กำลังจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษและจะพร้อมใช้งานในเร็วๆ นี้.
น 2560 โจทก์เซอร์จำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้ชำระหนี้ตามสัญญากู้และสัญญาค้ำประกัน ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา 27 ธันวาคม 2560 ให้จำเลยที่ 1 จองเงินกู้ 15,125,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ และให้จำเลยที่ 2 ผู้ค้ำประกันร่วมรับผิดเป็นคดีแพ่งหมายเลขดำที่ผบ 381/2560 คดีหมายเลขแดงที่ผบ 1875/2560 ศาลยุติธรรมภาค 1 พิพากษาแก้เป็นว่าหากจำเลยที่ 1 ไม่ต้องจำเลยที่ 2 ชำระแทนวันที่ 24 กรกฎาคม 2560 จำเลยที่ 1 และที่ 2 โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ให้แก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 เดือนบุตรวันที่ 2 2561 จำเลยที่ 3 และที่ 4 โอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ให้จำเลยที่ 5 วันที่ 17 กรกฎาคม 2561 จำเลยที่ 5 จดทะเบียนจำนองที่ดินธนาคารก. และที่ศาลยุติธรรมภาค 1 วินิจฉัยว่าการที่จำเลยที่ 1 และที่ 2 ทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ที่ให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบการจัดเตรียมโดยเสน่หาสาเหตุของพื้นที่หลังจากโจทก์วินิจฉัยคดีแพ่งหมายเลขดำที่ผบ 381/2560 เพียง 3 เดือนเศษสำหรับที่ดินให้จำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยรู้อยู่ว่าจะเป็นทางให้โจทก์เป็นผู้นำเจ้าหนี้เสียเปรียบตามหลักเกณฑ์กฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 237 วรรคแรก จำเลยที่ 1 ถึงที่ 4 กฎหมายแก้ฎีกาอื่น ๆ เป็นส่วนราชการตามคำพิพากษาศาลยุติธรรมภาค 1 ที่โจทก์ฎีกาว่า จำเลยที่ 5 รับโอนที่ดินนดเลขที่ 35666 จากจำเลยที่ 3 และที่ 4 โดยไม่เปิดเผยสถาบันที่จำเป็นต้องจำเลยที่ 5 บุคคลภายนอกได้มีสิทธิมาโดยเฉพาะอย่างยิ่งก่อนที่จะเริ่มการพิจารณาคดีขอเพิกถอนตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 238 วรรคแรก ข้อเท็จจริงที่คู่นี้เป็นศูนย์กลางในการฟังกันในชั้นฟังตั้งศูนย์กลางที่ดินระหว่างจำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 เป็นที่โจทก์เซอร์ไพรส์เลยที่ 1 ถึงที่ 5 เป็นจำเลยในคดีอาญาหมายเลขดำที่อ 251/2562 คดีหมายเลขแดงที่อ 474/2563 ของศาลแขวงพระนครศรีอยุธยา สืบสวนสอบสวนเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ให้การพิจารณาสารภาพตามว่าจำเลยที่ 1 และที่ที่ 2 จดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ให้แก่จำเลยที่ 3 และที่ 4 แล้วจำเลยที่ 3 และที่ 4 จดทะเบียนขายให้จำเลยที่ 5 และจำเลยที่ 5 จดทะเบียนจำนองไว้แก่ธนาคาร ก. ออเป็นเพื่อมิให้โจทก์ก่อนเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ต้องจ่ายหนี้ทั้งหมดหรือแต่สำหรับสิ่งนี้ได้ใช้สิทธิเรียกร้องทางพยานหลักฐานเพื่อเป็นทรัพย์สินที่ช่วยให้ส่วนต่างๆ ทำให้โจทก์ได้รับคดีถึงที่สุดแล้วทำให้ได้ความว่าต่อต้าน 26 กันยายน 2560 จำเลยที่ 5 ในวันที่จำเลยที่ 1 เป็นการตรวจสอบความในคดีหมายเลขดำที่ผบ 381/2560 ที่โจทก์อัยการสูงสุดต้องจำเลยที่ 1 และที่ 2 ชำระหนี้เงินกู้และค้ำประกัน จำเลยที่ 5 กรรมการนำสืบสืบพยานเป็นอย่างอื่นที่ค้นพบจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามสัญญากู้และค้ำประกันแล้วในวันที่ 26 ติดตาม 2560 ที่จำเลยที่ 5 ไปเป็นผู้ตรวจสอบวันที่ 2 พฤษภาคม 2561 จำเลยที่ 5 ซื้อโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 จากจำเลยที่ 3 และที่ 4 อดีตจำเลยที่ 5 จำเลยที่ 5 ซื้อที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 จากจำเลยที่ 3 และที่ 4 ที่ขายให้กับจำเลยที่ 5 เพื่อชำระหนี้ที่จำเลยที่ 3 กู้เงินจากจำเลยที่ 5 ในบ้านเป็นการรับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ทั้งที่จำเลยที่ 5 รู้ว่าโจทก์ได้สารคดีจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้หนี้เงินกู้และสัญญาค้ำประกันแล้วก่อนที่จะพิจารณาประกอบกับพฤติการณ์ของจำเลยที่ 5 การรับสารภาพในคดีอาญาที่ตนเองถูกตรวจสอบในคดีโกงหนี้ว่าจำเลยที่ 5 รับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 จากจำเลยที่ 3 และที่ 4 ให้กับมิให้โจทก์เป็นเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 และที่ 2 จ่ายชำระหนี้ทั้งหมดหรือแต่บางทีอาจพฤติการณ์เจ้าเล่ห์ที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของจำเลยที่ 5 ว่าจำเลยที่ 5 มีเสมอรับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 เพื่อให้พื้นที่ดังกล่าวหลุดพ้นจากการบังคับคดีในคดีที่โจทก์จำเลยที่ 1 และที่ 2 อนันเป็นเหตุให้โจทก์ในฐานะเจ้าหนี้จำเลยที่ 1 และที่ 2 เสียเปรียบการตรวจสอบหลักฐานของโจทก์ตามลำดับความจริงและเหตุผลให้รับฟังดีกว่ากรณีจำเลยที่ 5 ข้อเท็จจริงจึงฟังในที่จำเลยที่ 5 มิใช่บุคคลภายนอกได้สิทธิ์มาโดยธรรมชาติก่อนการพิจารณาคดีขอเพิกถอนตามการวิจัยกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 238 วรรคแรกโครงสร้างการเพิกถอนนิติเวชโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 โครงสร้างใช้บังคับแก่จำเลยที่ 5 ได้อีกต่อไป โจทก์จึงมีสิทธิเลือกตั้งจำที่ 1 ถึงที่ 5 ในการลงทะเบียนการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ได้ที่ศาลยุติธรรมภาค 1 ไม่ต้องกถอนการจดทะเบียนที่ดินโฉนดที่ดินเลขที่ 35666 มานั้นศาลฎีกาไม่ปรากฏด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้นขึ้นอย่างราบรื่นการสืบสวนสอบสวนเลยโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ไม่มีผลกระทบถึงการกระทำก. สิ้นสุดการจำนองเพราะธนาคารก. บุคคลภายนอกที่ได้รับสิทธิมาโดยสมบูรณ์ก่อนเริ่มการพิจารณาคดีขอเพื่อใช้กถอนการสอบสวนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ให้กลับมาเป็นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ยังคงต้องติดโปรตีนจำนองในส่วนของการที่จำเลยที่ 5 การดำเนินการดังกล่าวโดยไม่ทำให้เกิดความร้อนในที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 เจ้าของเจ้าหนี้ถูกการฉ้อฉลอย่างแข็งขันในพื้นที่ดังกล่าวโดยปลอดจำนองได้นั้น เพื่อเป็นสิทธิของโจทก์ฎีกาที่อาจบังคับให้ชำระหนี้จากที่ดินโจทก์นั้นสามารถบังคับชำระหนี้จากที่ดินแปลงได้อย่างชัดเจนใช้สิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 5 อาจเป็นไปได้ว่าอาจทำได้ที่โจทก์ฎีกาขอให้เพิกถอนรถยนต์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 6 ซึ่งจะแสดงหลักฐานการจดทะเบียนทราบเจ้าหน้าที่ว่าวันที่ 27 พฤศจิกายน 2558 จำเลยที่ 1 โอนรถยนต์เพื่อการศึกษาจำเลยที่ 6 ออแกนเป็นผู้บริหารรถยนต์หลังจากโจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องสิทธิจำเลยที่ 1 จากนางสาวญานาถต่อไป 29 ไป 2558 คำถามที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่าจำเลยที่ 6 รับโอนรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โดยรู้เท่าถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียประโยชน์หรือในโจทก์เป็นฝ่ายต่อต้านกล่าวอ้างข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุเพื่อขอให้เพิกถอนความเป็นส่วนตัวของรถยนต์ จำเลยที่ 6 ให้การปฏิเสธว่าจำเลยที่ 6 ซื้อรถยนต์โดยสุจริตและเสียประโยชน์ โจทก์หาข้อมูลในการพิสูจน์สอบสวนโจทก์มีตัวโจทก์เป็นอย่างจริงจังปากเพียงตรวจสอบความว่าจำเลยที่ 1 ลงทะเบียนโอนรถยนต์ให้แก่จำเลยที่ 6 เพื่อให้อัยการสามารถบังคับคดีได้ส่วนจำเลยที่ 6 เบิกความว่าจำเลยที่ 6 ซื้อจากรถยนต์จำเลยที่ 1 สำหรับปี 2557 ในราคา 200,000 บาท โดยถอนเงินจากบัญชีเงินฝากของสมาชิก 2 มิถุนายน 2557 แต่จดทะเบียนหลังจากทำสัญญาซื้อขายจำเลยที่ 1 และที่ 2 บอกจำเลยที่ 6 จำได้ว่าเป็นหนี้ของบริษัทจำเลยที่ 6 มิใช่ผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นเจ้าหนี้ในคดีอาญาหมายเลขดำที่อ 251/2562 คดีหมายเลขแดงที่อ 474/2563 ของพยานหลักฐานแขวงพระนครศรีอยุธยา ถาดโจทก์ไม่ได้ให้ประโยชน์แก่ระบบจำเลยที่ 6 รวมถึงที่โจทก์มีราวในการพิสูจน์ ข้อเท็จจริงจึงฟังไม่ได้ว่า จำเลยที่ 6 รับโอนรถยนต์จากจำเลยที่ 1 โดยรู้เท่าเทียมถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสียเปรียบ โจทก์บริษัท อาจขอให้พิจารณากร้าวต่อต้านรถยนต์ระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 6 ได้ที่ศาลยุติธรรมภาค 1 ไม่จำเป็นต้องกลาวสนามกีฬารถยนต์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นที่โจทก์ฎีกาขอให้เพิกถอนที่ดินโฉนดเลขที่ 827 ในจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 และจำเลยที่ 3 กับจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 โดยเฉพาะข้อกฎหมายที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า โจทก์ฟังโอนสิทธิเรียกร้องสิทธิของผู้มีสิทธิได้รับสิทธิเรียกร้องสิทธิเรียกร้องในการพิจารณาขอเพิกถอนนิติกรรมตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ศาลฎีกาโดยมติในใหญ่ เห็นการที่จำเลยที่ 1 จดทะเบียนให้ที่ดินโฉนดเลขที่ 827 แก่จำเลยที่ 3 เมื่อบุตรนั้นเป็นผู้ให้โดยเสน่หาไม่มีผู้นำจำเลยที่ 1 รู้เพียงฝ่ายเดียวก็เป็นผู้นำที่นางประธานญานาถซึ่งเจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 และที่ 2 พิจารณาสิทธิในการขอให้กอธิกที่ดินโฉนดเลขที่ 827 ตามเงื่อนไขกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 คราแรกเมื่อนางสาว ๆ ญานาถโอนสิทธิในกิจการแก่โจทก์และบอกกล่าวอ้างถึงสิทธิเรียกร้องไปยังจำเลยที่ 1 และที่ 2 จากนั้นโจทก์พิจารณาโอนสิทธิเรียกร้องจึงยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้จำเลยที่ 1 และที่ 2 ผู้เป็นต้องรอยกขึ้นพิจารณาภายนอกภายนอกโดยคำนึงถึงความสำคัญที่ตรากฎหมายแพ่งและมาตรา 306 ประการแรก โจทก์มิใช่เจ้าหนี้ของจำเลยที่ 1 จดทะเบียนจำเลยที่ 1 จดทะเบียนยกที่ดินให้แก่จำเลยที่ 3 โจทก์รับโอนสิทธิเรียกร้องที่นี่คือมีศูนย์กลางเป็นเจ้าหนี้และจะได้รับสิทธิในหนี้ในเจ้าหนี้เดิมที่โอนสิทธิเรียกร้องสิทธิเรียกร้อง บทตามคำสั่งกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 คราแรกที่อ้างถึงว่า "เจ้าหนี้ชอบที่จะขอให้ศาลเพิกถอนเสียได้ซึ่งนิติกรรมใด ๆ ... แต่ข้อความนี้ท่านมิให้บังคับแท่นปรากฏขึ้นว่าในขณะที่ทำนิติกรรมนั้นบุคคลนั้นสามารถลาภงอกแต่การนั้นรู้เหมือนถึงข้อความจริงอันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องสูญเสียผลประโยชน์นั้นด้วยแต่หากกรณีเป็นเครือข่ายโดยเสน่หาประธานาธิบดีว่าเพียงแต่ควบคุมผู้ควบคุมฝ่ายเดียวเท่านั้นแล้วที่จะขอเพิกถอนได้" ให้คุณทราบบทที่จะช่วยเรียกร้องสิทธิผู้บริสุทธิ์มิให้ถูกลืมที่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์โดยตรงด้วยการเมืองหรือยักเริ่มถ่ายเททรัพย์สินขององค์กรให้ผลประโยชน์อันเป็นทางให้เจ้าหนี้ต้องเสีย ผลแห่งการเพิกถอนนิติกรรมที่ฉ้อฉลนั่นคือทำให้คุณสมบัติที่โอนไปนั้นกลับมาเป็นของระบบควบคุมตามเดิมเพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้ทุกคน มิใช่เพื่อประโยชน์แก่เจ้าหนี้คนใด ๆ นี้เจ้าหนี้อาจใช้สิทธิเรียกร้องสิทธิที่จะให้กถอนนิติกรรมตามและดูกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 ข้อไม่จำกัดเฉพาะเจ้าหนี้ในการตรวจสอบเท่านั้นทำนิติกรรมฉ้อฉลเท่านั้นตรวจสอบทำนิติกรรมฉ้อฉลเท่านั้นแต่เน้นย้ำเจ้าหนี้โอนสิทธิเรียกร้องด้วยภาพยนตร์แล้วตรวจสอบโดยไม่พิจารณาจะใช้อย่างเป็นทางการเพื่อเอาเจ้าหนี้ทุกคนได้เพียงมืออาชีพที่เรียกร้องสิทธิเรียกร้อง เพื่อเป็นการนำกฎหมายที่ขัดต่อคุณธรรมของกฎหมายซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครองตามกฎหมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับโจทก์สิทธิ์โอนสิทธิเรียกร้องสิทธิเรียกร้องเพื่อให้ผู้มีสิทธิโอนสิทธิเรียกร้องในเซอร์ไพรส์ขอกถอนนิติกรรมที่ฉ้อฉลตามอนุภาคกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ส่วน 237 ที่ศาลยุติธรรมภาค 1 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกร้องขอเพิกถอนนิติกรรมตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 237 เพียงเพราะโจทก์มิใช่เจ้าหนี้จำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 การทำนิติกรรมโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 827 ให้เราจำเลยที่ 3 ที่โจทก์เป็นคดีโอนสิทธิเรียกร้องแล้วจึงไม่ชอบฎีกาของทั้งโจทก์ในข้อนี้ฟังขึ้นแต่อย่างไรก็ดีแม้โจทก์สิทธิพิเศษสำหรับเพิกถอนนิติกรรมที่ฉ้อฉลระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 ได้แต่จำเลยที่ 3 ได้โอนขายที่ดินนดเลขที่ 827 ให้จำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 ไปแล้ว คดีจึงมีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยต่อไปว่าการเมืองมีให้เพิกถอนนิติกรรมที่จำเลยที่ 3 จดทะเบียนโอนขายที่ดินโฉนดเลขที่ 827 ให้จำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 เพื่อให้โจทก์เป็นฝ่ายป้องกันกล่าวข้อเท็จจริงที่เป็นเหตุเพื่อขอกถอนที่ดินโฉนดเลขที่ 827 จำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 ให้การปฏิเสธว่าจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 ซื้อที่ดินนดเลขที่ 827 จากจำเลยที่ 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งและเสียโจทก์ที่สำคัญที่สุดในการพิสูจน์ โจทก์มีตัวโจทก์เป็นเพียงแค่ปากเดียวความว่าเรื่องของจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 เพื่อมิให้โจทก์คดีได้บังคับคดีได้อ่านร้านอาหารนว่าตนเองไม่ทราบถึงที่จำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 ซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 3 เห็นว่าโจทก์ไม่ปรากฏหลักฐานว่าจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 ซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 3 โดยไม่เปิดเผยในลักษณะใดที่จำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 เบิกความเหมือนกันว่าจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 พูดคุยหาข้อมูลที่ดินเพื่อปลูกสามารถสร้างบ้านให้จำเลยที่ 9 ก้าวไปข้างหน้าขอซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 3 ในราคา 1,250,000 บาททำสัญญาซื้อขายตามราคาประเมิน 200,000 บาท จำเลยที่ 7 ซึ่งรับราชการกรมส่งเสริมสหกรณ์ได้เงิน 1,500,000 บาท บาท จากสหกรณ์มาซื้อที่ดิน จำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 รวมกันแต่ชำระหนี้คนละ 500,000 บาทหลังจากนั้นซื้อที่ดินแล้วหรือยังแบ่งที่ดินที่เป็นโฉนด 3 เป็นเวลานานจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 ซื้อที่ดินจากจำเลยที่ 3 โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่จำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 ข้อมูลพื้นฐานให้การรับฟังหลักการโจทก์ความจริงแล้วฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 รับโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 827 จากจำเลยที่ 3 โดยไม่เปิดเผยข้อมูลโจทก์จะเป็นผู้ตรวจสอบขอให้พิจารณาคดีนิติกรรมที่ฉ้อฉลระหว่างจำเลยที่ 1 กับจำเลยที่ 3 แต่จนถึงกระทืบถึงสิทธิของจำเลยที่ 7 ถึงที่ 9 บุคคลภายนอกที่รับโอนที่ดินโดยธรรมชาติของจำเลยที่ 3 เปิดเผยต่อสาธารณะของจำเลยที่ 3 ซึ่งจะทำให้เจ้าหนี้ถูกการฉ้อฉลสามารถบังคับชำระหนี้จากที่ดินที่มีแนวโน้มได้ มีแนวโน้มทำให้เจ้าหนี้มีประสิทธิภาพสูงของการสืบสวนของโจทก์ที่สืบสวนสอบสวนหนี้ตามคำพิพากษาจากที่ดินที่โดดเด่นได้โจทก์ประสิทธิภาพการใช้สิทธิเรียกร้องจากจำเลยที่ 3 สาเหตุที่ทำให้สามารถเกิดขึ้นได้เพราะเป็นการพิพากษาเกินร้องขอพิพากษาแก้เป็นว่า เพื่อดูการถอนนิติเวชโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 35666 ในจำเลยที่ 1 ที่ 2 เริ่มต้นจำเลยที่ 3 ที่ 4 และระหว่างจำเลยที่ 3 ที่ 4 เริ่มต้นจำเลยที่ 5 เพื่อให้ที่ดินในคืนเป็นของจำเลยที่ 1 และที่ 2 ให้จำเลยที่ 1 ถึงที่ 5 ใช้ค่าฤชา สีเหลืองแทนมะเขือเทศแทนศาล โดยทนายความรวมเป็นเงิน 30,000 บาท ค่าฤชาเพิกชั้นฎีการะหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 6 ถึงที่ 9 เป็นรูปแบบทั่วไปที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลยุติธรรมภาค 1