จำเลยทั้งสองนำที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจำนองเป็นประกันหนี้เงินกู้ของจำเลยทั้งสองต่อนายสุรชัยโดยโจทก์ทั้งสามไม่ได้รู้เห็นยินยอมย่อมก่อให้เกิดทรัพยสิทธิจำนองในที่ดินพิพาทนั้น แม้การจำนองจะไม่ทำให้กรรมสิทธิ์ในที่ดินพิพาทตกเป็นของผู้จำนอง แต่สิทธิจำนองเป็นบุริมสิทธิที่ติดไปกับตัวทรัพย์จำนองมีผลผูกพันต่อกองมรดกและทายาททั้งปวง ดังนั้น หากจำเลยทั้งสองไม่ชำระหนี้เงินกู้ยืมตามสัญญาจำนองหนี้เหล่านั้นก็จะตกเป็นภาระแก่กองมรดกและทายาท รวมทั้งโจทก์ทั้งสามซึ่งสืบมรดกจากนายนพดลที่มีสิทธิจะได้รับมรดกที่ดินพิพาทตามพินัยกรรมของนายประเสริฐในอันจะต้องรับผิดชำระหนี้ตามสัญญาจำนองให้แก่ผู้รับจำนองแทนจำเลยทั้งสอง มิฉะนั้นผู้รับจำนองอาจใช้สิทธิฟ้องร้องบังคับจำนองยึดที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามสัญญาจำนองได้ นอกจากนี้ยังได้ความจากพยานหลักฐานที่โจทก์ทั้งสามนำสืบมาว่า เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 โจทก์ทั้งสามในฐานะผู้สืบมรดกจากนายนพดลยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอให้บังคับจำเลยทั้งสองจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินและส่งมอบทรัพย์สินอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่นายนพดลมีสิทธิจะได้รับตามพินัยกรรมทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสาม และวันที่ 11 มีนาคม 2562 ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษาว่าโจทก์ทั้งสามสามารถสืบมรดกจากนายนพดลมีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐและให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมส่งมอบทรัพย์สินอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่นายนพดลมีสิทธิจะได้รับตามพินัยกรรมทั้งหมดให้แก่โจทก์ทั้งสาม ประกอบกับจำเลยที่ 2 เบิกความยอมรับว่า ก่อนจดทะเบียนจำนองครั้งแรก จำเลยที่ 2 ทราบเรื่องที่โจทก์ทั้งสามยื่นฟ้องจำเลยทั้งสองเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องขอสืบมรดกจากนายนพดลที่มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐแล้ว จำเลยที่ 2 ยังจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทโดยไม่ได้แจ้งและไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสาม อีกทั้งได้ความตามทางนำสืบของโจทก์ทั้งสามว่า หลังจากจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทเป็นประกันหนี้เงินกู้ยืมแก่นายสุรชัยครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 แล้ว ต่อมาวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 โจทก์ทั้งสามกับพวกฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกในข้อหาร่วมกันโกงเจ้าหนี้และร่วมกันทำผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลโดยทุจริตจากการที่จำเลยทั้งสองนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองครั้งแรกดังกล่าว ตามคดีอาญาหมายเลขดำที่ อ.1525/2561 ของศาลจังหวัดมีนบุรี แสดงว่าก่อนจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทครั้งแรกจำเลยที่ 2 ทราบเรื่องที่โจทก์ทั้งสามยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อขอสืบมรดกจากนายนพดลที่มีสิทธิจะได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐแล้วยังฝ่าฝืนนำที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างซึ่งเป็นทรัพย์มรดกที่จะตกแก่โจทก์ทั้งสามไปจดทะเบียนจำนองต่อนายสุรชัย และก่อนจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินครั้งที่สองจำเลยทั้งสองก็ทราบแล้วว่าโจทก์ทั้งสามกับพวกฟ้องจำเลยทั้งสองกับพวกเป็นคดีอาญาอันมีมูลเหตุสืบเนื่องมาจากการที่จำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทครั้งแรกแล้ว แต่จำเลยทั้งสองยังคงจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทครั้งที่สองโดยเพิ่มวงเงินจำนองให้สูงขึ้นไปอีก พฤติกรรมของจำเลยทั้งสองเช่นนี้ย่อมถือได้ว่าเป็นการกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของทายาทและโจทก์ทั้งสามแล้ว ที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า เหตุที่ยังไม่จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้แก่โจทก์ทั้งสามเนื่องจากคดีที่โจทก์ทั้งสามฟ้องขอสืบมรดกของนายนพดลตามพินัยกรรมยังอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลสูงยังไม่ถึงที่สุด และจำเลยทั้งสองเชื่อว่าจะชนะคดีสามารถนำทรัพย์มรดกส่วนนั้นมาแบ่งปันให้แก่ทายาทคนอื่นได้นั้น เห็นว่า ขณะจำเลยทั้งสองจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทครั้งที่สองนั้นจำเลยทั้งสองทราบผลคำพิพากษาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.1745/2560 ของศาลจังหวัดมีนบุรี ที่พิพากษาให้โจทก์ทั้งสามสืบมรดกจากนายนพดลมีสิทธิจะได้รับทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐ และให้จำเลยทั้งสองโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสามแล้ว แม้ขณะนั้นคดียังไม่ถึงที่สุดแต่ผลแห่งคำพิพากษาของศาลจังหวัดมีนบุรีดังกล่าวย่อมผูกพันโจทก์ทั้งสามและจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นคู่ความในกระบวนพิจารณาคดีนั้น นับตั้งแต่วันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นได้ถูกเปลี่ยนแปลง แก้ไข กลับหรืองดเสีย ถ้าหากมี ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 วรรคหนึ่ง ข้ออ้างตามฎีกาของจำเลยทั้งสองนี้จึงรับฟังไม่ได้ ในทางตรงข้ามการที่จำเลยทั้งสองไม่โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ทั้งสามตามคำพิพากษากลับนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองครั้งที่สองในวงเงินที่สูงขึ้นจากการจำนองครั้งที่หนึ่งอีกหลายล้านบาทซึ่งเป็นการเพิ่มภาระหนี้ให้แก่กองมรดก ทายาทและโจทก์ทั้งสาม ย่อมแสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองมีเจตนาไม่สุจริตอย่างชัดเจน ส่วนที่จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยทั้งสองนำเงินที่ได้จากการจำนองทั้งสองครั้งมาเป็นค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและค่าทนายความ เพื่อติดตามเอาทรัพย์มรดกมาแบ่งปันให้แก่ทายาทอันเป็นประโยชน์แก่กองมรดกและทายาทถือเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการมรดกโดยชอบ และโจทก์ทั้งสามนำสืบไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองนำเงินที่ได้จากการจำนองไปใช้ประโยชน์ส่วนตัว การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงมิไช่กรณีเป็นผู้จัดการมรดกกระทำผิดหน้าที่ของตนโดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินนั้น เห็นว่า ค่าใช้จ่ายในการต่อสู้คดีและค่าทนายความดังกล่าวจำเลยทั้งสองนำมาใช้ในการต่อสู้คดีที่ถูกโจทก์ทั้งสามกับทายาทอื่นฟ้องทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาเพื่อขอแบ่งปันทรัพย์มรดกและขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองในความผิดเกี่ยวกับการประพฤติผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกเกือบทั้งสิ้น อันเป็นการต่อสู้คดีเพื่อปฏิเสธไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมให้แก่ทายาทตามหน้าที่ของจำเลยทั้งสองซึ่งเป็นผู้จัดการมรดก โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่จำเลยทั้งสองบันทึกไว้ ก็เป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะสารพัดไม่ปรากฏว่าเกี่ยวข้องกับการจัดการมรดกแต่อย่างใดดังที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยไว้โดยละเอียดซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าชอบแล้วจึงไม่จำต้องวินิจฉัยซ้ำอีก เพราะฉะนั้นค่าใช้จ่ายและค่าทนายความดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการมรดกโดยชอบที่กองมรดกจะต้องรับผิดชอบชำระหนี้นั้น และรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยทั้งสองนำเงินที่ได้จากการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาททั้งสองครั้งมาใช้ในการจัดการมรดกดังที่จำเลยทั้งสองฎีกากล่าวอ้างและนำสืบมา พยานหลักฐานของโจทก์ทั้งสามมีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า เมื่อศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยทั้งสองเป็นผู้จัดการมรดกของนายประเสริฐแล้ว ต่อมาศาลมีคำพิพากษากำจัดนายนพดลมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐและมีคำพิพากษาให้โจทก์ทั้งสามเป็นผู้สืบมรดกจากนายนพดลมีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐ แต่จำเลยทั้งสองไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมให้แก่โจทก์ทั้งสามกลับนำที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับตามพินัยกรรมนั้นไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยทั้งสองโดยไม่ได้รับความเห็นชอบหรือยินยอมจากโจทก์ทั้งสามแล้วนำเงินที่ได้จากการจำนองมาใช้เป็นประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยทั้งสองเองอันถือได้ว่าเป็นการแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมายสำหรับตนเองหรือผู้อื่น การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการทรัพย์สินของผู้อื่นตามคำสั่งของศาลกระทำผิดหน้าที่ของตนด้วยประการใด ๆ โดยทุจริตจนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ประโยชน์ในลักษณะที่เป็นทรัพย์สินของผู้อื่น เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 353 ประกอบมาตรา 354, 83 ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยทั้งสองมานั้นชอบแล้ว ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่นของจำเลยทั้งสองนอกจากนี้เป็นเพียงรายละเอียดปลีกย่อยไม่เป็นข้อสาระสำคัญและไม่มีผลให้เปลี่ยนแปลงคำพิพากษาจึงไม่วินิจฉัยให้ พิพากษายืน

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 5902/2567 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 5902/2567 วินิจฉัยอย่างไร?

Estate administrators owe fiduciary duties to the heirs. Where administrators mortgage estate property, even before formal distribution, to secure their own personal debts, without the consent of the testamentary beneficiaries, the mortgage burdens the estate and may force heir...

ผู้จัดการมรดกในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกในส่วนที่โจทก์ทั้งสามจะได้รับตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์ทั้งสาม ย่อมก่อให้เกิดทรัพยสิทธิจำนองในที่ดินพิพาท แม้การจำนองจะไม่ทำ…

Quelle section du Code civil et commercial s'applique ? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

L'affaire est principalement tranchée en vertu de l'article 1719 du Code civil.

คดีนี้วินิจฉัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719

Fonctions d'administrateur de succession en Thaïlande article 1719 ccc hypothèque sur des terres héritées en Thaïlande héritier soumis à l'obligation fiduciaire consentement du bénéficiaire en Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous