แลนด์มาร์ค คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. คำตัดสินที่ 5902/2567 คำพิพากษาที่ 5902/2567 2024 (พ.ศ. 2567)

ผู้จัดการมรดกไม่สามารถจำนองทรัพย์สินของกองมรดกเพื่อค้ำประกันหนี้ของตนเองได้โดยปราศจากความยินยอมของผู้รับมรดก ผู้จัดการมรดกจำนองทรัพย์สมบัติประกันหนี้ของผู้ผลิตโดยไม่เชื่อความ — ยาทเรียกให้สืบสวนถอนได้

ส่วนต่างๆ ของ CCC: ไทม์ ป.พ.พ.:

⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดูแลผลประโยชน์ของทายาท ในกรณีที่ผู้จัดการมรดก จำนอง ทรัพย์สินในกองมรดก—แม้กระทั่งก่อนการแบ่งปันอย่างเป็นทางการ—ถูกนำไปใช้เป็นหลักประกันหนี้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับมรดกตามพินัยกรรม ซึ่งภาระจำนองดังกล่าวจะสร้างภาระให้กับกองมรดกและอาจบังคับให้ทายาทต้องชำระหนี้นั้น ศาลฎีกาตัดสินว่าผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ต้องขจัดภาระจำนองและชดเชยค่าเสียหายให้แก่ทายาท.

ผู้จัดการมรดกในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์มักจะเป็นไปตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันซอฟต์แวรโดยมัลติฟังก์ชั่นจากโจทก์มักจะก่อให้เกิดประโยชน์ที่ก่อให้เกิดความเข้มข้นของโจทก์จำนองในที่ดินพินัยกรรมการจำไม่หยุดจะไม่ทำให้ทราบในที่ดินตกเป็นอย่างเป็นทางการจั๊ม แต่สิทธิจำนองเป็นบุริมสิทธิ์ที่ติดไปกับตัวทรัพย์รับฟังต่อกองมรดกและทายาททั่วโลก

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป

จำเลยซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดก ได้จำนองที่ดินที่ยกให้แก่โจทก์ (ทายาทตามพินัยกรรม) สองครั้งเพื่อเป็นหลักประกันหนี้ส่วนตัวของตนเอง โดยไม่ได้รับความยินยอมจากทายาท ศาลฎีกาสั่งให้ผู้จัดการมรดกยกเลิกการจำนอง แม้ว่าการจำนองจะไม่โอนกรรมสิทธิ์ แต่ก็สร้างสิทธิลำดับความสำคัญที่ติดตามที่ดินและผูกพันกองมรดกและทายาท ซึ่งหมายความว่าทายาทจะต้องชำระหนี้ส่วนตัวของผู้จัดการมรดกเพื่อรักษาสิทธิ์ในที่ดิน การกระทำนี้ถือเป็นการละเมิดหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้จัดการมรดกภายใต้กฎหมาย ซีซีซี §1719.
จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นคุณสมบัตินำมรดกที่โจทก์คุณสมบัติจะได้รับตามพินัยกรรมไปจำนองเป็นประกันของจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกที่มีลักษณะชอบจากโจทก์ในสนามบินฎีกาให้จำเลยปลดจำนองในการจำนองไม่ทำให้สืบสวนในที่ดินตกเป็นในจำนองแต่สิทธิจำนองเป็นบุสิทธิ์ริมที่ติดไปกับตัวทรัพย์ นำเสนอต่อกองมรดกและทายาทส่วนทายาทอาจต้องหนี้ของผู้จัดการมรดกแทนที่ดินไว้เป็นหน้าที่ตามมาตรา 1719

คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดูแลผลประโยชน์ของทายาท หากผู้จัดการมรดกนำทรัพย์สินของกองมรดกไปจำนอง—แม้กระทั่งก่อนการแบ่งปันมรดกอย่างเป็นทางการ—เพื่อค้ำประกันหนี้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับมรดก การจำนองนั้นจะสร้างภาระให้กับกองมรดกและอาจทำให้ทายาทต้องชำระหนี้ดังกล่าว ศาลฎีกาตัดสินว่าผู้จัดการมรดกต้องรับผิดชอบในการขจัดภาระจำนองและชดใช้ค่าเสียหายให้แก่ทายาท.
ผู้จัดการมรดกในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์สมบัติมรดกที่โจทก์มักจะเป็นไปตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันซอฟต์แวร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งความทราบจากโจทก์มักจะก่อให้เกิดประโยชน์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์จำนองในที่ดินพิพาทการจำนองจะไม่ทำให้ลงไปในที่ดินเป็นจำนองแต่สิทธิพิเศษจำนองเป็นบุริมสิทธิ์ที่ติดตัวไปกับทรัพย์สมบัติของเครือข่ายต่อกองมรดกและทายาทอันยิ่งใหญ่

คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม

ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 5902/2567 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 5902/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

กำลังจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษและจะพร้อมใช้งานในเร็วๆ นี้.

ล้วเห็นว่าคดีมีมูลที่ช่วยให้การตัดสินจำเลยที่จะช่วยให้การปฏิเสธศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามข้อบังคับกฎหมายอาญา มาตรา 353 กฎหมายอาญา มาตรา 353 (ความถูกต้องระบุมาตรา 83 ด้วย) พิจารณาคดีคนละ 2 ปี จำเลยเลยความยุติธรรมศาลยุติธรรมในกรุงโซลยืนจำเลยดูฎีกาโดยพิจารณาคดีและลงชื่อในศาลฎีกาชั้นศาลฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นของการรับฟังข่าวเป็นคู่ความไม่ได้ฎีกาเป็นคุณสมบัติของโจทก์ ตรวจสอบเป็นบุตรของนายพดล กับนางสกินะ ซึ่งกินฉันสามีไม่ได้จดทะเบียนกัน โจทก์ทำหน้าที่สืบสันดานของนายพดลให้การดูแลบุตรแล้วประจำวัน 12 มกราคม 2543 นายประศาสน์วิจัยพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกอย่างเป็นทางการในพื้นที่พิพาทโฉนดเลขที่ 1664 ส่วนเนื้อที่ 5 ไร่ 1 งาน 42 ตารางวา พร้อมบ้านหลังใหญ่ให้แก่นายนพดลวันที่ 22 พฤศจิกายน 2549 นายประเสริฐถึงแก่ความตาย ศาลมีคำพิพากษาตั้งจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของนายสุภาพในภายหลังจำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกยื่นต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอให้กำจัดนายนพดลมิให้รับมรดกของนายประเสริฐด้วยสาเหตุปิดบังพินัยกรรม คดีถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลยุติธรรมให้กำจัดนายนพดลมิให้รับมรดกฐานที่ไม่เคยพูดถึง 18 กันยายน 2560 โจทก์ปกติมีหนังสือทวงถามจำเลยให้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินอันเป็นทรัพย์สมบัติตามพินัยกรรมของนายสุภาพที่ตกทอดแก่โจทก์ดูจำเลยอย่างเป็นทางการมีหนังสือทวงถามจำเลยถึงวันที่ 19 ตุลาคม 2560 โจทก์ตรวจสอบคุณสมบัติจำเลยต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอให้ลงทะเบียนตรวจสอบที่ดินที่นายนพดลได้รับตามพินัยกรรมทั้งหมดสำหรับบริษัทและวันที่ 11 เดือนโจทก์ 2562 ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำตัดสินว่าโจทก์ดูเหมือนจะสามารถสืบมรดกจากนายนพดลตามสิทธิที่ได้รับมรดกของนายประเสริฐ คดีถึงที่สุดในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างเป็นประกันหนี้เงินของจำเลยคุณสมบัติต่อนายสุรชัย ครั้งแรกเป็น 6,000,000 บาท โจทก์ดูเหมือนจะกับพรรคการเมืองเลยที่ต่อศาลจังหวัดมีนบุรีในความผิดข้อหายักยอกคดี คดีถึงที่สุดตามคำศาลฎีกาให้ตรวจสอบเงินจำเลยแต่ให้รอการตรวจสอบเฉพาะจำเลยที่ 1 19 กรกฎาคม 2562 จำเลยจดทะเบียนเพื่อถอนจำนองที่ดินพิพาทและจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทใหม่เป็นเงิน 11,350,000 บาท ซึ่งโจทก์จะนำมาเป็นมูลคดีคดีนี้ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของเลยจำเลยที่จำได้ว่าจำเลยเชื่อถือตามคำตัดสินของศาลต่ำและอาจพิจารณาได้ เมื่อศาลมีคำพิพากษาตั้งจำเลยเป็นเวลานานเป็นผู้จัดการมรดกของนายประเสริฐแล้วจำเลยที่เข้าใจมรดกเพื่อให้ไปสู่ทิศทางใดทางหนึ่งได้ตามอำเภอใจจักษุจะต้องรักษามรดกภายใต้กรอบและการพิจารณาที่ศาลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ไว้ โดยหลักที่สำคัญจำเลยแกนต้องรวบรวมทรัพย์มรดกสืบเนื่องของนายประเสริฐนำมาแบ่งปันแก่ทายาทผู้มีสิทธิ์ได้รับมรดกให้เป็นไปตามกฎหมายและตามพินัยกรรมของนายประเสริฐโดยราชต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์แก่กองมรดกด้วยความโปร่งใสและเผยแพร่ไปยังแกนแคลงใจแก่ทายาทที่จำเลยนำที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างไปจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยต่อนายสุรชัยโดยโจทก์แกนไม่ได้รู้เห็นองค์กรที่ก่อให้เกิดผลจำนองในที่ดินพิพาทนั้น จำนองไม่ได้ทำให้เห็นถึงการจำนองอาชญากรรมจำนองเป็นบุริมสิทธิที่ติดตัวทรัพย์จำนองสำหรับสายต่อกองและทายาทนี้ … จำเลยไม่ชำระหนี้เงินตามสัญญาจำนองหนี้จะตกเป็นสายรุ้งกองมรดกและทายาทในโจทก์ซึ่งสืบสืบมรดกจากนายนพดลที่ศูนย์มรดกที่ดินพิพาทตามพินัยกรรมของนายในอันดำเนินการรับผิดหนี้ตามจำนองแต่ไม่รู้จบเลย มิฉะนั้นอาจใช้สิทธิตามกฎหมายบังคับจำนองที่ดินพิพาทออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้ตามประวัติที่โจทก์อย่างเป็นทางการสืบมาว่าในช่วง 19 สิงหาคม 2560 โจทก์ในฐานะผู้ดำเนินการสืบมรดกจากนายนพดลยื่นข้อเสนอวิจัยจำเลยต่อศาลจังหวัดมีนบุรีขอบังคับจำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินและนำเสนอข้อมูลและถือเป็นทรัพย์สมบัติที่นายนพดลมีสิทธิได้รับตามพินัยกรรมทั้งหมดโจทก์ และวันที่ 11 มีนาคม 2562 ศาลจังหวัดมีนบุรีมีคำพิพากษาว่าโจทก์คุณสมบัติสามารถสืบมรดกจากนายนพดลมรดกสืบทอดตามพินัยกรรมของนายที่ยอดเยี่ยมจำเลยโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพร้อมให้คุณสมบัติอันเป็นทรัพย์สมบัติที่นายนพดลสิทธิจะได้รับตามพินัยกรรมทั้งหมดให้กับโจทก์ตรวจสอบคุณสมบัติกับจำเลยที่ 2 ความสมบูรณ์ครั้งแรกก่อนจำนองครั้งแรกจำเลยที่ 2 ทราบเรื่องที่โจทก์มีลักษณะที่ปรากฏประกอบจำเลยเป็นคดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องขอสืบมรดกจากนายนพดลที่มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐแล้ว จำเลยที่ 2 ยังคงจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทโดยไม่ได้แจ้งและสนับสนุนความสามารถตรวจสอบจากโจทก์สอบสวนได้ความตามทางนำสืบของโจทก์สอบสวนว่าหลังจากจำเลยจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทเป็นประกันหนี้เงินองค์กรแก่นายสุรชัยครั้งแรก 29 พฤศจิกายน 2560 ล่าสุดเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 โจทก์ปรากฏกับพวกที่ตรวจสอบจำเลยกับพวกในข้อหาร่วมกันโกงเจ้าหนี้และร่วมกันทำผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาลโดยสุจริตจากที่จำเลยบางส่วนนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำได้ทันทีตามลำดับคดีอาญาหมายเลขดำที่อ.1525/2561 ของศาลจังหวัดมีนบุรีตรวจสอบก่อนจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทครั้งแรกจำเลยที่ 2 ทราบเรื่องที่โจทก์มีลักษณะยื่นฟ้องคดีแพ่งเพื่อขอสืบมรดกจากนายนพดลที่มีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐแล้วยังฝ่าฝืนนำที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างมรดกมรดกที่จะตกแก่โจทก์ปรากฏไปจดทะเบียนจำนองต่อนายสุรชัย และก่อนจำเลยที่จดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทครั้งแรกแต่จำเลยยังคงจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทโดยเพิ่มระดับจำนองให้ในหลาย ๆ กรณีของจำเลยตลอดไปสืบเนื่องมาอย่างต่อเนื่องจะถือได้ว่าเป็นแหล่งที่มาของทายาทและโจทก์อย่างเป็นทางการแล้วที่จำเลยอย่างเป็นทางการฎีกาว่า เหตุที่ยังไม่ทราบโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับโจทก์อย่างเป็นทางการเนื่องจากคดีที่โจทก์ฟังดูเหมือนขอสืบมรดกของนายนพดลตามพินัยกรรมยังรวมถึงคุณสมบัติของศาลสูงยังไม่ถึงที่สุดและจำเลยเมนบอร์ดจะชนะคดีถึงมรดกมรดกส่วนนั้นมาแบ่งปันให้ทายาทคนอื่นได้นั้น พิจารณา ขณะจำเลยจนกระทั่งจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทอย่างนั้นจำเลยในขณะที่ทราบผลการพิจารณาคดีแพ่งหมายเลขดำที่ พ.1745/2560 ของศาลจังหวัดมีนบุรีที่พิพากษาให้โจทก์เป็นผลสืบเนื่องมาจากมรดกจากนายนพดลสิทธิจะได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐ และให้จำเลยจนถึงปัจจุบันโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้กับโจทก์แล้ว ขณะนั้นคดียังไม่ถึงที่สุดแต่ผลแห่งคำพิพากษาของศาลจังหวัดมีนบุรีเพื่อดูโจทก์เพื่อดูและจำเลยของคู่ความในการพิจารณาคดีนั้น ดูวันที่ได้พิพากษาจนถึงวันที่คำพิพากษานั้นร่างกายควบคุมการแสดงกลับหรืองดเสียคุณอาจดูตามคำสั่งกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 145 วรรคหนึ่งข้ออ้างตามฎีกาของจำเลยที่นี่จึงรับฟังไม่ได้ พิจารณาตรงข้ามการที่จำเลยสักนิดไม่โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้กับโจทก์ลักษณะตามคำพิพากษากลับนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองต่อเนื่องในบางส่วนจากการจำไม่ใช่ครั้งที่หนึ่งจะเป็นล้านบาทที่มีกลิ่นอายของหนี้ผู้ดูแลกองมรดกสืบทอดทายาทและโจทก์มักจะมักจะเชื่ออีกครั้งจำเลยมีมักจะไม่เป็นเวลานาน ส่วนจำเลยที่นำเงินมาให้การจำไม่หยุดเวลาเพื่อเป็นระบบควบคุมคดีและค่าทนายความเพื่อติดตามเอาทรัพย์สมบัติมาให้กับทายาทอันเป็นประโยชน์แก่กองมรดกและทายาทให้ระบบจัดการมรดกโดยชอบและโจทก์นำสืบไม่ได้ว่าจำตรวจสอบเลยเงินในการจำนองไปตรวจสอบส่วนตัวของจำเลยในขณะที่มิไช่กรณีเป็นผู้จัดการมรดกในทางผิดกรณีโดยนักข่าวจนเป็นเหตุเป็นผลผลประโยชน์ที่มีลักษณะเป็นทรัพย์สินนั้น กรรมการต่อสู้คดีและค่าทนายความอย่างจำเลยนำมาใช้ในการต่อสู้คดีในโจทก์ดูกับทายาทอื่นๆ การพิจารณาคดีทั้งคดีแพ่งและคดีอาญาเพื่อขอทรัพย์สมบัติและขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดร้ายแรงของการกระทำผิดหน้าที่ผู้จัดการมรดกเกือบทั้งหมดในการพิจารณาคดีเป็นการต่อสู้คดีเพื่อปฏิเสธไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่ให้ทายาทตามหน้าที่ของจำเลยและเป็นผู้จัดการมรดกที่มีค่าใช้จ่ายเลยจำเลยต่อปี เป็นค่าใช้จ่ายจิปาถะสารพัดไม่ปรากฏว่าการจัดการมรดกมีความสำคัญดังที่ศาลร้องขอได้วินิจฉัยไว้ซึ่งสอดคล้องกับซึ่งศาลฎีกาเห็นว่าชอบแล้วจำต้องวินิจฉัยซ้ำอีก ฟังค่าใช้จ่ายและค่าทนายความดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าเป็นแหล่งที่มาของมรดกโดยชอบที่กองมรดกต้องรับผิดชอบชำระหนี้นั้น และรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยนำเงินของการจดทะเบียนจำนองที่ดินพิพาทอย่างมีนัยสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ที่มาของมรดกดังที่จำเลยกับฎีกา กล่าวอ้างและนำสืบมายืนยันหลักฐานของโจทก์แล้วค่อยพิสูจน์ให้การรับฟังในครั้งแรกที่ศาลมีคำสั่งตั้งจำเลยอย่างเป็นทางการเป็นผู้จัดการมรดกของนายท่านประศาสน์ ในศาลมีคำพิพากษากำจัดนายนพดลมิให้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐและมีคำตัดสินให้โจทก์เป็นตัวอย่างที่สืบทอดมรดกจากนายนพดลมีสิทธิได้รับมรดกตามพินัยกรรมของนายประเสริฐ แต่จำเลยไม่แบ่งปันทรัพย์มรดกตามพินัยกรรมที่ให้โจทก์คุณสมบัติกลับนำที่ดินพิพาทพร้อมสิ่งปลูกสร้างอันเป็นทรัพย์สมบัติที่โจทก์คุณสมบัติจะได้รับตามพินัยกรรมนั้นไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันหนี้ของจำเลยโดยไม่จำเป็นโดยคำนึงถึงประโยชน์หรือเชื่อจากโจทก์ลองดูแล้วนำเงินที่จำนองมาให้เราตรวจสอบส่วนตัวของจำเลยสักนิดเองและถือถือเป็นประโยชน์ที่มิควรนำมาใช้เป็นหลักชอบด้วยกฎหมายสำหรับความน่าเชื่อถือหรือส่วนประกอบ เหตุการณ์ของจำเลยที่นี่จึงช่วยให้ได้รับการดูแลคุณสมบัติของผู้อื่นตามคำสั่งของศาลยุติธรรมผิดหน้าที่ด้วยประการใด ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยนักข่าวจนเป็นเหตุให้เกิดประโยชน์แก่ประโยชน์ของพื้นที่ที่เป็นคุณสมบัติของทรัพย์สินที่เป็นคุณสมบัติของการปฏิบัติตามกฎหมายอาญา มาตรา 353 การพิจารณาคดีมาตรา 354, 83 ที่ศาลฎีกาพิพากษาผู้พิพากษาจำเลยในขณะที่มานั้นชอบแล้วศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยที่ฟังไม่ขึ้นขึ้น ส่วนฎีกาข้ออื่น ๆ ของจำเลยนั้นก็คือรายละเอียดปลีกย่อยที่ไม่พบข้อแก้ตัวให้ผลการปรับปรุงคำพิพากษาและวินิจฉัยให้พิพากษายืน

มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย เลย

หลักการทางกฎหมายในคำตัดสินที่ 5902/2567 คืออะไร? คำพิพากษาฎีกาที่ 5902/2567 วินิจฉัยอย่างไร?

ผู้จัดการมรดกมีหน้าที่ตามกฎหมายที่จะต้องดูแลผลประโยชน์ของทายาท หากผู้จัดการมรดกนำทรัพย์สินของกองมรดกไปจำนอง — แม้กระทั่งก่อนการแบ่งปันมรดกอย่างเป็นทางการ — เพื่อค้ำประกันหนี้ส่วนตัวของตนเองโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้รับมรดก การจำนองนั้นจะสร้างภาระให้กับกองมรดกและอาจทำให้ทายาท...

ผู้จัดการมรดกในฐานะผู้จัดการมรดกนำที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์มักจะเป็นไปตามพินัยกรรมไปจดทะเบียนจำนองเป็นประกันซอฟต์คอร์โดยเฉพาะอย่างยิ่งความจากโจทก์มักจะก่อให้เกิดประโยชน์ที่ก่อให้เกิดความเข้มข้นของโจทก์จำนองในที่ดินพิพาทการจำนองจะไม่ทำ...

มาตราใดของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง? มาตราใดในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

คดีนี้ได้รับการตัดสินโดยอาศัยมาตรา 1719 ของประมวลกฎหมายแพ่งเป็นหลัก.

คดีนี้วินิจฉัยตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719

หน้าที่ของผู้ดูแลทรัพย์สินในประเทศไทย มาตรา 1719 ค.ศ. การจำนองที่ดินมรดกในประเทศไทย หน้าที่ความรับผิดชอบในฐานะทายาท ความยินยอมของผู้รับผลประโยชน์ ประเทศไทย

📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
วิชูดา อัตธัตเมธาคอน ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

ตรวจสอบและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี.

การตัดและอธิบายโดยไม่ต้องกังวลทางกฎหมายด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า

เลื่อนขึ้น