Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 1781/2567 คำพิพากษาที่ 1781/2567 2024 (BE 2567)

La vente d'un bien commun en vertu d'un accord constitue une violation de cet accord, même si la vente elle-même est autorisée. ขายที่ดินที่ตกลงแบ่งค่าเช่าหลังหย่า แม้ขายได้ตามกฎหมาย แต่ทำให้การชำระหนี้พ้นวิสัย ต้องใช้ค่าสินไหม

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Dans un précédent divorceDans une affaire de partage des biens, les parties ont convenu que l'épouse recevrait 40% de tous les loyers d'une parcelle de terrain spécifique sa vie durant. L'accord n'empêchait pas le mari de vendre le terrain. Toutefois, lorsque le mari a vendu le terrain du vivant de l'épouse, l'exécution de l'obligation de partage des loyers est devenue impossible en raison de circonstances imputables au débiteur. CCC §218 paragraphe 1, le mari doit payer des dommages-intérêts pour inexécution.

ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ใน 100 ส่วน ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย แม้ไม่มีข้อห้ามขายที่ดิน แต่เมื่อจำเลยขายที่ดินขณะโจทก์ยังไม่ถึงแก่ความตาย ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่จำเลยลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

After divorce, the parties settled: the husband kept a leased commercial parcel but agreed to pay the wife 40% of all rental income for the rest of her life. He later sold the land while she was still living. The Supreme Court held that although the sale itself was lawful (the agreement contained no anti-sale clause), it made the rent-sharing obligation impossible to perform, and the impossibility arose from the husband's own choice. CCC §218(1) therefore applies: the husband owes damages to the wife for the value of the rent-share she would have received over the remainder of her expected life.
หลังหย่า คู่ความตกลงให้สามีถือกรรมสิทธิ์ในที่ดินพาณิชย์ที่ให้เช่า แต่ต้องจ่ายค่าเช่าให้ภริยา 40% ตลอดชีวิตของเธอ ต่อมาสามีขายที่ดินขณะภริยายังมีชีวิตอยู่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า แม้การขายชอบด้วยกฎหมายเพราะข้อตกลงไม่ได้ห้ามขาย แต่ทำให้การชำระหนี้เป็นไปไม่ได้จากการเลือกของสามีเอง มาตรา 218(1) จึงใช้บังคับ สามีต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเท่ากับมูลค่าส่วนแบ่งค่าเช่าที่ภริยาจะได้รับตลอดอายุขัยที่เหลือ

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Dans une précédente affaire de divorce et de partage des biens, les parties avaient convenu que l'épouse percevrait la totalité des loyers d'une parcelle de terrain déterminée, sa vie durant. L'accord n'interdisait pas à l'époux de vendre le terrain. Toutefois, lorsque ce dernier a vendu le terrain du vivant de son épouse, l'exécution de l'obligation de partage des loyers est devenue impossible en raison de circonstances imputables au débiteur. Conformément à l'article 218, paragraphe 1, du Code civil chinois (CCC), l'époux est tenu de verser des dommages-intérêts pour inexécution.
ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ใน 100 ส่วน ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย แม้ไม่มีข้อห้ามขายที่ดิน แต่เมื่อจำเลยขายที่ดินขณะโจทก์ยังไม่ถึงแก่ความตาย ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่จำเลยลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 1781/2567 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1781/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

อัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 2,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมโจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากัน ในปี 2559 โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยและแบ่งสินสมรสโจทก์กับจำเลยตกลงกันได้ มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์กับจำเลยตกลงหย่าขาดจากกันและแบ่งทรัพย์สินระหว่างกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตาก (แม่สอด) มีคำพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พด. 39/2560 ในข้อ 5 ของสัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่า โจทก์ตกลงมอบการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท. 5 (ที่ดินพิพาท) เลขสำรวจที่ 101/53 เนื้อที่ 20 ไร่ โดยเป็นชื่อของนางลัดดา (จำเลย) อยู่ ให้แก่จำเลย และในข้อ 6 ระบุว่า จำเลยตกลงมอบหรือแบ่งเงินค่าเช่าที่เกิดจากการเช่าที่ดิน ภ.บ.ท. 5 ...ตามข้อ 5 (ที่ดินพิพาท) แก่โจทก์ เป็นจำนวนอัตรา 40 ส่วน ใน 100 ส่วน ของค่าเช่าที่เกิดขึ้นจากการให้เช่ากับบริษัท ป. หรือบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมตลอดไปแก่โจทก์จนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย โดยจำเลยจะโอนเงินเข้าบัญชีโจทก์หลังได้รับค่าเช่าภายในเวลาอันควร หลังจากนั้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2563 จำเลยได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่นายวรวัฒน์ ในราคา 8,500,000 บาท โจทก์จึงได้นำเหตุแห่งการขายที่ดินของจำเลยมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาวินิจฉัยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้วปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีก่อน ไม่มีข้อใดเลยที่ห้ามมิให้จำเลยขายที่ดินพิพาทแก่บุคคลภายนอก การที่จำเลยเจ้าของทรัพยสิทธิขายให้บุคคลภายนอกจึงเป็นการขายไปตามสิทธิที่ตนมีตามกฎหมายโดยชอบ โจทก์ไม่อาจอ้างว่าจำเลยจงใจทำให้การชำระหนี้ของจำเลยที่มีต่อโจทก์เป็นการพ้นวิสัยและไม่สุจริต การที่สัญญากำหนดให้จำเลยแบ่งเงินค่าเช่าให้โจทก์ตามอัตราส่วนของค่าเช่าที่เกิดจากการให้เช่าที่ดินพิพาทตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตายนั้น เป็นเพียงกำหนดเงื่อนเวลาสิ้นสุดในการได้ส่วนแบ่งค่าเช่าเท่านั้น สิทธิของโจทก์ยังคงมีอยู่ต่อเมื่อจำเลยยังคงมีสิทธิครอบครองในที่ดินและมีการเช่าในที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยขายที่ดินพิพาทไป สิทธิของโจทก์ก็ระงับสิ้นตามไปเช่นกัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าที่เกิดจากการให้เช่าที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ส่วน ใน 100 ส่วน ของค่าเช่าที่เกิดขึ้นจากการให้เช่าจากบริษัท ป. หรือบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย ก่อให้เกิดหนี้ผูกพันระหว่างกันที่จำเลยจะต้องทำการชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามเงื่อนไขที่กำหนด จริงอยู่แม้จะไม่มีข้อกำหนดใดห้ามมิให้จำเลยขายที่ดินพิพาทในอันที่โจทก์จะนำมาใช้อ้างว่าจำเลยกระทำผิดข้อสัญญาประนีประนอมยอมความได้ และจำเลยในฐานะเจ้าของที่ดินพิพาทย่อมมีสิทธิขายที่ดินพิพาทได้อย่างอิสระก็ตาม แต่เมื่อในเวลาที่จำเลยขายที่ดินพิพาทนั้นโจทก์ยังไม่ถึงแก่ความตายอันเป็นเงื่อนไขซึ่งเป็นสาระสำคัญของข้อตกลงที่โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งของเงินค่าเช่าจนกว่าจะถึงแก่ความตาย จึงเป็นการทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้ เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จำเลยจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์เพื่อค่าเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การไม่ชำระหนี้นั้น ดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 218 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น คดีมีปัญหาวินิจฉัยประการหลังว่า โจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเพียงใด เห็นว่า การจะมีชีวิตดำรงอยู่นานเพียงใดเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ทั้งหากไม่มีการขายที่ดินพิพาทการจะมีผู้เช่าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอีกต่อไปหรือไม่ เช่านานเพียงใด ก็ไม่แน่นอนอีกเช่นกัน โจทก์เองก็รับมาในฎีกาว่าหากไม่มีการเช่าในที่ดินพิพาท โจทก์จะไม่มีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่งแต่อย่างใด ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นคำนึงถึงอายุของโจทก์และโอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีการเช่าที่ดินพิพาทแล้วกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 1,000,000 บาท นั้น นับว่าเหมาะสมชอบด้วยรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลต่างให้เป็นพับกันไป

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 1781/2567 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 1781/2567 วินิจฉัยอย่างไร?

Dans une précédente affaire de divorce et de partage des biens, les parties avaient convenu que l'épouse recevrait 40% de tous les loyers d'une parcelle de terrain spécifique, sa vie durant. L'accord n'empêchait pas l'époux de vendre le terrain. Or, lorsque l'époux a vendu le terrain par la suite…

ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ใน 100 ส่วน ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย แม้ไม่มีข้อห้ามขายที่ดิน…

Quelle section du CCC s'applique ? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

Article 218 du Code civil canadien

มาตรา 218

règlement post-divorce en Thaïlande article 218 ccc impossibilité de performance en Thaïlande divorce en colocation en Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous