ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส
Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 4746/2568 คำพิพากษาที่ 4746/2568 2025 (พ.ศ. 2568)

Where Co-Heirs Tacitly Accept an Administrator's Self-Transfer for Years, the Estate is Deemed Distributed เมื่อทายาททุกคนยอมรับการที่ผู้จัดการมรดกโอนทรัพย์เป็นของตนเองมาเป็นเวลานาน ถือว่ามรดกถูกแบ่งแล้ว

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Under CCC §1750 paragraph 1 an estate may be distributed without any written instrument, by each heir taking possession of a defined parcel as his share. Where the administrator registers one estate parcel in her own name and no co-heir objects, that silence can show the other heirs knew of the transfer and approved it from the outset; and where she later transfers another parcel to one of those heirs, again unopposed, the two together are consistent with a distribution by sectional possession. The parcel the administrator took is then estate property the other heirs consented to her holding alone: she need not divide it, and she may lawfully deal with it as she chooses. A co-heir who sues years afterwards for a re-partition of it cannot succeed. The administrator's duties under §§1719, 1723, 1724 paragraph one and 1745 are the framework, but they are not breached by an allocation every heir accepted.

หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้ว รับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทมาเป็นของจำเลยเอง ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้าน อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนตั้งแต่ต้น นอกจากนี้จำเลยก็โอนที่ดินอีกแปลงให้แก่โจทก์โดยไม่มีทายาทคัดค้านเช่นกัน อันสอดคล้องกับการแบ่งปันมรดกระหว่างทายาทด้วยการให้เข้าครอบครองเป็นสัดส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

The deceased left two plots of land and four children, among them the plaintiff and the defendant. The court appointed the defendant administrator in 2555 and she at once registered the disputed plot in her own name; no heir objected. In 2564 she transferred the other estate plot to the plaintiff, her brother, and again no heir objected. He then sued to have the disputed plot divided between himself and a third sibling. The Supreme Court held that an administrator's duty is to manage the estate and distribute it to every heir within the limits of CCC sections 1719, 1723, 1724 paragraph one and 1745, but that on these facts the absence of any objection to the self-transfer showed the plaintiff had known of it and approved it from the outset, and that the unopposed transfer of the second plot to him was consistent with a distribution made by the heirs each taking possession of a defined part under section 1750 paragraph one. The disputed plot was therefore estate property the plaintiff had agreed should go to the defendant alone: she need not divide it and could lawfully deal with it as she chose. The claim was dismissed.
เจ้ามรดกมีที่ดินสองแปลงและมีบุตรสี่คน รวมทั้งโจทก์และจำเลยซึ่งเป็นพี่น้องร่วมบิดามารดา ศาลชั้นต้นตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกเมื่อปี 2555 จำเลยจดทะเบียนโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของตนเอง โดยไม่ปรากฏว่าทายาทคนใดคัดค้าน ต่อมาปี 2564 จำเลยโอนที่ดินอีกแปลงหนึ่งให้แก่โจทก์ โดยไม่มีทายาทคัดค้านเช่นกัน โจทก์จึงฟ้องขอให้แบ่งที่ดินพิพาทระหว่างตนกับพี่น้องอีกคนหนึ่ง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกโดยทั่วไป และแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนภายใต้ขอบอำนาจตาม ป.พ.พ. มาตรา 1719, 1723, 1724 วรรคหนึ่ง และ 1745 แต่เมื่อไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านการที่จำเลยโอนที่ดินพิพาทมาเป็นของตน ย่อมแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบมาตั้งแต่ต้น ทั้งการโอนที่ดินอีกแปลงให้โจทก์โดยไม่มีผู้คัดค้าน ก็สอดคล้องกับการแบ่งปันมรดกด้วยการให้ทายาทเข้าครอบครองเป็นส่วนสัดตามมาตรา 1750 วรรคหนึ่ง ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว จำเลยไม่ต้องแบ่งและมีอำนาจนำไปทำนิติกรรมใด ๆ ได้โดยชอบ ศาลฎีกาพิพากษายืนให้ยกฟ้อง

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Under CCC §1750 paragraph 1 an estate may be distributed without any written instrument, by each heir taking possession of a defined parcel as his share. Where the administrator registers one estate parcel in her own name and no co-heir objects, that silence can show the other heirs knew of the transfer and approved it from the outset; and where she later transfers another parcel to one of those heirs, again unopposed, the two together are consistent with a distribution by sectional possession. The parcel the administrator took is then estate property the other heirs consented to her holding alone: she need not divide it, and she may lawfully deal with it as she chooses. A co-heir who sues years afterwards for a re-partition of it cannot succeed. The administrator's duties under §§1719, 1723, 1724 paragraph one and 1745 are the framework, but they are not breached by an allocation every heir accepted.
หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้ว รับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทมาเป็นของจำเลยเอง ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้าน อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนตั้งแต่ต้น นอกจากนี้จำเลยก็โอนที่ดินอีกแปลงให้แก่โจทก์โดยไม่มีทายาทคัดค้านเช่นกัน อันสอดคล้องกับการแบ่งปันมรดกระหว่างทายาทด้วยการให้เข้าครอบครองเป็นสัดส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 4746/2568. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4746/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้ว รับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทของ ก. มาเป็นของจำเลยเอง ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนที่ดินพิพาทของจำเลยมาตั้งแต่ต้น นอกจากนี้จำเลยก็ได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27018 ให้แก่โจทก์โดยไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านเช่นกัน อันเป็นการสอดคล้องกับการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยการให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นสัดส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง จึงรับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว จำเลยจึงไม่ต้องแบ่งปันที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ทั้งที่มีอำนาจในการนำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ โดยชอบ โจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยกระทำตามคำฟ้องได้ อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท นั้น ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องขอให้บังคับจำเลยแบ่งแยกที่ดินโฉนดเลขที่ 198 ให้แก่โจทก์และนางเวียงคำตามส่วนคนละเท่า ๆ กัน หากแบ่งไม่ได้ให้นำที่ดินออกประมูลขายตามราคาท้องตลาด แต่ละคนได้รับส่วนแบ่งเท่า ๆ กัน หากจำเลยเพิกเฉยขอให้ถือเอาคำพิพากษาแทนการแสดงเจตนาของจำเลย จำเลยขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิพากษาหรือมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์ให้ศาลชั้นต้นรวมสั่งเมื่อมีคำพิพากษาใหม่ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ กำหนดค่าทนายความ 3,000 บาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นฟังได้ว่า โจทก์และจำเลยเป็นบุตรของนายก้อน กับนางสาวแพงสี มีพี่น้องร่วมบิดามารดา 4 คน คือ จำเลย นางเวียงคำ โจทก์ และร้อยเอกแดง ร้อยเอกแดงมีภริยาและบุตร แต่ร้อยเอกแดงและบุตรถึงแก่ความตายแล้ว นายก้อนถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2543 นายก้อนมีทรัพย์มรดกคือที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 198 และที่ดินโฉนดเลขที่ 27018 ต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายก้อน เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2555 จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทโฉนดเลขที่ 198 อันเป็นทรัพย์มรดกมาเป็นของจำเลย แล้วจำเลยนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองแก่บริษัท ศ. และบริษัท ร. ตามลำดับ ต่อมาไถ่ถอนจำนองแล้วจำเลยนำที่ดินพิพาทไปจดทะเบียนจำนองแก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ต่อมาเมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2564 จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 27018 ให้แก่โจทก์ มีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า ที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกต้องแบ่งปันให้แก่โจทก์ และนางเวียงคำหรือไม่ โดยโจทก์กล่าวอ้างว่าจำเลยจัดการมรดกโดยไม่มีอำนาจและโดยไม่ได้รับความยินยอมจากโจทก์เฉพาะที่ดินพิพาทเนื้อที่ 91 ตารางวาเศษเพียงแปลงเดียว แต่ศาลก็จำต้องพิจารณาถึงการจัดการมรดกของจำเลยที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงอื่นประกอบด้วย เพราะเป็นการจัดการมรดกที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันไปในคราวเดียวและเพื่อให้เห็นพฤติการณ์ของจำเลยในภาพรวมว่า จำเลยกระทำการตามที่โจทก์กล่าวอ้างหรือไม่ เมื่อผู้ตายไม่ได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์มรดกให้แก่ผู้ใด แล้วต่อมาศาลชั้นต้นมีคำสั่งตั้งจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของผู้ตาย จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกมีหน้าที่จัดการมรดกโดยทั่วไปและแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนภายใต้ขอบอำนาจ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1719, 1723, 1724 วรรคหนึ่ง และ 1745 โดยคดีนี้นอกจากโจทก์และจำเลยแล้วยังมีนางเวียงคำและร้อยเอกแดงเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกอีกด้วย หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของนายก้อนแล้วรับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทของนายก้อนมาเป็นของจำเลยเองนั้น ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านการกระทำของจำเลยแต่อย่างใด อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนที่ดินพิพาทของจำเลยมาตั้งแต่ต้น นอกจากนี้จำเลยก็ได้โอนที่ดินโฉนดเลขที่ 27018 เนื้อที่ 4 ไร่เศษ ให้แก่โจทก์โดยไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้านเช่นกัน อันเป็นการสอดคล้องกับการแบ่งปันทรัพย์มรดกระหว่างทายาทด้วยการให้โจทก์เข้าครอบครองที่ดินดังกล่าวเป็นส่วนสัด ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง คดีจึงรับฟังได้ว่าที่ดินพิพาทเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว จำเลยจึงไม่ต้องแบ่งปันที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ ทั้งมีอำนาจในการนำที่ดินพิพาทไปทำนิติกรรมใด ๆ ได้โดยชอบ โดยโจทก์ไม่อาจบังคับให้จำเลยกระทำการตามคำฟ้องได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 3 พิพากษายกฟ้องโจทก์มานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยในผล ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น อนึ่ง ที่ศาลชั้นต้นกำหนดให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นและในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ 3,000 บาท นั้น ต่ำกว่าอัตราขั้นต่ำที่กฎหมายกำหนดไว้ ศาลฎีกาเห็นสมควรกำหนดเสียใหม่ให้ถูกต้อง พิพากษายืน ให้จำเลยใช้ค่าทนายความในศาลชั้นต้นและในศาลอุทธรณ์แทนโจทก์รวม 6,000 บาท ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

What is the legal principle in Decision 4746/2568? คำพิพากษาฎีกาที่ 4746/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

Under CCC §1750 paragraph 1 an estate may be distributed without any written instrument, by each heir taking possession of a defined parcel as his share. Where the administrator registers one estate parcel in her own name and no co-heir objects, that silence can show the other heirs knew of the transfer and approved it from the outset; and where she later transfers another parcel to one of those heirs, again unopposed, the two together are consistent with a distribution by sectional possession. A co-heir who sues years afterwards for a re-partition of the parcel he accepted at the time cannot succeed.

หลังจากจำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ก. แล้ว รับโอนทรัพย์มรดกที่ดินพิพาทมาเป็นของจำเลยเอง ไม่ปรากฏทายาทคนใดคัดค้าน อันเป็นการแสดงว่าโจทก์รับรู้และเห็นชอบในการโอนตั้งแต่ต้น นอกจากนี้จำเลยก็โอนที่ดินอีกแปลงให้แก่โจทก์โดยไม่มีทายาทคัดค้านเช่นกัน อันสอดคล้องกับการแบ่งปันมรดกระหว่างทายาทด้วยการให้เข้าครอบครองเป็นสัดส่วน ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1750 วรรคหนึ่ง ที่ดินพิพาทจึงเป็นทรัพย์มรดกที่โจทก์ยินยอมให้ตกเป็นของจำเลยแต่เพียงผู้เดียว

Which CCC section allows an estate to be divided by each heir taking possession of a parcel? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้แบ่งมรดกโดยทายาทต่างเข้าครอบครองทรัพย์เป็นส่วนสัด

CCC Section 1750 paragraph one (the case also applies §1719, §1723, §1724 paragraph one and §1745)

มาตรา 1719 (และมาตรา 1750)

การแบ่งมรดกในประเทศไทย มาตรา 1750 ค.ศ. การยินยอมโดยปริยาย ทายาท ประเทศไทย อสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยแบบแบ่งส่วน

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthatmethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง