มาตรา 1304
ตัวบทกฎหมาย
สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น(๑) ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่น ตามกฎหมายที่ดิน(๒) ทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ(๓) ทรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นต้นว่า ป้อมและโรงทหาร สำนักราชการบ้านเมือง เรือรบ อาวุธยุทธภัณฑ์
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
The domaine public of State includes every kind of State property which is in use for public interest or reserved for the common benefit, such as: (1) waste land and land surrendered , abandoned or otherwise reverted to the State according to the land law; (2) property for the common use of the people e.g., foreshores, water-ways, highways, lakes; (3) property for special use to the State e.g., a fortress or other military buildings, public offices, warships, arms and ammunition.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1304 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 4 (ทรัพย์สิน) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
ทนายความ: ที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินไม่อาจได้มาโดยการครอบครองปรปักษ์ตามมาตรา 1306 การบุกรุกเป็นความผิดทางอาญา ประชาชน: ที่ดินป่าสงวน ทางน้ำ หรือถนนสาธารณะไม่อาจได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองนาน สิ่งปลูกสร้างบนที่ดินดังกล่าวอาจถูกรื้อถอนโดยรัฐ
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ตั้งแต่ประกาศใช้ครั้งแรก ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6120/2558 (2015)
ที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันตามมาตรา 1304 (2) การเข้าครอบครองย่อมไม่ก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่จะยกขึ้นยันรัฐได้ แต่ระหว่างเอกชนด้วยกัน ผู้หนึ่งอาจมีสิทธิดีกว่าอีกผู้หนึ่งได้ โดยต้องอาศัยพฤติการณ์แห่งการครอบครองเป็นสำคัญ มิใช่อาศัยแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) หรือใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 11) และมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นเพียงตลอดเวลาที่ยังครอบครองอยู่เท่านั้น ถ้าการครอบครองสิ้นไปไม่ว่าด้วยเหตุใด สิทธิดีกว่าผู้อื่นก็ยุติไปด้วย
โจทก์ซื้อที่ดินมือเปล่าจากผู้ใหญ่บ้านในราคา 200,000 บาท โดยมีแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค.1) และใบเสร็จรับเงินภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท. 11) เป็นหลักฐาน และเข้าทำประโยชน์ตั้งแต่ปี 2533 ด้วยการปลูกต้นยูคาลิปตัสและต้นไผ่ ที่ดินดังกล่าวอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าช่องเม็ก ตามกฎกระทรวงฉบับที่ 1211 (พ.ศ. 2530) โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยออกจากที่ดินประมาณ 10 ไร่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าที่ดินเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304 (2) การจะมีสิทธิดีกว่าผู้อื่นต้องอาศัยพฤติการณ์แห่งการครอบครอง มิใช่เอกสารดังกล่าว และมีอยู่เพียงตลอดเวลาที่ครอบครองอยู่ เมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่าได้ดูแลหวงกันหรือแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าที่ดินเป็นของตนอย่างไร ทั้งที่ดินพิพาทอยู่หลังสถานีตำรวจภูธรช่องเม็กซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมป่าไม้ให้ใช้ประโยชน์ในเขตป่าสงวน ขณะที่จำเลยนำสืบพร้อมภาพถ่ายว่าเข้าครอบครองทำประโยชน์ด้วยการปลูกต้นยูคาลิปตัสและทำแปลงผักสวนครัวจริง ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่าโจทก์เป็นผู้ครอบครอง โจทก์ไม่มีสิทธิดีกว่าจำเลย และไม่มีอำนาจฟ้องขับไล่หรือเรียกค่าเสียหาย
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1360/2555 (2012)
ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304 (1) จึงเป็นที่ดินของรัฐ ซึ่งต้องห้ามมิให้บุคคลใดเข้าไปยึดถือครอบครองโดยไม่มีสิทธิครอบครอง การที่ฟ้องระบุว่าเป็นการบุกรุกที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะหรือที่ดินรกร้างว่างเปล่า เป็นเพียงรายละเอียดซึ่งมีผลเพียงต่อบทลงโทษที่หนักขึ้น มิใช่องค์ประกอบความผิด
ผู้ร้องถูกพิพากษาว่าบุกรุกที่ดินสาธารณสมบัติของแผ่นดิน แล้วยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่โดยอ้างว่าที่ดินพิพาทเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ศาลฎีกาพิพากษายกคำร้อง แม้จะฟังว่าเป็นที่รกร้างว่างเปล่าก็เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินตามมาตรา 1304 (1) อันเป็นที่ดินของรัฐซึ่งห้ามเข้ายึดถือครอบครองโดยไม่มีสิทธิครอบครอง ทั้งผู้ร้องเคยมีหนังสือขอผ่อนผันอยู่ในที่ดินจนกว่าจะเก็บพืชผล อันแสดงว่าเข้าครอบครองโดยไม่มีสิทธิ การระบุประเภทที่ดินในฟ้องมีผลเพียงต่อบทลงโทษ และโทษที่กำหนดอยู่ในระวางโทษของความผิดพื้นฐานแล้ว จึงไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้งและสำคัญแก่คดี
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6712/2554 (2011)
เมื่อคณะรัฐมนตรีประกาศให้การเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน หากเจ้าหน้าที่เวนคืนจัดให้มีการจ่ายเงินค่าทดแทนในกรณีที่ตกลงกันได้ หรือวางเงินค่าทดแทนในกรณีที่ไม่อาจตกลงกันได้ ให้ถือว่ามีการโอนกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์นับแต่วันชำระเงินหรือวางเงินค่าทดแทน ตามมาตรา 13 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 สิ่งที่โอนไปคือกรรมสิทธิ์ มิใช่เพียงสิทธิเข้าครอบครอง และการที่ยังตกลงจำนวนเงินกันไม่ได้ก็ไม่ทำให้การโอนนั้นล่าช้าออกไป ส่วนมาตรา 1304 (2) ทำหน้าที่คนละอย่าง คือนำมาใช้ในภายหลังเพื่อจัดประเภทที่ดินซึ่งตกเป็นของรัฐแล้วว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
ที่ดินของโจทก์ทั้งสองแปลงถูกเวนคืนเป็นกรณีที่มีความจำเป็นโดยเร่งด่วน ศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากรรมสิทธิ์ในที่ดินทั้งสองแปลงส่วนที่ถูกเวนคืนย่อมตกเป็นของฝ่ายจำเลยตั้งแต่วันที่ 7 กันยายน 2541 อันเป็นวันที่ฝ่ายจำเลยได้วางเงินค่าทดแทนที่ดินทั้งสองแปลง ทั้งนี้โดยผลของมาตรา 13 วรรคท้าย ประกอบมาตรา 11 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530 การที่ยังตกลงจำนวนเงินค่าทดแทนกันไม่ได้ไม่มีผลต่อวันที่โอนกรรมสิทธิ์ ส่วนมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นั้นนำมาใช้ในขั้นถัดมา เพื่อจัดประเภทที่ดินซึ่งโอนไปแล้วว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 257 คดี (พ.ศ. 2494 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 367/2568 (2025)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5661/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1643/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6006-6007/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5200/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2911/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 15/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 18/2566 (2023)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 1305 31
- มาตรา 1306 25
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 249 15
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 142 14
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 1304 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1304. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1304/ (accessed 17 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 1304 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1304/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1304/"><p>สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น(๑) ที่ดินรกร้างว่างเปล่า และที่ดินซึ่งมีผู้เวนคืนหรือทอดทิ้งหรือกลับมาเป็นของแผ่นดินโดยประการอื่น ตามกฎหมายที่ดิน(๒) ทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ(๓) ทรัพย์สินใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ เป็นต้นว่า ป้อมและโรงทหาร สำนักราชการบ้านเมือง เรือรบ อาวุธยุทธภัณฑ์</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1304 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1304/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา