Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 5409/2568 คำพิพากษาที่ 5409/2568 2025 (BE 2568)

Le bailleur en crédit-bail ne peut résilier le contrat pour défaut de présentation du matériel avant l'expiration du délai de mise en demeure. ผู้ให้เช่าซื้อ บอกเลิกสัญญาเพราะลูกค้าไม่นำรถมาตรวจสอบ ทำได้ต่อเมื่อบอกกล่าวแล้วลูกค้าไม่ปฏิบัติ

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Où un location-vente le contrat donne au bailleur le droit d'inspecter le matériel ' à tout moment ' (une obligation non fixe), CCC L’article 204, paragraphe 1, s’applique : le créancier peut exiger l’exécution immédiate de la prestation, mais doit préalablement adresser au débiteur une mise en demeure écrite. Tant que cette mise en demeure n’est pas signifiée ET que le délai qui y est indiqué n’est pas expiré, le débiteur n’est pas en défaut. Une notification de résiliation émise avant l’expiration du délai de mise en demeure est donc prématurée, et le bailleur ne peut se prévaloir de cette notification pour récupérer le matériel.

สัญญาเช่าซื้อกำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ตลอดเวลา จึงเป็นกรณีกำหนดการชำระหนี้ไม่ได้กำหนดเวลาลงไว้ ต้องใช้ ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง เจ้าหนี้ต้องให้คำเตือนลูกหนี้ก่อน หลังคำเตือนแล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระจึงเป็นผิดนัด ก่อนที่โจทก์จะมีคำเตือนและก่อนครบกำหนดเวลาตามคำเตือน ลูกหนี้ยังไม่เป็นผิดนัด

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

Aux termes du contrat de location-vente d'un tracteur, le bailleur pouvait inspecter le matériel ' à tout moment ' et le locataire était tenu de s'y conformer. Le bailleur a envoyé une unique lettre accordant au locataire sept jours pour restituer le tracteur et précisant qu'à défaut, la lettre elle-même résilierait le contrat. La Cour suprême a jugé que cette obligation d'' inspection sur demande ' n'étant pas assortie d'une limite de temps, l'article 204(1) du Code civil australien (CCC) exigeait une mise en demeure et un avertissement préalables distincts. Une lettre qui prétend à la fois avertir et résilier simultanément le contrat en cas de non-respect ne laisse pas au locataire la possibilité de régulariser sa situation. La résiliation était donc prématurée.
ตามสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิตรวจสอบเมื่อใดก็ได้ ผู้ให้เช่าซื้อส่งหนังสือฉบับเดียวให้นำรถมาตรวจสอบภายใน 7 วัน และระบุว่าหากไม่ปฏิบัติ ถือเป็นการบอกเลิกสัญญาในหนังสือฉบับเดียวกันนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัย หน้าที่ 'ตรวจสอบเมื่อใดก็ได้' ไม่ได้กำหนดเวลา ต้องใช้มาตรา 204(1) ที่กำหนดให้บอกกล่าวก่อนแยกออกจากการบอกเลิก หนังสือที่บอกเตือนและบอกเลิกพร้อมกันไม่ให้โอกาสลูกหนี้ได้แก้ไข การบอกเลิกจึงยังไม่ชอบ

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Lorsqu'un contrat de location-vente confère au bailleur le droit d'inspecter le matériel ' à tout moment ' (obligation non déterministe), l'article 204, paragraphe 1, du Code civil australien (CCA) s'applique : le créancier peut exiger l'exécution immédiate de la prestation, mais doit préalablement adresser au débiteur une mise en demeure écrite. Tant que cette mise en demeure n'est pas signifiée ET que le délai qu'elle mentionne n'est pas expiré, le débiteur n'est pas en défaut. Une mise en demeure émise avant l'expiration du délai de mise en demeure est donc prématurée, et le bailleur ne peut se prévaloir de ce seul fait pour reprendre possession du matériel.
สัญญาเช่าซื้อกำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ตลอดเวลา จึงเป็นกรณีกำหนดการชำระหนี้ไม่ได้กำหนดเวลาลงไว้ ต้องใช้ ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง เจ้าหนี้ต้องให้คำเตือนลูกหนี้ก่อน หลังคำเตือนแล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระจึงเป็นผิดนัด ก่อนที่โจทก์จะมีคำเตือนและก่อนครบกำหนดเวลาตามคำเตือน ลูกหนี้ยังไม่เป็นผิดนัด

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 5409/2568 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5409/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ก์ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้มีหนังสือบอกกล่าวการผิดนัดของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ไปยังจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันหรือไม่ แม้จะปรากฏว่าโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 2 พร้อมกับจำเลยที่ 1 ให้นำรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อมาแสดง แต่ขณะนั้นจำเลยที่ 1 ยังไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการบอกกล่าวการผิดนัดของลูกหนี้ไปยังผู้ค้ำประกันตาม ป.พ.พ. มาตรา 686 วรรคหนึ่ง เมื่อโจทก์ยังไม่ได้ปฏิบัติตามที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนด โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันส่งมอบรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อคืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 301,880 บาท ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระค่าขาดประโยชน์ 40,000 บาท ค่าปรับชำระล่าช้า 9,278 บาท ค่าติดตามรถคืน 2,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 40,000 บาท นับแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ และค่าขาดประโยชน์เดือนละ 8,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ 1 ส่งมอบรถแทรกเตอร์ ยี่ห้อยันม่าร์ รุ่น EF494T หมายเลขเครื่องยนต์ M7155 คืนแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้จำเลยที่ 1 ใช้ราคาแทน 301,880 บาท ให้ชำระค่าขาดประโยชน์ 45,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 45,000 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 15 ตุลาคม 2563) เป็นต้นไปจนกว่าชำระเสร็จ ให้ชำระเบี้ยปรับ 9,278 บาท กับให้ชำระค่าขาดประโยชน์อีกเดือนละ 5,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถที่เช่าซื้อคืนหรือใช้ราคาแทนเสร็จ แต่ไม่เกิน 6 เดือน ให้จำเลยที่ 1 ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ เฉพาะค่าขึ้นศาลให้ใช้แทนตามจำนวนทุนทรัพย์เท่าที่โจทก์ชนะคดี โดยกำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้ตกเป็นพับ ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยที่ 1 ชำระค่าขาดประโยชน์ 40,000 บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2561 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเช่าซื้อรถแทรกเตอร์ ยี่ห้อ ย. หมายเลขตัวถัง 494-20xxxx หมายเลขเครื่องยนต์ M 71xx จากโจทก์ ในราคาเช่าซื้อรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 482,250 บาท จำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อส่วนแรกรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 50,000 บาท ส่วนที่เหลือ 432,250 บาท ตกลงผ่อนชำระค่าเช่าซื้อเป็นงวดรายเดือนมากน้อยไม่เท่ากัน รวม 48 งวด เริ่มชำระงวดแรกวันที่ 1 มีนาคม 2561 งวดต่อไปชำระทุกวันที่ 1 ของเดือนถัดไปจนกว่าชำระครบ โดยมีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันการชำระหนี้แก่โจทก์ หลังจากทำสัญญาจำเลยที่ 1 ชำระค่าเช่าซื้อเป็นเงิน 130,370 บาท แล้วผิดนัดชำระค่าเช่าซื้อจนถึงปัจจุบัน ยังค้างชำระค่าเช่าซื้อ ค่าปรับชำระล่าช้า โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวทวงถามและบอกเลิกสัญญาฉบับลงวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 ให้จำเลยที่ 1 นำทรัพย์สินที่เช่าซื้อมาแสดงภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ หากครบกำหนดแล้วเพิกเฉยให้ถือว่าสัญญาเลิกกัน จำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 เมื่อครบกำหนด 7 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือดังกล่าว จำเลยที่ 1 เพิกเฉย สัญญาเช่าซื้อจึงเลิกกัน สำหรับประเด็นความรับผิดของจำเลยที่ 1 ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ปัญหาดังกล่าวจึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 4 คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาเพียงว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 หรือไม่ เห็นว่า สัญญาค้ำประกันระหว่างจำเลยที่ 2 กับโจทก์ ข้อ 2 ระบุว่า หากผู้เช่าซื้อผิดนัดชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ รวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงการไม่ชำระหนี้ค่าเช่าซื้อ และ/หรือเงินจำนวนอื่นใดที่ต้องชำระตามสัญญาเช่าซื้อภายในกำหนดไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือผิดสัญญาเช่าซื้อไม่ว่าทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือทรัพย์สินที่เช่าซื้อเกิดความเสียหาย สูญหาย ถูกยึด ถูกอายัดหรือถูกริบ หรือผู้เช่าซื้อล้มละลาย หรือตายหรือกลายเป็นบุคคลไร้ความสามารถ หรือสาบสูญ หรือไปเสียจากถิ่นที่อยู่ หรือหาตัวไม่พบ หรือย้ายภูมิลำเนาโดยไม่ได้แจ้งให้บริษัททราบ หรือกรณีอื่นใดอันทำให้บริษัทไม่ได้รับชำระหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อทั้งหมดไม่ว่าด้วยเหตุใด ผู้ค้ำประกันยินยอมรับผิดในการที่จะชำระหนี้ของผู้เช่าซื้อ พร้อมอุปกรณ์แห่งหนี้ดังกล่าว และค่าเสียหายทั้งหมดให้แก่บริษัทจนครบถ้วนตามหนังสือสัญญาค้ำประกันนี้ และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 680 บัญญัติว่า อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น ดังนั้นจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันกับโจทก์เพื่อประกันการชำระหนี้ของจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันจึงต้องผูกพันตนต่อโจทก์เจ้าหนี้เพื่อการชำระหนี้ตามหนังสือสัญญาเช่าซื้อของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ เมื่อปรากฏตาม ข้อ 5 วรรคสอง ระบุว่า "ผู้เช่าซื้อยินยอมให้ผู้ให้เช่าซื้อ หรือตัวแทนของผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจสอบสภาพทรัพย์สินได้ตลอดเวลา และนอกจากนี้ผู้เช่าซื้อต้องแจ้งให้ผู้ให้เช่าซื้อทราบทันที ในกรณีที่ทรัพย์สินชำรุด บกพร่อง และ/หรือไม่อยู่สภาพที่ใช้การได้ และ/หรือเสียหาย และ/หรือสูญหาย และ/หรือไปเกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุ" และวรรคสาม ระบุว่า "ในกรณีที่ผู้ให้เช่าซื้อพิจารณาเห็นว่าสินทรัพย์มีการใช้งาน จนอยู่ในสภาพที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายแก่ตัวรถและอุปกรณ์ได้ ผู้ให้เช่าซื้อหรือตัวแทนของผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธินำทรัพย์สินและอุปกรณ์ดังกล่าว มาตรวจสภาพและทำการแก้ไขได้ทันที โดยผู้เช่าซื้อจะไม่โต้แย้งแต่ประการใดทั้งสิ้น และต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมด และไม่มีสิทธิเรียกร้องค่าเสียหายหรือค่าขาดประโยชน์ใด ๆ จากผู้ให้เช่าซื้อทั้งสิ้น" ข้อสัญญาดังกล่าวเป็นข้อตกลงที่กำหนดสิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญา โดยให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ตลอดเวลา และจำเลยที่ 1 ผู้เช่าซื้อต้องแจ้งให้แก่โจทก์ทราบถึงความชำรุดบกพร่อง สูญหายหรือเสียหาย ของทรัพย์สินที่เช่าซื้อดังกล่าว ซึ่งรวมถึงการยินยอมให้โจทก์หรือตัวแทนเข้าตรวจสอบทรัพย์สินนั้น อันเป็นการกำหนดหน้าที่ตามสัญญา หากจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตาม โจทก์มีสิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 13 (ข) ที่จะบอกเลิกสัญญา แต่เหตุแห่งการเลิกสัญญาดังกล่าวเกิดจากการใช้สิทธิของโจทก์ผู้ให้เช่าซื้อเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อเมื่อเวลาใด ๆ ก็ได้ จึงเป็นกรณีกำหนดการชำระหนี้ไม่ได้กำหนดเวลาลงไว้ เจ้าหนี้อาจเรียกให้ชำระหนี้ได้โดยพลัน แต่เจ้าหนี้ต้องให้คำเตือนให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวก่อน และภายหลังแต่นั้นเจ้าหนี้ได้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ชำระหนี้ไซร้ ลูกหนี้ได้ชื่อว่าผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้ว ตามบทบัญญัติ มาตรา 204 วรรคหนึ่ง แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ดังนั้น ก่อนที่โจทก์จะมีคำเตือนให้จำเลยที่ 1 นำรถยนต์มาให้โจทก์ทำการตรวจสอบ และก่อนครบกำหนดระยะเวลาตามที่โจทก์ให้คำเตือนยังไม่ถือว่าจำเลยที่ 1 ตกเป็นฝ่ายผิดนัด และประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 686 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใดเจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ บทบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้เมื่อลูกหนี้ผิดนัดไม่ชำระหนี้ตามสัญญา โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกัน หลังจากวันที่จำเลยที่ 1 หรือลูกหนี้ผิดนัด ปรากฏว่าเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยทั้งสองให้นำรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อมาแสดงภายใน 7 วัน นับแต่วันได้รับหนังสือ หากจำเลยทั้งสองเพิกเฉยให้ถือว่าหนังสือฉบับนี้เป็นการบอกเลิกสัญญา อันเป็นการใช้สิทธิตามสัญญาเช่าซื้อ ข้อ 5 และข้อ 13 (ข) จำเลยทั้งสองได้รับหนังสือบอกกล่าวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ครบกำหนดตามหนังสือบอกกล่าวเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน 2563 จำเลยที่ 1 เพิกเฉยไม่นำรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อมาแสดงแก่โจทก์ตามหนังสือดังกล่าว จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ตกเป็นฝ่ายผิดนัดเมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2563 เมื่อทางนำสืบของโจทก์ไม่ปรากฏว่าหลังจากวันที่ 7 มิถุนายน 2563 ได้มีหนังสือบอกกล่าวการผิดนัดของจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ไปยังจำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันหรือไม่ แม้จะปรากฏว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2563 โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 2 พร้อมกับจำเลยที่ 1 ให้นำรถแทรกเตอร์ที่เช่าซื้อมาแสดงและจำเลยที่ 2 ได้รับหนังสือบอกกล่าวเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2563 ตามที่กล่าวข้างต้น ซึ่งขณะนั้นจำเลยที่ 1 ยังไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นการบอกกล่าวการผิดนัดของลูกหนี้ไปยังผู้ค้ำประกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 วรรคหนึ่ง โจทก์ยังไม่ได้ปฏิบัติตามที่บทบัญญัติแห่งกฎหมายกำหนด ในชั้นนี้โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องจำเลยที่ 2 ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 4 วินิจฉัยมานั้น ศาลฎีกาเห็นด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 5409/2568 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 5409/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

Lorsqu'un contrat de location-vente confère au bailleur le droit d'inspecter le matériel ' à tout moment ' (obligation non fixe), l'article 204, paragraphe 1, du Code civil australien s'applique : le créancier peut exiger l'exécution immédiate, mais doit préalablement adresser au débiteur une mise en demeure écrite. Tant que cette mise en demeure n'est pas adressée ET…

สัญญาเช่าซื้อกำหนดให้โจทก์ผู้ให้เช่าซื้อมีสิทธิเข้าตรวจสอบทรัพย์สินที่เช่าซื้อได้ตลอดเวลา จึงเป็นกรณีกำหนดการชำระหนี้ไม่ได้กำหนดเวลาลงไว้ ต้องใช้ ป.พ.พ. มาตรา 204 วรรคหนึ่ง, เจ้าหนี้ต้องให้คำเตือนลูกหนี้ก่อน หลังคำเตือนแล้ว…

Quelle section du CCC s'applique ? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

Article 204 du Code civil canadien

มาตรา 204

résiliation de location-vente en Thaïlande article 204 ccc demande et guérison thaïlande obligation non fixée Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous