มาตรา 383: การลดเบี้ยปรับที่สูงเกินส่วนโดยศาล
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไปนอกจากกรณีที่กล่าวไว้ใน
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
If a forfeited penalty is disproportionately high, it may be reduced to a reasonable amount by the Court. In determination of reasonableness every legitimate interest of the creditor, not merely his property interest, shall be taken into consideration. After payment of the penalty the claim for reduction is barred. The same rule applies also, apart from the cases provided for by Sections 379 and 382, if a person promises a penalty for the case of his doing or forbearing to do some act.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 383 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 2 ว่าด้วยหนี้แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับ ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: ยกมาตรา 383 เป็นข้อต่อสู้หรือฟ้องแย้งในคดีที่มีเบี้ยปรับจำนวนมากเกินจริง ศาลต้องพิเคราะห์ผลประโยชน์ชอบด้วยกฎหมายทุกอย่างของเจ้าหนี้ ไม่ใช่แค่ความเสียหายในทรัพย์สิน สำหรับประชาชนทั่วไป: หากสัญญากำหนดให้ต้องจ่ายเบี้ยปรับสูงมาก สามารถขอให้ศาลลดลงได้แม้จะผิดสัญญา
ความเป็นมาทางกฎหมาย
บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับเดิม ไม่มีการแก้ไขสาระสำคัญในภายหลัง
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3811/2562 (2019)
ค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อที่กำหนดให้ชำระในวันลงนามในสัญญาสินเชื่อ มีลักษณะเป็นการตอบแทนการใช้วงเงินสินเชื่อและขึ้นอยู่กับการเกิดขึ้นของสัญญานั้น การลงนามในสัญญาสินเชื่อเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน และตามมาตรา 366 วรรคสอง ถือว่าคู่สัญญามีเจตนาถือเอาสัญญาสินเชื่อเป็นสำคัญ เมื่อไม่มีการลงนาม ผู้ให้กู้ย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าธรรมเนียมนั้น แต่ค่าธรรมเนียมอีกส่วนหนึ่งซึ่งกำหนดให้ชำระในวันลงนามตอบรับ และผู้ให้กู้มีสิทธิริบหากผู้กู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ย่อมเป็นการที่ผู้กู้สัญญาว่าจะใช้เงินจำนวนหนึ่งเป็นเบี้ยปรับเมื่อตนกระทำการหรืองดเว้นกระทำการอันหนึ่งอันใด ตามมาตรา 383 วรรคสอง ซึ่งหากสูงเกินส่วนศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ผู้ให้กู้ที่ริบเงินตามข้อตกลงเช่นนั้นเป็นการใช้สิทธิโดยชอบ ไม่ถือว่าผิดนัด และไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยในเงินส่วนที่ต้องคืนในภายหลัง
ธนาคารอนุมัติวงเงินสินเชื่อ 656,000,000 บาท โดยกำหนดให้ชำระค่าธรรมเนียมการจัดการสินเชื่อ 13,120,000 บาท ในวันลงนามในสัญญาสินเชื่อ ซึ่งในจำนวนนี้ 9,560,000 บาท ต้องชำระในวันลงนามตอบรับ และธนาคารมีสิทธิริบหากผู้กู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข ต่อมาผู้กู้ไม่อาจให้กรรมการมาลงนามในสัญญาสินเชื่อภายในกำหนดที่ขยายให้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าค่าธรรมเนียมดังกล่าวเป็นการตอบแทนการใช้วงเงิน และการลงนามในสัญญาสินเชื่อเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน โดยคู่สัญญามีเจตนาถือเอาสัญญาสินเชื่อเป็นสำคัญตามมาตรา 366 วรรคสอง เมื่อไม่มีการลงนาม ธนาคารย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าธรรมเนียมนั้น แต่เงิน 9,560,000 บาท ที่ได้รับไว้แล้วเป็นเบี้ยปรับตามมาตรา 383 วรรคสอง ซึ่งศาลอุทธรณ์ลดลงเหลือ 2,000,000 บาท โดยชอบ เพราะข้ออ้างเรื่องเสียโอกาสให้กู้แก่ลูกค้ารายอื่นเลื่อนลอย และการจัดเตรียมเอกสารวิเคราะห์เป็นหน้าที่ปกติของพนักงาน ทั้งการริบเงินเป็นการใช้สิทธิโดยชอบ ธนาคารมิได้ผิดนัด จึงไม่ต้องชำระดอกเบี้ยในเงิน 7,560,000 บาท ที่ต้องคืน
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 11379/2556 (2013)
ข้อกำหนดเบี้ยปรับที่ตกลงโดยเสรีไม่ถือว่าไม่เป็นธรรมโดยอัตโนมัติ แต่ยังสามารถตรวจสอบได้ตามมาตรา 383 หากสูงเกินส่วน
เบี้ยปรับร้อยละ 2 ต่อเดือนที่คู่สัญญาตกลงกันโดยสมัครใจถือเป็นเบี้ยปรับ ไม่ถือเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม แต่ยังคงอยู่ในบังคับของมาตรา 383 หากสูงเกินส่วน
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 297 คดี (พ.ศ. 2498 ถึง 2568)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1303/2568 (2025) ข้อตกลงสละสินสมรสทั้งหมดเมื่อทำร้ายร่างกาย เป็นเบี้ยปรับที่ศาลลดได้
- คำพิพากษาฎีกาที่ 6779/2567 (2024)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 4290/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3661/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3290/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1574/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1301/2566 (2023)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1101/2566 (2023)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
- มาตรา 379 105
- มาตรา 224 38
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 223 ทวิ 32
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 142 28
- มาตรา 391 23
- ป.วิ.แพ่ง มาตรา 247 19
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ศาลสามารถลดเบี้ยปรับที่ชำระไปแล้วได้หรือไม่?
หากได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับไปแล้ว ขอลดไม่ได้ มาตรา 383 วรรคหนึ่งบัญญัติว่าถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ โดยให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน แต่เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไป ข้อควรระวังอยู่ที่ว่าสิ่งใดถือเป็นการใช้เงินตามเบี้ยปรับ มาตรา 383 วรรคสองขยายอำนาจศาลในการลดไปถึงกรณีที่บุคคลสัญญาว่าจะให้เบี้ยปรับเมื่อตนกระทำหรืองดเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งด้วย และในกรณีที่คู่สัญญาริบเงินที่ตนถืออยู่แล้วตามข้อสัญญาเช่นว่านั้น ซึ่งมิใช่กรณีที่อีกฝ่ายหนึ่งชำระเบี้ยปรับให้ ศาลย่อมพิจารณาได้ว่าสูงเกินส่วนหรือไม่ และสั่งให้คืนบางส่วนได้ ผู้ให้กู้ที่ริบเงินตามข้อสัญญาดังกล่าวถือว่าใช้สิทธิตามสัญญา ไม่ตกเป็นผู้ผิดนัด และไม่ต้องเสียดอกเบี้ยในเงินส่วนที่ต่อมาถูกสั่งให้คืน
คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Civil and Commercial Code, s. 383 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Civil and Commercial Code (Thailand), s. 383. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-383/ (accessed 17 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.พ.พ. มาตรา 383 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-383/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-383/"><p>ถ้าเบี้ยปรับที่ริบนั้นสูงเกินส่วน ศาลจะลดลงเป็นจำนวนพอสมควรก็ได้ ในการที่จะวินิจฉัยว่าสมควรเพียงใดนั้น ท่านให้พิเคราะห์ถึงทางได้เสียของเจ้าหนี้ทุกอย่างอันชอบด้วยกฎหมาย ไม่ใช่แต่เพียงทางได้เสียในเชิงทรัพย์สิน เมื่อได้ใช้เงินตามเบี้ยปรับแล้ว สิทธิเรียกร้องขอลดก็เป็นอันขาดไปนอกจากกรณีที่กล่าวไว้ใน</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 383 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-383/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา