บรรพ 3 — เอกเทศสัญญา

มาตรา 653 — การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ

ตัวบทกฎหมาย

การกู้ยืมเงินกว่าสองพันบาทขึ้นไปนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานแห่งการกู้ยืมเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ยืมเป็นสำคัญ จะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่[19] ในการกู้ยืมเงินมีหลักฐานเป็นหนังสือนั้น ท่านว่าจะนำสืบการใช้เงินได้ต่อเมื่อมีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ให้ยืมมาแสดง หรือเอกสารอันเป็นหลักฐานแห่งการกู้ยืมนั้นได้เวนคืนแล้ว หรือได้แทงเพิกถอนลงในเอกสารนั้นแล้ว

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

A loan of money for a sum exceeding two thousand baht in capital is not enforceable by action unless there be some written evidence of the loan signed by the borrower. No repayment od a loan of money evidenced by writing may be proved unless there be some written evidence signed by the lender, or the document evidencing the loan has been surrendered to the borrower or cancelled.

คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 653 เป็นกฎเรื่องพยานหลักฐาน ไม่ใช่แบบของสัญญา การกู้ยืมยังคงสมบูรณ์ทางวาจา แต่จะฟ้องบังคับในศาลไม่ได้หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ "หลักฐานเป็นหนังสือ" รวมถึงสัญญากู้เงินอย่างเป็นทางการ หนังสือรับสภาพหนี้ที่ลงลายมือชื่อ ใบโอนเงินที่ระบุชื่อคู่สัญญาและจำนวน หรือแม้แต่ข้อความใน LINE หรืออีเมลที่ผู้ยืมยอมรับหนี้ ขั้นต่ำ 2,000 บาทไม่เปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2468 — สำหรับการกู้ยืมที่มีนัยสำคัญ การทำเอกสารเป็นเรื่องจำเป็น

มาตราหลัก

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

ทนายความ: ข้อกำหนดหนังสือตามมาตรา 653(1) เป็นเงื่อนไขการบังคับ ไม่ใช่การก่อหนี้ เงินกู้อาจเกิดขึ้นได้โดยปากเปล่า แต่ฟ้องไม่ได้หากไม่มีเอกสาร มาตรา 653(2) กำหนดกฎเดียวกันสำหรับการชำระคืน ผู้ยืมต้องขอหลักฐานการรับชำระหรือนำเอกสารกู้คืน ประชาชนทั่วไป: ให้ยืมหรือกู้เงินเกิน 2,000 บาทต้องมีสัญญากู้ หากชำระคืนต้องขอใบเสร็จหรือนำสัญญาคืนไว้

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขเพิ่มเติมที่สำคัญในภายหลัง

  • กู้ยืมเงิน
  • ต้องมีหลักฐานเป็นหนังสือ
  • เกิน 2,000 บาท
  • พยานหลักฐาน
  • หลักฐานการชำระคืน

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 22631/2555 (2012)

    เมื่อการกู้ยืมมีหลักฐานเป็นหนังสือ การชำระคืนต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานเป็นหนังสือ พยานบุคคลเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ

    จำเลยทั้งสองรับว่าทำสัญญากู้ยืมเงินตามฟ้อง แต่อ้างว่าชำระหนี้รายวันครบแล้ว เนื่องจากการชำระหนี้เงินกู้ที่มีหลักฐานเป็นหนังสือต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานเป็นหนังสือตามมาตรา 653(2) จำเลยจึงต้องรับภาระนำสืบ

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7160/2551 (2008)

    การชำระหนี้จริงทำให้หนี้เงินกู้ระงับ ข้อกำหนดหลักฐานเป็นหนังสือในมาตรา 653(2) เกี่ยวกับวิธีพิสูจน์ ไม่ใช่ความระงับของหนี้

    การชำระหนี้จริงทำให้หนี้ระงับ ไม่จำต้องแทงเพิกถอนหรือเวนคืนเอกสาร การที่มาตรา 653(2) กำหนดให้นำสืบด้วยหลักฐานเป็นหนังสือเป็นเรื่องของการพิสูจน์ ไม่ใช่ความระงับของหนี้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  3. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3874/2549 (2006)

    ข้อกำหนดหลักฐานเป็นหนังสือของมาตรา 653(1) ห้ามทั้งการฟ้องและการยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือหักกลบลบหนี้

    ข้อห้ามในมาตรา 653(1) ที่ว่าการกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทโดยไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือฟ้องไม่ได้ ครอบคลุมถึงการยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้หรือฟ้องแย้งด้วย ไม่ใช่แค่การฟ้องคดีเท่านั้น

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คำถามที่พบบ่อย

ให้เพื่อนกู้ 50,000 บาทโดยไม่มีสัญญาเป็นหนังสือ สามารถฟ้องเรียกคืนได้หรือไม่?

ไม่ได้ ตามมาตรา 653 การกู้ยืมเงินเกิน 2,000 บาทจะฟ้องบังคับไม่ได้หากไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือที่ลงลายมือชื่อผู้ยืม แม้จะพิสูจน์ได้ว่าโอนเงินจริง คดีก็แพ้ในชั้นศาล

ชำระหนี้เงินกู้ด้วยเงินสดแล้วแต่ผู้ให้กู้ไม่คืนเอกสาร ควรทำอย่างไร?

ต้องขอใบเสร็จรับเงินที่ลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ หรือขอให้แทงเพิกถอนในเอกสารกู้ยืม ตามมาตรา 653(2) การชำระคืนเงินกู้ที่มีหลักฐานเป็นหนังสือต้องพิสูจน์ด้วยหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อผู้ให้กู้ การเวนคืนเอกสาร หรือการแทงเพิกถอน มิฉะนั้นผู้ให้กู้อาจฟ้องซ้ำได้

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น