แลนด์มาร์ค คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. คำตัดสินที่ 1383/2568 คำพิพากษาที่ 1383/2568 2025 (พ.ศ. 2568)

การประนีประนอมเพื่อชำระหนี้เก่าไม่ได้ห้ามการเพิกถอนการโอนทรัพย์สินโดยฉ้อฉลก่อนการประนีประนอม สัญญาประนีประนอมยินยอมระงับหนี้เดิม — ไม่ตัดสิทธิหนี้ตามกฎหมายเพิกถอนนิติกรรมฉ้อฉลที่ทำก่อนหน้านี้นั้น

ส่วนต่างๆ ของ CCC: ไทม์ ป.พ.พ.:

⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ

ซีซีซี มาตรา 852 บัญญัติว่า ประนีประนอม เป็นการยุติข้อพิพาทเดิมและสร้างภาระผูกพันใหม่ ในกรณีที่ลูกหนี้โอนที่ดินให้แก่บุคคลที่สามก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงประนีประนอม (ในขณะที่ยังผิดนัดชำระหนี้เดิม) และเจ้าหนี้ยังคงเป็นเจ้าหนี้ภายใต้ภาระผูกพันตามข้อตกลงประนีประนอมใหม่ การโอนก่อนการประนีประนอมยังคงเป็นทรัพย์สินตามมาตรา 237 การโอนกรรมสิทธิ์โดยฉ้อฉล มีความเสี่ยงต่อการกันเงินไว้ การชำระหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไม่ได้ลบล้างการโอนเงินที่ฉ้อฉลก่อนหน้านี้โดยมีผลย้อนหลัง.

ประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับและกลายเป็นหนี้ใหม่ตามมาตรา 852 และจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ก่อนที่จะทำสัญญาประนีประนอมยอมให้ความนับถือแต่จำเลยที่ 1 ส่วนประกอบของโจทตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งสืบเนื่องมาจากหนี้เดิม เรียลที่ดินก่อนทำสัญญาประนีประนอมจึงทำให้โจทก์เสียเปรียบโจทก์อัยการมหาวิทยาลัยเพิกถอนนิติกรรมฉ้อฉลตามมาตราส่วน 237

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป

จำเลยได้ลงนามในเอกสารฉบับหนึ่ง การเช่าซื้อ จำเลยผิดสัญญาและผิดนัดชำระหนี้ ก่อนที่จะตกลงกับเจ้าหนี้ เขาได้ยกที่ดินสี่แปลงให้แก่ลูกสาวเพื่อไม่ให้เจ้าหนี้เข้าถึงได้ จากนั้นเจ้าหนี้และจำเลยได้ลงนามในข้อตกลงประนีประนอมเพื่อปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ เมื่อจำเลยผิดนัดชำระหนี้อีกครั้ง เจ้าหนี้จึงฟ้องร้องเพื่อเพิกถอนการยกที่ดินให้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเป็นการโอนทรัพย์สินโดยฉ้อฉลภายใต้มาตรา 237 แห่งประมวลกฎหมายแพ่ง จำเลยโต้แย้งว่าข้อตกลงประนีประนอมได้ทำให้หนี้เดิมสิ้นสุดลงภายใต้มาตรา 852 ดังนั้นจึงไม่มีความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าหนี้และจำเลยในขณะที่มีการยกที่ดินให้ ศาลฎีกาปฏิเสธข้อโต้แย้งนี้ โดยระบุว่าข้อตกลงประนีประนอมเป็นการแทนที่หนี้ ไม่ใช่การลบล้างหนี้ และเจ้าหนี้ยังคงเป็นเจ้าหนี้ตลอดมา ดังนั้นการโอนทรัพย์สินโดยฉ้อฉลก่อนหน้านี้จึงยังคงอยู่ภายใต้การเพิกถอนได้.
จำเลยทำการซื้อแล้วผิดนัดก่อนตกลงประนีประนอมกับหนี้ จำเลยยกที่ดิน 4 รูปแบบให้บุตรสาวเพื่อให้พ้นจากบางส่วนของหนี้ ต่อมาทำสัญญาประนีประนอมเลื่อนการชำระหนี้ จำเลยผิดนัดอีกเจ้าหนี้ที่พิจารณาเพิกถอนการยกที่ดินตามมาตรา 237 จำเลยดูสัญญาประนีประนอมทำให้หนี้เดิมระงับศาลฎีกาแคบ — สัญญาประนีประนอมถือเป็นแทน...ลบล้างหนี้เจ้าหนี้การเมืองเจ้าหนี้ตลอด ฉ้อฉลก่อนหน้านี้จึงยังคงถูกถอนได้

คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

มาตรา 852 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (CCC) บัญญัติว่า การประนีประนอมยุติข้อพิพาทเดิมและก่อให้เกิดภาระผูกพันใหม่ ในกรณีที่ลูกหนี้โอนที่ดินให้แก่บุคคลที่สามก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงประนีประนอม (ในขณะที่ยังผิดนัดชำระหนี้เดิม) และเจ้าหนี้ยังคงเป็นเจ้าหนี้ภายใต้ภาระผูกพันตามข้อตกลงประนีประนอมใหม่ การโอนก่อนการประนีประนอมยังคงเป็นการโอนโดยฉ้อฉลตามมาตรา 237 ซึ่งอาจถูกเพิกถอนได้ การชำระหนี้เดิมไม่ได้ลบล้างการโอนโดยฉ้อฉลก่อนหน้านี้โดยมีผลย้อนหลัง.
ประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับและกลายเป็นหนี้ใหม่ตามมาตรา 852 และจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ก่อนที่จะทำสัญญาประนีประนอมยอมให้ความนับถือแต่จำเลยที่ 1 ส่วนประกอบของโจทตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งสืบเนื่องมาจากหนี้เดิม เรียลที่ดินก่อนทำสัญญาประนีประนอมจึงทำให้โจทก์เสียเปรียบโจทก์อัยการมหาวิทยาลัยเพิกถอนนิติกรรมฉ้อฉลตามมาตราส่วน 237

คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม

ต่อไปนี้เป็นข้อความฉบับเต็มของคำตัดสินศาลฎีกาหมายเลข 1383/2568 แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th ต่อไปคือคำพิพากษาฎีกาที่ 1383/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

กำลังจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษและจะพร้อมใช้งานในเร็วๆ นี้.

โดยคู่ความไม่ได้อ่านต่อกันในชั้นนี้ว่าจำเลยที่ 1 เป็นส่วนประกอบโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 2 27 ธันวาคม 2562 นาธนพรทำรายงานซื้อรถยนต์จากโจทก์ในจำเลยที่ 1 พิจารณาการจ่ายหนี้ตามคำแนะนำซื้อและดูผิดที่ร่วมทุน ในนางสาวธนพรผิดนัดไม่แบ่งส่วนซื้อตั้งแต่งวดที่ 2 ปฏิทินที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 โจทก์มีหนังสือฉบับลงวันที่ 21 เมษายน 2563 บอกกล่าวให้ชำระหนี้และบอกเลิกสัญญาอีกครั้ง 29 พฤษภาคม 2563 จำเลยที่ 1 การทำนิติกรรมโอนที่ดินพิพาท 4 ตรวจสอบบัญชีของคุณเองที่ 18050, 18051, 18052 และ 18053 ให้คุณดูของจำเลยที่ 1 ให้คุณจำเลยที่ 2 โดยเสน่หาไม่มีเลยในวันที่ 17 กันยายน 2563 โจทก์ซีรีส์นางสาวธนพรนายประเสริฐและจำเลยที่ 1 ไปศาลาแพ่ง ผิดปรกติซื้อเพื่อดูชดใช้ค่าความเสียหายประจำปี ครันวันที่ 24 ธันวาคม 2563 ศาลแพ่งมีคำพิพากษาตามยอมโดยนางสาวธนพลนายประเสริฐและจำเลยที่ 1 ตกลงร่วมกันชำระเงินแก่โจทก์ ดูธานพรนายสำคัญ และจำเลยที่ 1 ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาตามยอมศาลมีคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี โจทก์ตรวจสอบเนื้อหาของจำเลยที่ 1 ไม่พบว่าจำเลยที่ 1 มีการพิจารณาในที่ดินและอาคารชุด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยเลยทีเดียวว่าโจทก์ขอให้เพิกถอนนิติเวชโอนที่ดินพิพาททั้ง 4 ส่วนของร่างกายจำเลยที่ 1 เริ่มต้นจำเลยที่ 2 สามารถจำเลยลันฎีกาว่า สัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้ตามสืบสวนซื้อที่โจทก์มีต่อจำเลยที่ 1 ระงับสิ้นไปกลายเป็นหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามอัยการแพ่งและพาณิชย์มาตรา 850 และ 852 จำเลยที่ 1 โอนที่ดินให้แก่จำเลยที่ 2 ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ในขณะที่โอนที่ดินจำเลยที่ 1 ถือเป็นหนี้โจทก์ในฐานะที่เป็นโจทก์จะพิสูจน์จำเลยที่ 1 กับพวกที่เป็นคดีแพ่งผิดฐานซื้อ โจทก์และสอยู่ในฐานะเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 เห็นว่าการพิจารณาของนายธนพรทำวิจัยซื้อรถยนต์กับโจทก์ จำเลยที่ 1 พิจารณาทบทวนหนี้ตามการซื้ออย่างจริงจังโดยพิจารณารับผิดอย่างมีส่วนร่วมนางสาวธนพร ตอนนางสาวธนพรผิดนัดไม่เรียกเก็บเงินตามซื้อตามสูตรจึงตกที่ผิดนัดตามหลักการกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 204 จำเลยที่ 1 แน่นอนมีส่วนแบ่งชำระหนี้กับนางสาวธนพรด้วยและถือว่าจำเลยที่ 1 ตกเป็นเจ้าตั้งแต่นางสาวธนพรผิดนัดในการตรวจสอบความว่านางสาวธนพรนัดวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2563 จำเลยที่ 1 โอนสำรวจที่ดินพิพาททั้ง 4 ส่วนจำเลยที่ 2 29 พฤษภาคม 2563 ในเวลาต่อมาอีกครั้งที่จำเลยที่ 1 ตกเป็นและจากนั้นนิติกรรมที่จำเลยที่ 1 ผู้บริหารระดับสูงลงในขณะที่มีหนี้ที่ต้องใช้หนี้เพื่อชำระหนี้แก่แก่การที่จำเลยที่ 1 โอนที่ดินให้จำเลยที่ 2 โดยเสน่หาไม่มีน้ำมันมะกอก จำเลยที่ 1 ย่อมรู้อยู่โดยพื้นฐานให้โจทก์บริษัทเจ้าหนี้เสียเปรียบโจโจทก์นำหนี้จากจำเลยที่ 1 เหตุผลมาจำเลยที่ 1 เริ่มต้นเป็นคดีแพ่งฐานผิดกฎการซื้อโจทก์และจำเลยที่ 1 กับพวกทำสัญญาประนีประนอมยอมความกันในช่วง 24 ธันวาคม 2563 เป็นผลให้หนี้ตามระบบซื้อที่โจทก์มีต่อจำเลยที่ 1 ระงับไม่ให้กลายเป็นหนี้ใหม่ตามสัญญาประนีประนอมยอมความตามสัญญากฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 852 และจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 ก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความแต่จำเลยที่ 1 หลักๆ โจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความความนั้นสืบเนื่องมาจากหนี้ตามแผนซื้อถือว่าโอนในขณะที่ที่ดินจำเลยที่ 1 เป็นโลโก้โจทก์ตามการซื้อภายหลังทำสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วจำเลยที่ 1 วินิจฉัยโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความความในที่ดินของจำเลยที่ 1 จะเกิดก่อนทำสัญญาประนีประนอมยอมความสามารถทำให้โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้เสียประโยชน์อยู่เช่นเดิม โจทก์ย่อมมีสิทธิเลือกตั้งเพื่อให้เป็นไปตามกฎข้อบังคับกฎเกณฑ์ของการฉ้อฉลนั้นเสียได้ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นส่วนจำเลยแผ่นฎีกาว่า 2 เป็นที่ดินให้จำเลยที่ 2 เป็นของไหลให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาในฐานะที่เป็นข้อมูลจากหลังคาของบุตรนั้น ข้อเสนอ กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 วรรคหนึ่งอ้างถึงว่า "เจ้าหนี้ชอบที่จะร้องขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติธรรมใด ๆ เลย และสามารถตรวจสอบได้ลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบ แต่ข้อนี้ท่านมิให้ใช้บังคับและอาจพบว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้น บุคคลนี้ผู้ได้ลาภงอกแต่การสืบสวนนั้นรู้เท่าเทียมถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้เสียเปรียบนั้นด้วย แต่หากกรณีเป็นส่วนประกอบโดยเสน่หาประธานาธิบดีว่าเพียงแต่สามารถรู้เพียงเท่านั้นก็พอแล้วที่จะขอถอนได้" บทชี้ขาดไม่มีการตรวจสอบการดำเนินการให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาไม่จำต้องวินิจฉัยสอบสวนจำเลยดูฎีกาว่าสืบสวนที่ดินให้จำเลยที่ 2 เป็นการศึกษาให้ตามหน้าที่ธรรมจรรยาหรือฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นอีก ส่วนจำเลยเลยทีเดียวฎีกาว่าจำเลยที่ 1 คำสั่งนำที่ดินพิพาททั้ง 4 รูปแบบมาเป็นหลักประกัน จำเลยที่ 1 สามารถนำมาโอนให้จำเลยที่ 2 นั้นได้เห็นว่าการร้องขอให้เพิกถอนนิติกรรมตามหลักเกณฑ์กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 อัยการว่าการที่เจ้าหนี้จะร้องขอให้เพิ่มการถอนนิติกรรมใด ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นได้ลงทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียชื่อเสียง จะต้องเป็นบางครั้งที่นำทรัพย์สมบัติออกมาเพื่อตรวจสอบโดยนิตินิติกรรมโดยหลักประกันแก่เจ้าหนี้แต่ประการใดดังนั้นอย่าลืมเลยที่ 1 ตำแหน่งที่เหมาะสมได้นิติธรรมกรรมใดๆ ทั้งรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้เสียเปรียบโจทก์ก็มีแนวโน้มที่จะใช้สิทธิในกถอนนิติกรรมนั้นเสียประสิทธิภาพคำนึงว่าผงที่ดินพิพาททั้ง 4 มาเป็นหลักประกันด้วยหรือไม่ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นอีก ส่วนจำเลยดูฎีกาว่า จำเลยที่ 2 เปิดตัวนางสาวธนพรผิดกฎซื้อต่อโจทก์ และไม่รู้ถึงข้อเท็จจริงอันเป็นทางให้โจทก์ต้องเสียหลัก และเป็นหลักไปโดยส่วนใหญ่นั้นเห็นว่าเป็นพื้นที่ของรัฐให้จำเลยที่ 2 เป็นแนวทางให้โดยเสน่หาไม่มีเมนบอร์ดจำเลยที่ 2 รู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องสูญเสียผลประโยชน์หรือนางสาวธนพรผิดกฎการซื้อต่อโจทก์หรือมีส่วนไปโดยสุจริตเพียงอย่างเดียวแต่จำเลยที่ 1 พิจารณารู้พอร์ทัลเดียวศาลก็อาจพิจารณาคดีซอฟต์กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 ฎีกาของจำเลยเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ล้วนเป็นเรื่องของความและไม่เป็นสาระอันควรดำเนินการเพราะไม่ทำให้การดำเนินการคดีเปลี่ยนแปลงไปที่ศาลยุติธรรมภาค 2 พิพากษาให้เพิกถอนนิติเวชโอนที่ดินพิพาท 4 รูปลักษณ์ที่จำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 2 ในศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้นศาลยืนค่าฤชาต่อเนื่องชั้นฎีกาให้เป็นพับ

มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย เลย

หลักการทางกฎหมายในคำตัดสินที่ 1383/2568 คืออะไร? คำพิพากษาฎีกาที่ 1383/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

มาตรา 852 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์บัญญัติว่า การประนีประนอมยุติข้อพิพาทเดิมและก่อให้เกิดภาระผูกพันใหม่ ในกรณีที่ลูกหนี้โอนที่ดินให้แก่บุคคลที่สามก่อนที่จะมีการลงนามในข้อตกลงประนีประนอม (ในขณะที่ยังผิดนัดชำระหนี้เดิม) และเจ้าหนี้ยังคงเป็นเจ้าหนี้ภายใต้ภาระผูกพันใหม่…

สัญญาประนีประนอมยอมความทำให้หนี้เดิมระงับและกลายเป็นหนี้ใหม่ตามมาตรา 852 และจำเลยที่ 1 โอนที่ดินพิพาทให้จำเลยที่ 2 หลังจากนั้นทำสัญญาประนีประนอมยอมความนับถือแต่จำเลยที่ 1 การตัดสินใจของโจทก์ตามสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งสืบเนื่องมาจากหนี้เดิม...

มาตราใดของ CCC ที่เกี่ยวข้อง? มาตราใดในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

มาตรา 852 ของ CCC (รวมถึงมาตรา 237)

มาตรา 852 (และมาตรา 237)

มาตรา 237 ค.ศ. มาตรา 852 ค.ศ. การโอนกรรมสิทธิ์โดยฉ้อฉลในประเทศไทย สิทธิของเจ้าหนี้ในการชำระหนี้

📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
วิชูดา อัตธัตเมธาคอน ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

ตรวจสอบและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี.

การตัดและอธิบายโดยไม่ต้องกังวลทางกฎหมายด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง