บรรพ 4: ทรัพย์สิน
กรรมสิทธิ์ การครอบครอง สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน ภาระจำยอม สิทธิอาศัย จำนอง
มาตรา 1298 to 1434
มาตราในบรรพนี้ (ที่จัดทำหมายเหตุแล้ว)
- มาตรา 1298 ทรัพยสิทธิ, หลักจำกัดประเภท ทรัพยสิทธิ, หลักจำกัดประเภท.
- มาตรา 1299 การจดทะเบียนทรัพยสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ การได้มาหรือเปลี่ยนแปลงทรัพยสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ต้องจดทะเบียนจึงจะใช้ยันบุคคลภายนอกได้ ไม่จดทะเบียนผูกพันเฉพาะคู่กรณี
- มาตรา 1300 การเพิกถอนการจดทะเบียนที่เสียเปรียบแก่ผู้อยู่ในฐานะจะจดทะเบียนได้ก่อน ถ้าการจดทะเบียนโอนอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพยสิทธิทำให้ผู้อยู่ในฐานะอันจะให้จดทะเบียนสิทธิของตนได้อยู่ก่อนเสียเปรียบ ผู้นั้นอาจเรียกให้เพิกถอนการจดทะเบียนนั้นได้ เว้นแต่เป็นการโอนอันมีค่าตอบแทนซึ่งผู้รับโอนกระทำการโดยสุจริต
- มาตรา 1301
- มาตรา 1302
- มาตรา 1303
- มาตรา 1304 สาธารณสมบัติของแผ่นดินครอบคลุมทรัพย์สินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินหรือสาธารณประโยชน์ ไม่อาจเป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชนหรือครอบครองปรปักษ์ได้
- มาตรา 1305
- มาตรา 1306
- มาตรา 1307
- มาตรา 1308 ที่งอกริมตลิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติย่อมตกเป็นส่วนหนึ่งของที่ดินที่ตั้งอยู่ริมตลิ่งโดยผลของกฎหมาย
- มาตรา 1309
- มาตรา 1310
- มาตรา 1311
- มาตรา 1312
- มาตรา 1313
- มาตรา 1314
- มาตรา 1315
- มาตรา 1316
- มาตรา 1317
- มาตรา 1318
- มาตรา 1319
- มาตรา 1320
- มาตรา 1321
- มาตรา 1322
- มาตรา 1323
- มาตรา 1324
- มาตรา 1325
- มาตรา 1326
- มาตรา 1327
- มาตรา 1328
- มาตรา 1329
- มาตรา 1330 ผู้ซื้อทรัพย์สินโดยสุจริตในการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลหรือเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้รับความคุ้มครองสิทธิ แม้ที่ดินไม่ใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้
- มาตรา 1331
- มาตรา 1332
- มาตรา 1333
- มาตรา 1334
- มาตรา 1335
- มาตรา 1336 สิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สิน เจ้าของทรัพย์สินมีสิทธิใช้สอย จำหน่าย เก็บดอกผล ติดตามเอาคืนจากผู้ไม่มีสิทธิจะยึดถือ และขัดขวางการสอดเข้ามาเกี่ยวข้องโดยมิชอบ เป็นบทบัญญัติแก่นของกรรมสิทธิ์ในกฎหมายไทย
- มาตรา 1337
- มาตรา 1338
- มาตรา 1339
- มาตรา 1340
- มาตรา 1341
- มาตรา 1342
- มาตรา 1343
- มาตรา 1344
- มาตรา 1345
- มาตรา 1346
- มาตรา 1347
- มาตรา 1348
- มาตรา 1349 ทางจำเป็น หากที่ดินของท่านไม่มีทางออกสู่ถนนสาธารณะเพราะถูกที่ดินแปลงอื่นล้อมอยู่ ท่านมีสิทธิผ่านที่ดินที่ล้อมเพื่อออกสู่ทางสาธารณะ โดยต้องเลือกทางที่เกิดความเสียหายน้อยที่สุดและต้องจ่ายค่าทดแทน
- มาตรา 1350
- มาตรา 1351
- มาตรา 1352
- มาตรา 1353
- มาตรา 1354
- มาตรา 1355
- มาตรา 1356
- มาตรา 1357
- มาตรา 1358
- มาตรา 1359
- มาตรา 1360 สิทธิของเจ้าของรวมในการใช้ทรัพย์และในดอกผล
- มาตรา 1361 เจ้าของรวมแต่ละคนจำหน่าย จำนอง หรือก่อภาระติดพันในส่วนของตนได้โดยเสรี แต่การกระทำใดๆ ที่กระทบต่อตัวทรัพย์โดยรวมต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรวมทุกคน
- มาตรา 1362
- มาตรา 1363
- มาตรา 1364
- มาตรา 1365
- มาตรา 1366
- มาตรา 1367 การครอบครอง, บทนิยาม ผู้ที่ยึดถือทรัพย์สินไว้โดยเจตนาจะยึดถือเพื่อตนเอง ได้ชื่อว่ามีการครอบครองทรัพย์สินนั้น
- มาตรา 1368
- มาตรา 1369
- มาตรา 1370
- มาตรา 1371
- มาตรา 1372
- มาตรา 1373
- มาตรา 1374
- มาตรา 1375 ผู้ครอบครองที่ถูกแย่งการครอบครองโดยมิชอบมีสิทธิเรียกคืนได้ภายในหนึ่งปีนับแต่วันถูกแย่ง เว้นแต่อีกฝ่ายมีสิทธิดีกว่า หากพ้นหนึ่งปีแล้ว สิทธิฟ้องเรียกคืนการครอบครองสิ้นสุด
- มาตรา 1376 การคืนทรัพย์สินแก่ผู้มีสิทธิ
- มาตรา 1377
- มาตรา 1378 การโอนการครอบครองสำเร็จโดยการส่งมอบทรัพย์สิน การส่งมอบโดยปริยาย เช่น การมอบเอกสาร อาจเพียงพอหากพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่ามีการโอนการควบคุมอย่างชัดเจน
- มาตรา 1379
- มาตรา 1380
- มาตรา 1381 การเปลี่ยนลักษณะการยึดถือของผู้แทนผู้ครอบครอง บุคคลที่ยึดถือทรัพย์สินในฐานะผู้แทนผู้ครอบครอง (เช่น ผู้จัดการมรดกหรือผู้ซื้อที่ยังโอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้) จะเปลี่ยนลักษณะการยึดถือได้เฉพาะโดยบอกกล่าวแก่ผู้ครอบครองว่าไม่ตั้งใจยึดถือแทนอีกต่อไป หรือโดยได้สิทธิใหม่โดยสุจริตจากบุคคลที่สาม
- มาตรา 1382 การได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ การได้กรรมสิทธิ์โดยปรปักษ์: ครอบครองทรัพย์ของผู้อื่นโดยสงบ เปิดเผย และมีเจตนาเป็นเจ้าของ ติดต่อกัน 10 ปี (อสังหาริมทรัพย์) หรือ 5 ปี (สังหาริมทรัพย์) จะได้กรรมสิทธิ์
- มาตรา 1383
- มาตรา 1384
- มาตรา 1385
- มาตรา 1386
- มาตรา 1387 ภาระจำยอม, บทนิยาม ภาระจำยอมคือทรัพยสิทธิที่ทำให้ที่ดินแปลงหนึ่ง (ภารยทรัพย์) มีภาระเพื่อประโยชน์ของที่ดินอีกแปลง (สามยทรัพย์)
- มาตรา 1388
- มาตรา 1389
- มาตรา 1390 เจ้าของภารยทรัพย์ต้องไม่กระทำการใดที่ลดประโยชน์หรือทำให้การใช้ภาระจำยอมไม่สะดวกยิ่งขึ้น
- มาตรา 1391 สิทธิของเจ้าของสามยทรัพย์ในการรักษาและใช้ภาระจำยอม เจ้าของสามยทรัพย์มีสิทธิทำการทุกอย่างอันจำเป็นเพื่อรักษาและใช้ภาระจำยอม โดยต้องเสียค่าใช้จ่ายของตนเอง และต้องก่อความเสียหายแก่ภารยทรัพย์แต่น้อยที่สุดตามพฤติการณ์ ทั้งต้องรักษาซ่อมแซมสิ่งที่ได้ทำไปแล้วให้อยู่ในสภาพดี แต่ถ้าเจ้าของภารยทรัพย์ได้รับประโยชน์ด้วย ก็ต้องออกค่าใช้จ่ายตามส่วนแห่งประโยชน์ที่ได้รับ
- มาตรา 1392
- มาตรา 1393
- มาตรา 1394
- มาตรา 1395
- มาตรา 1396
- มาตรา 1397
- มาตรา 1398
- มาตรา 1399 ภาระจำยอมสิ้นสุดลงเมื่อไม่ใช้ติดต่อกันสิบปี เมื่อสิ้นสุดแล้วไม่อาจฟื้นคืนและที่ดินภารยทรัพย์หลุดพ้นจากภาระ
- มาตรา 1400
- มาตรา 1401 ภาระจำยอมอาจได้มาโดยการใช้ที่ดินภารยทรัพย์อย่างปรปักษ์ โดยเปิดเผย และต่อเนื่องสิบปี โดยนำหลักเกณฑ์การครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1382 มาใช้โดยอนุโลม
- มาตรา 1402 สิทธิอาศัย, บทนิยาม บุคคลที่ได้รับสิทธิอาศัยมีสิทธิอยู่อาศัยในเรือนที่ปลูกในที่ดินของผู้อื่นโดยไม่ต้องเสียค่าเช่า อาจตลอดชีวิตของผู้ทรงสิทธิ
- มาตรา 1403 สิทธิอาศัย, ระยะเวลาและการต่ออายุ สิทธิอาศัยจะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดชีวิตของผู้อาศัยก็ได้ ถ้าไม่มีกำหนดเวลา จะเลิกเสียเวลาใดก็ได้แต่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่ผู้อาศัยตามสมควร ถ้ามีกำหนดเวลา กำหนดนั้นต้องไม่เกินสามสิบปี ถ้ากำหนดไว้นานกว่านั้นให้ลดลงมาเป็นสามสิบปี และจะต่ออายุก็ได้โดยกำหนดเวลาไม่เกินสามสิบปีนับแต่วันทำต่อ
- มาตรา 1404 สิทธิอาศัยโอนกันไม่ได้ แม้โดยทางมรดก สิทธิอาศัยเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้อาศัย จะโอน ขาย หรือจำหน่ายด้วยประการใดมิได้ และไม่ตกทอดแก่ทายาทเมื่อผู้อาศัยถึงแก่ความตาย ข้อนี้เป็นความแตกต่างสำคัญในทางปฏิบัติระหว่างสิทธิอาศัยกับสิทธิเก็บกิน และมีผลว่าสิทธิอาศัยย่อมสิ้นไปพร้อมกับตัวผู้ทรงสิทธิเสมอ
- มาตรา 1405
- มาตรา 1406 ผู้อาศัยเก็บดอกผลธรรมดาเพื่อความต้องการของครัวเรือน ถ้าผู้ให้อาศัยมิได้ห้ามไว้ชัดแจ้ง ผู้อาศัยจะเก็บเอาดอกผลธรรมดาหรือผลแห่งที่ดินมาใช้ได้ แต่เพียงเท่าที่จำเป็นแก่ความต้องการของครัวเรือนเท่านั้น ขอบเขตจึงจำกัดอยู่ที่การบริโภคในครัวเรือน การเก็บผลิตผลไปจำหน่ายในทางการค้าย่อมอยู่นอกมาตรานี้ และผู้ให้อาศัยอาจตัดสิทธินี้เสียทั้งหมดได้โดยห้ามไว้ชัดแจ้ง
- มาตรา 1407 ผู้ให้อาศัยไม่ต้องบำรุงรักษา และผู้อาศัยเรียกค่าใช้จ่ายไม่ได้ มาตรานี้วางหลักสองประการซึ่งเป็นคุณแก่ผู้ให้อาศัย ประการแรก ผู้ให้อาศัยไม่จำต้องบำรุงรักษาทรัพย์สินให้อยู่ในความซ่อมแซมอันดี ผู้อาศัยจึงต้องรับเอาทรัพย์สินตามสภาพที่เป็นอยู่ ประการที่สอง ผู้อาศัยจะเรียกให้ชดใช้ค่าใช้จ่ายซึ่งได้ออกไปในการทำให้ทรัพย์สินดีขึ้นหาได้ไม่ แม้การนั้นจะทำให้ทรัพย์สินมีราคาสูงขึ้นเพียงใด
- มาตรา 1408
- มาตรา 1409 หน้าที่ของผู้ทรงสิทธิอาศัย โดยนำบทเช่ามาใช้
- มาตรา 1410 สิทธิเหนือพื้นดิน, บทนิยาม สิทธิเหนือพื้นดินคือทรัพยสิทธิที่จดทะเบียนแล้ว ให้เจ้าของอาคาร สิ่งปลูกสร้าง หรือพันธุ์ไม้บนที่ดินของผู้อื่น เป็นเจ้าของแยกต่างหากจากที่ดิน
- มาตรา 1411 สิทธิเหนือพื้นดินโอนและตกทอดเป็นมรดกได้ มาตรานี้กำหนดว่า ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนิติกรรมอันก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดิน สิทธิเหนือพื้นดินนั้นอาจโอนได้และรับมรดกกันได้
- มาตรา 1412 สิทธิเหนือพื้นดินก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดชีวิตก็ได้ สิทธิเหนือพื้นดินจะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลา หรือตลอดชีวิตเจ้าของที่ดิน หรือตลอดชีวิตผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดินก็ได้ ถ้าก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลา ให้นำมาตรา 1403 วรรคสาม มาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งจำกัดกำหนดเวลาไว้ไม่เกินสามสิบปี และอาจต่ออายุได้อีกไม่เกินสามสิบปี
- มาตรา 1413 การบอกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินที่ไม่มีกำหนดเวลา ถ้าสิทธิเหนือพื้นดินไม่มีกำหนดเวลา คู่กรณีฝ่ายใดจะบอกเลิกเสียในเวลาใดก็ได้ แต่ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าแก่อีกฝ่ายหนึ่งตามสมควร ถ้ามีค่าเช่าซึ่งจำต้องให้แก่กัน ต้องบอกกล่าวล่วงหน้าหนึ่งปี หรือให้ค่าเช่าหนึ่งปี
- มาตรา 1414 บอกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินเพราะผิดเงื่อนไขสำคัญหรือค้างค่าเช่าสองปี คู่กรณีอีกฝ่ายหนึ่งอาจบอกเลิกสิทธิเหนือพื้นดินได้ด้วยเหตุสองประการ คือ ผู้ทรงสิทธิละเลยไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขอันเป็นสาระสำคัญซึ่งระบุไว้ในนิติกรรมก่อตั้งสิทธิ หรือในกรณีที่มีค่าเช่าซึ่งจะต้องให้แก่กัน ผู้ทรงสิทธิละเลยไม่ชำระถึงสองปีติด ๆ กัน ระยะเวลาสองปีเป็นเกณฑ์ที่แน่นอน การค้างชำระในระยะเวลาที่สั้นกว่านั้นจึงยังไม่ก่อสิทธิบอกเลิกโดยลำพัง
- มาตรา 1415 สิทธิเหนือพื้นดินไม่สิ้นไปแม้สิ่งปลูกสร้างสลาย มาตรานี้กำหนดว่า สิทธิเหนือพื้นดินไม่สิ้นไปโดยเหตุที่โรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง หรือสิ่งเพาะปลูกสลายไป แม้การสลายนั้นจะเป็นเพราะเหตุสุดวิสัย
- มาตรา 1416 การรื้อถอนเมื่อสิทธิเหนือพื้นดินสิ้นไป และสิทธิของเจ้าของที่ดินที่จะซื้อ เมื่อสิทธิเหนือพื้นดินสิ้นไป ผู้ทรงสิทธิจะรื้อถอนโรงเรือน สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งเพาะปลูกของตนไปก็ได้ แต่ต้องทำให้ที่ดินกลับเป็นตามเดิม อย่างไรก็ดี ถ้าเจ้าของที่ดินไม่ยอมให้รื้อถอนและบอกเจตนาจะซื้อตามราคาท้องตลาด ผู้ทรงสิทธิจะไม่ยอมขายไม่ได้ เว้นแต่จะมีเหตุอันสมควร สิทธิเลือกจึงอยู่ที่เจ้าของที่ดิน มิใช่ผู้ทรงสิทธิเหนือพื้นดิน
- มาตรา 1417 สิทธิเก็บกิน, บทนิยาม สิทธิเก็บกินคือสิทธิครอบครอง ใช้สอย และถือเอาซึ่งประโยชน์แห่งอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น รวมทั้งสิทธิจัดการทรัพย์สินนั้น โดยกรรมสิทธิ์ยังคงอยู่กับเจ้าของ กำหนดเวลาเป็นไปตามมาตรา 1418 คือ จะมีกำหนดเวลาหรือตลอดชีวิตแห่งผู้ทรงสิทธิก็ได้ และถ้ามีกำหนดเวลา ให้นำมาตรา 1403 วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม ซึ่งจำกัดไว้ไม่เกินสามสิบปี
- มาตรา 1418 ระยะเวลาสิทธิเก็บกิน สิทธิเก็บกินจะก่อให้เกิดโดยมีกำหนดเวลาหรือตลอดชีวิตแห่งผู้ทรงสิทธิก็ได้ ถ้าไม่ได้กำหนดเวลาไว้ ให้สันนิษฐานว่าเป็นการก่อให้เกิดตลอดชีวิตของผู้ทรงสิทธิ และถ้ามีกำหนดเวลา ให้นำมาตรา 1403 วรรคสามมาใช้บังคับโดยอนุโลม จึงกำหนดได้ไม่เกินสามสิบปี แต่ต่ออายุได้ ทั้งนี้สิทธิเก็บกินสิ้นไปเมื่อผู้ทรงสิทธิถึงแก่ความตาย และตกทอดเป็นมรดกไม่ได้
- มาตรา 1419 หน้าที่ของผู้ทรงสิทธิเก็บกิน ถ้าทรัพย์สินที่มีสิทธิเก็บกินสลายไปโดยไม่ได้ค่าทดแทน เจ้าของไม่จำต้องทำให้คืนดี แต่ถ้าเจ้าของทำให้คืนดีขึ้นเพียงใด สิทธิเก็บกินก็กลับมีขึ้นเพียงนั้น ถ้าได้ค่าทดแทน เจ้าของหรือผู้ทรงสิทธิเก็บกินต้องทำให้ทรัพย์สินคืนดีเท่าที่ทำได้ตามจำนวนค่าทดแทนที่ได้รับ และถ้าพ้นวิสัยที่จะทำให้คืนดี สิทธิเก็บกินย่อมสิ้นไป
- มาตรา 1420 การส่งคืนทรัพย์สินและความรับผิดเมื่อสิทธิเก็บกินสิ้นลง เมื่อสิทธิเก็บกินสิ้นลง ผู้ทรงสิทธิต้องส่งทรัพย์สินคืนแก่เจ้าของ ถ้าทรัพย์สินสลายไปหรือเสื่อมราคาลง ผู้ทรงสิทธิต้องรับผิด เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าความเสียหายมิได้เกิดขึ้นเพราะความผิดของตน ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่ผู้ทรงสิทธิ ถ้าใช้ทรัพย์สินสิ้นเปลืองไปโดยมิชอบก็ต้องทำให้มีมาแทน แต่ถ้าทรัพย์สินเสื่อมราคาเพราะการใช้ตามควร ผู้ทรงสิทธิไม่จำต้องให้ค่าทดแทน
- มาตรา 1421 หน้าที่ดูแลทรัพย์สินของผู้ทรงสิทธิเก็บกิน ในการใช้สิทธิเก็บกิน ผู้ทรงสิทธิต้องรักษาทรัพย์สินเสมอกับที่วิญญูชนพึงรักษาทรัพย์สินของตนเอง มาตรฐานนี้เป็นภาวะวิสัย โดยเทียบกับวิญญูชน มิใช่เทียบกับความเคยชินของผู้ทรงสิทธิเอง และการไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานดังกล่าวเป็นรากฐานของความรับผิดในความสลายหรือเสื่อมราคาตามมาตรา 1420
- มาตรา 1422 การโอนการใช้สิทธิเก็บกินให้แก่บุคคลภายนอก ถ้ามิได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนิติกรรมอันก่อให้เกิดสิทธิเก็บกิน ผู้ทรงสิทธิเก็บกินย่อมโอนการใช้สิทธิของตนให้บุคคลภายนอกได้ และในกรณีเช่นนั้นเจ้าของทรัพย์สินอาจฟ้องร้องผู้รับโอนได้โดยตรง
- มาตรา 1423 การคัดค้านของเจ้าของ การเรียกให้หาประกัน และการตั้งผู้รักษาทรัพย์ เจ้าของทรัพย์สินอาจคัดค้านมิให้ใช้ทรัพย์สินในทางอันมิชอบด้วยกฎหมายหรือมิสมควรก็ได้ และถ้าพิสูจน์ได้ว่าสิทธิของตนตกอยู่ในภยันตราย จะเรียกให้ผู้ทรงสิทธิเก็บกินหาประกันให้ก็ได้ เว้นแต่กรณีที่ผู้ให้ทรัพย์สินสงวนสิทธิเก็บกินไว้เพื่อตนเอง ถ้าผู้ทรงสิทธิละเลยไม่หาประกันภายในเวลาอันควร หรือไม่นำพาต่อคำคัดค้านและยังคงใช้ทรัพย์สินโดยมิชอบต่อไป ศาลจะตั้งผู้รักษาทรัพย์เพื่อจัดการทรัพย์สินแทนก็ได้ และเมื่อหาประกันมาให้แล้ว ศาลจะถอนผู้รักษาทรัพย์นั้นก็ได้
- มาตรา 1424 การบำรุงรักษาปกติของผู้ทรงสิทธิเก็บกินและการซ่อมแซมใหญ่ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจำต้องสงวนภาวะแห่งทรัพย์สินมิให้เปลี่ยนไปในสาระสำคัญ และต้องบำรุงรักษาตามปกติกับซ่อมแซมเล็กน้อย ถ้าจำเป็นต้องซ่อมแซมใหญ่หรือมีการสำคัญอันต้องทำเพื่อรักษาทรัพย์สิน ผู้ทรงสิทธิต้องแจ้งแก่เจ้าของโดยพลันและต้องยอมให้จัดทำการนั้น ถ้าเจ้าของละเลยเสีย ผู้ทรงสิทธิจะจัดทำการนั้นไปโดยให้เจ้าของออกค่าใช้จ่ายก็ได้
- มาตรา 1425 ค่าใช้จ่ายอันเป็นการจรตกแก่เจ้าของทรัพย์สิน ค่าใช้จ่ายอันเป็นการจรนั้น เจ้าของต้องเป็นผู้ออก และเพื่อจะออกค่าใช้จ่ายเช่นว่านี้ หรือค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมใหญ่ตามมาตรา 1424 เจ้าของจะจำหน่ายทรัพย์สินบางส่วนก็ได้ เว้นแต่ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจะเต็มใจทดรองเงินตามที่จำเป็นโดยไม่คิดดอกเบี้ย เงื่อนไขที่ว่าต้องไม่คิดดอกเบี้ยเป็นสาระสำคัญ ผู้ทรงสิทธิที่ยอมทดรองให้โดยคิดดอกเบี้ยจึงห้ามเจ้าของมิให้จำหน่ายทรัพย์สินไม่ได้
- มาตรา 1426 ผู้ทรงสิทธิเก็บกินออกค่าจัดการ ภาษีอากร และดอกเบี้ยหนี้ที่ติดพันทรัพย์ ในระหว่างที่สิทธิเก็บกินยังมีอยู่ ผู้ทรงสิทธิต้องออกค่าใช้จ่ายในการจัดการทรัพย์สิน ตลอดจนเสียภาษีอากร และต้องใช้ดอกเบี้ยหนี้สินซึ่งติดพันทรัพย์สินนั้น กล่าวโดยสรุป ผู้ทรงสิทธิรับภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ส่วนภาระในตัวต้นเงินและค่าใช้จ่ายอันเป็นการจรตามมาตรา 1425 ยังคงเป็นของเจ้าของทรัพย์สิน
- มาตรา 1427 การประกันวินาศภัยโดยผู้ทรงสิทธิเก็บกินเป็นผู้เสียเบี้ยประกัน ถ้าเจ้าของทรัพย์สินต้องการ ผู้ทรงสิทธิเก็บกินจำต้องเอาทรัพย์สินประกันวินาศภัยเพื่อประโยชน์แก่เจ้าของทรัพย์สิน และถ้าทรัพย์สินนั้นได้เอาประกันภัยไว้แล้ว ผู้ทรงสิทธิต้องต่อสัญญาประกันนั้นเมื่อถึงคราวต่อ โดยต้องเสียเบี้ยประกันภัยตลอดเวลาที่สิทธิของตนยังมีอยู่ หน้าที่นี้เกิดขึ้นเมื่อเจ้าของเรียกร้องเท่านั้น จึงมิใช่หน้าที่ที่ต้องเอาประกันภัยโดยอัตโนมัติ
- มาตรา 1428 การสิ้นสุดของสิทธิเก็บกิน คดีอันเกี่ยวกับสิทธิเก็บกินระหว่างเจ้าของทรัพย์สินกับผู้ทรงสิทธิเก็บกินหรือผู้รับโอน ห้ามฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปีนับแต่วันที่สิทธิเก็บกินสิ้นสุดลง แต่ถ้าเจ้าของทรัพย์สินเป็นโจทก์และไม่อาจรู้ว่าสิทธิเก็บกินสิ้นสุดลงเมื่อใด ให้นับหนึ่งปีนั้นตั้งแต่เวลาที่เจ้าของได้รู้หรือควรรู้ว่าสิทธิเก็บกินสิ้นสุดลง
- มาตรา 1429 ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์ ภาระติดพันในอสังหาริมทรัพย์.
- มาตรา 1430
- มาตรา 1431
- มาตรา 1432 การสิ้นสุดของผู้รับประโยชน์แห่งภาระติดพัน
- มาตรา 1433
- มาตรา 1434