ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

บรรพ 3: เอกเทศสัญญา

มาตรา 654: อัตราดอกเบี้ยสูงสุด 15% ต่อปี

ตัวบทกฎหมาย

ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

Interest shall not exceed 15% per year; when a higher rate of interest is fixed by the contract, it shall be reduced to 15% per year.

คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 654 จำกัดดอกเบี้ยระหว่างบุคคลที่ร้อยละ 15 ต่อปี เพดานนี้เป็นการบังคับเด็ดขาด คู่สัญญาตกลงเกินไม่ได้ ข้อยกเว้นสำคัญสองประการ: (1) สถาบันการเงินที่มีใบอนุญาต (ธนาคาร non-bank ที่ได้รับอนุญาต) อยู่ภายใต้กรอบดอกเบี้ยแยกของธนาคารแห่งประเทศไทย มักสูงกว่า (2) การกู้ยืมเชิงพาณิชย์ระหว่างนิติบุคคลใช้เพดาน 15% เดียวกัน เว้นแต่ฝ่ายหนึ่งเป็นสถาบันการเงินที่มีใบอนุญาต ในทางอาญา พระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2560 ซึ่งยกเลิกพระราชบัญญัติฉบับพุทธศักราช 2475 แล้ว กำหนดให้การเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราที่กฎหมายกำหนดเป็นความผิด ระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

มาตราหลัก

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

ทนายความ: เพดาน 15% ใช้บังคับกับเงินกู้ระหว่างบุคคลเอกชน ธนาคารและสถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตไม่ต้องอยู่ภายใต้มาตรา 654 แต่อยู่ภายใต้ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย การคิดดอกเบี้ยเกิน 15% ระหว่างเอกชนอาจมีความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา ประชาชนทั่วไป: สัญญากู้ที่กำหนดดอกเบี้ยเกิน 15% ต่อปีระหว่างบุคคล ส่วนที่เกินเป็นโมฆะ เรียกได้เพียง 15%

ความเป็นมาทางกฎหมาย

บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม เพดานดอกเบี้ย 15% ไม่มีการแก้ไข แต่สถาบันการเงินอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์และระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยซึ่งอาจกำหนดอัตราต่างกัน

  • ดอกเบี้ย
  • จำกัด 15%
  • ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย
  • อัตราดอกเบี้ย
  • เงินกู้

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 570/2549 (2006) ★ คดีนำ

    สถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตได้รับยกเว้นจากเพดานดอกเบี้ยมาตรา 654 และอยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย

    สถาบันการเงินที่ได้รับใบอนุญาตไม่ต้องอยู่ภายใต้บทบัญญัติมาตรา 654 แต่ต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติการธนาคารพาณิชย์ ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยที่อนุญาตได้

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3375/2549 (2006)

    เมื่อสัญญากู้ระบุอัตราดอกเบี้ยขัดแย้งกันเองสองอัตรา และผู้ให้กู้มิได้นำสืบว่าอัตราใดผิดพลาด ต้องตีความว่าข้อตกลงให้สิทธิคิดดอกเบี้ยได้ถึงอัตราที่สูงกว่า เมื่อเป็นร้อยละ ๑.๕๐ ต่อเดือน หรือเท่ากับร้อยละ ๑๘ ต่อปี ย่อมเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราประกอบมาตรา ๖๕๔ ข้อตกลงจึงตกเป็นโมฆะ ผลเท่ากับไม่มีข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ย ผู้ให้กู้คงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามมาตรา ๒๒๔ มิใช่ลดลงเหลือร้อยละ ๑๕

    หนังสือสัญญากู้ยืมเงินฉบับหนึ่งมีข้อความเป็นตัวพิมพ์ว่าผู้กู้ยอมให้ดอกเบี้ยชั่งละ ๑ บาทต่อเดือน แต่ข้อความถัดไปกลับเขียนว่าร้อยละ ๑.๕๐ ต่อเดือน ซึ่งขัดแย้งกันเอง เมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่าอัตราร้อยละ ๑.๕๐ ต่อเดือนผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง จึงต้องตีความว่าข้อตกลงให้สิทธิโจทก์คิดดอกเบี้ยได้ถึงร้อยละ ๑.๕๐ ต่อเดือน หรือเท่ากับร้อยละ ๑๘ ต่อปี อันเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.บ.ห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. ๒๔๗๕ มาตรา ๓ ประกอบมาตรา ๖๕๔ จึงตกเป็นโมฆะ ผลเท่ากับไม่มีข้อตกลงให้คิดดอกเบี้ย โจทก์จึงมีสิทธิคิดดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดเพียงร้อยละ ๗.๕ ต่อปีตามมาตรา ๒๒๔ วรรคหนึ่ง ส่วนสัญญาอีกฉบับหนึ่งซึ่งข้อความขัดแย้งกันและเป็นที่สงสัย โจทก์ย่อมมีสิทธินำสืบพยานประกอบการแปลความหมายตามเจตนาที่แท้จริงได้ตาม ป.วิ.พ. มาตรา ๙๔ วรรคสอง ข้อสังเกต ปัจจุบันมาตรา ๒๒๔ ได้รับการแก้ไขแล้ว อัตราระหว่างผิดนัดเป็นอัตราตามมาตรา ๗ บวกอีกร้อยละสองต่อปี

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 99 คดี (พ.ศ. 2508 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4988/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8188/2568 (2025)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 6901/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 882/2566 (2023)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2532/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2071/2564 (2021)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2131/2560 (2017)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 16376/2557 (2014)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คำถามที่พบบ่อย

นายทุนคิดดอกเบี้ยเดือนละ 5% ถูกกฎหมายหรือไม่?

ไม่ถูกกฎหมาย ดอกเบี้ย 5% ต่อเดือน เท่ากับ 60% ต่อปี เกินเพดาน 15% ต่อปีตามมาตรา 654 มาก ระหว่างเอกชน ดอกเบี้ยส่วนที่เกิน 15% ต่อปีถูกลดลงโดยผลของกฎหมาย และการคิดดอกเบี้ยเกินอัตรายังอาจมีความผิดทางอาญาตามพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตราด้วย

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil and Commercial Code, s. 654 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil and Commercial Code (Thailand), s. 654. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-654/ (accessed 17 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.พ.พ. มาตรา 654
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-654/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-654/"><p>ท่านห้ามมิให้คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละสิบห้าต่อปี ถ้าในสัญญากำหนดดอกเบี้ยเกินกว่านั้น ก็ให้ลดลงมาเป็นร้อยละสิบห้าต่อปี</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 654 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-654/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง