ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส
Landmark คำพิพากษาสำคัญ Civil & Commercial Codeป.พ.พ. Decision 1781/2567 คำพิพากษาที่ 1781/2567 2024 (พ.ศ. 2567)

Selling the Land Is No Breach but Makes the Rent Share Impossible การขายที่ดินไม่ผิดสัญญาประนีประนอม แต่ทำให้การแบ่งค่าเช่าพ้นวิสัย

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Where a divorce settlement gives the land to one former spouse and obliges that spouse to pay the other a percentage of the rent for as long as the other lives, a sale of the land is not itself a breach of the settlement if the settlement does not bar one: the owner may sell freely. But selling before the death on which the obligation depends makes performance impossible through circumstances for which the obligor is responsible, so CCC section 218 paragraph one applies and the obligor must pay damages for non-performance. Damages are assessed on the uncertainty of both the payee's remaining lifetime and of the land continuing to be let.

ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ใน 100 ส่วน ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย แม้ไม่มีข้อห้ามขายที่ดิน แต่เมื่อจำเลยขายที่ดินขณะโจทก์ยังไม่ถึงแก่ความตาย ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่จำเลยลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

In an earlier divorce and property-division case the couple settled: the disputed land went to the defendant, and the defendant agreed to pay the plaintiff 40 per cent of all rent from letting it, to a named industrial company or any other, for as long as the plaintiff lived. The defendant later sold the land while the plaintiff was still alive. The Supreme Court held that nothing in the settlement barred a sale and the defendant, as owner, was free to sell, so the sale was not a breach of the settlement. But selling before the plaintiff's death, the condition on which the rent share depended, made performance impossible through circumstances for which the defendant as obligor is responsible, so CCC section 218 paragraph one applied and damages are owed. On amount, the Court upheld the trial court's 1,000,000 baht: how long the plaintiff would live and whether the land would keep finding tenants were both uncertain, and the plaintiff accepted that with no letting there would be no share. The Court of Appeal Region 6 had held the plaintiff had no standing to sue; the Supreme Court reversed it and restored the trial court's judgment.
ในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความ กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าที่เกิดจากการให้เช่าที่ดินพิพาท ให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ใน 100 ส่วน ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย ต่อมาจำเลยขายที่ดินพิพาทขณะโจทก์ยังไม่ถึงแก่ความตาย ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ไม่มีข้อกำหนดใดห้ามจำเลยขายที่ดิน และจำเลยในฐานะเจ้าของย่อมมีสิทธิขายได้โดยอิสระ การขายจึงมิใช่การผิดสัญญาประนีประนอมยอมความ แต่การขายก่อนที่โจทก์จะถึงแก่ความตายอันเป็นเงื่อนไขสาระสำคัญของข้อตกลง ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่จำเลยผู้เป็นลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จำเลยจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ส่วนจำนวนค่าเสียหาย ศาลฎีกาเห็นพ้องกับศาลชั้นต้นที่กำหนดให้ 1,000,000 บาท เพราะอายุขัยของโจทก์และโอกาสที่จะมีผู้เช่าที่ดินต่อไปล้วนไม่แน่นอน ทั้งโจทก์เองก็รับว่าหากไม่มีการเช่าก็ไม่มีสิทธิได้รับส่วนแบ่ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย จึงพิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Where a divorce settlement gives the land to one former spouse and obliges that spouse to pay the other a percentage of the rent for as long as the other lives, a sale of the land is not itself a breach of the settlement if the settlement does not bar one: the owner may sell freely. But selling before the death on which the obligation depends makes performance impossible through circumstances for which the obligor is responsible, so CCC section 218 paragraph one applies and the obligor must pay damages for non-performance. Damages are assessed on the uncertainty of both the payee's remaining lifetime and of the land continuing to be let.
ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ใน 100 ส่วน ตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย แม้ไม่มีข้อห้ามขายที่ดิน แต่เมื่อจำเลยขายที่ดินขณะโจทก์ยังไม่ถึงแก่ความตาย ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่จำเลยลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 1781/2567. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1781/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

อัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปี แต่ไม่เกินร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 2,000 บาท โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและชั้นอุทธรณ์แทนจำเลย โดยกำหนดค่าทนายความรวม 30,000 บาท โจทก์ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังได้ในเบื้องต้นว่า เดิมโจทก์กับจำเลยเป็นสามีภริยากัน ในปี 2559 โจทก์ฟ้องหย่าจำเลยและแบ่งสินสมรสโจทก์กับจำเลยตกลงกันได้ มีการทำสัญญาประนีประนอมยอมความ โดยโจทก์กับจำเลยตกลงหย่าขาดจากกันและแบ่งทรัพย์สินระหว่างกันตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2560 และศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดตาก (แม่สอด) มีคำพิพากษาให้คดีเป็นอันเสร็จเด็ดขาดไปตามสัญญาประนีประนอมยอมความแล้วตามคดีแพ่งหมายเลขแดงที่ พด. 39/2560 ในข้อ 5 ของสัญญาประนีประนอมยอมความระบุว่า โจทก์ตกลงมอบการครอบครองที่ดิน ภ.บ.ท. 5 (ที่ดินพิพาท) เลขสำรวจที่ 101/53 เนื้อที่ 20 ไร่ โดยเป็นชื่อของนางลัดดา (จำเลย) อยู่ ให้แก่จำเลย และในข้อ 6 ระบุว่า จำเลยตกลงมอบหรือแบ่งเงินค่าเช่าที่เกิดจากการเช่าที่ดิน ภ.บ.ท. 5 ...ตามข้อ 5 (ที่ดินพิพาท) แก่โจทก์ เป็นจำนวนอัตรา 40 ส่วน ใน 100 ส่วน ของค่าเช่าที่เกิดขึ้นจากการให้เช่ากับบริษัท ป. หรือบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมตลอดไปแก่โจทก์จนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย โดยจำเลยจะโอนเงินเข้าบัญชีโจทก์หลังได้รับค่าเช่าภายในเวลาอันควร หลังจากนั้นในวันที่ 26 ธันวาคม 2563 จำเลยได้ขายที่ดินพิพาทให้แก่นายวรวัฒน์ ในราคา 8,500,000 บาท โจทก์จึงได้นำเหตุแห่งการขายที่ดินของจำเลยมาฟ้องเรียกค่าเสียหายจากจำเลยต่อศาลชั้นต้นเป็นคดีนี้ คดีมีปัญหาวินิจฉัยประการแรกว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องหรือไม่ พิเคราะห์แล้วปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีก่อน ไม่มีข้อใดเลยที่ห้ามมิให้จำเลยขายที่ดินพิพาทแก่บุคคลภายนอก การที่จำเลยเจ้าของทรัพยสิทธิขายให้บุคคลภายนอกจึงเป็นการขายไปตามสิทธิที่ตนมีตามกฎหมายโดยชอบ โจทก์ไม่อาจอ้างว่าจำเลยจงใจทำให้การชำระหนี้ของจำเลยที่มีต่อโจทก์เป็นการพ้นวิสัยและไม่สุจริต การที่สัญญากำหนดให้จำเลยแบ่งเงินค่าเช่าให้โจทก์ตามอัตราส่วนของค่าเช่าที่เกิดจากการให้เช่าที่ดินพิพาทตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตายนั้น เป็นเพียงกำหนดเงื่อนเวลาสิ้นสุดในการได้ส่วนแบ่งค่าเช่าเท่านั้น สิทธิของโจทก์ยังคงมีอยู่ต่อเมื่อจำเลยยังคงมีสิทธิครอบครองในที่ดินและมีการเช่าในที่ดินพิพาท เมื่อจำเลยขายที่ดินพิพาทไป สิทธิของโจทก์ก็ระงับสิ้นตามไปเช่นกัน โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อตกลงตามสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยในคดีฟ้องหย่าและแบ่งสินสมรสเรื่องก่อน กำหนดให้ที่ดินพิพาทเป็นของจำเลย และจำเลยตกลงแบ่งเงินค่าเช่าที่เกิดจากการให้เช่าที่ดินพิพาทให้แก่โจทก์ในอัตรา 40 ส่วน ใน 100 ส่วน ของค่าเช่าที่เกิดขึ้นจากการให้เช่าจากบริษัท ป. หรือบริษัทอื่นที่ประกอบกิจการด้านอุตสาหกรรมตลอดไปจนกว่าโจทก์จะถึงแก่ความตาย ก่อให้เกิดหนี้ผูกพันระหว่างกันที่จำเลยจะต้องทำการชำระหนี้ให้แก่โจทก์ตามเงื่อนไขที่กำหนด จริงอยู่แม้จะไม่มีข้อกำหนดใดห้ามมิให้จำเลยขายที่ดินพิพาทในอันที่โจทก์จะนำมาใช้อ้างว่าจำเลยกระทำผิดข้อสัญญาประนีประนอมยอมความได้ และจำเลยในฐานะเจ้าของที่ดินพิพาทย่อมมีสิทธิขายที่ดินพิพาทได้อย่างอิสระก็ตาม แต่เมื่อในเวลาที่จำเลยขายที่ดินพิพาทนั้นโจทก์ยังไม่ถึงแก่ความตายอันเป็นเงื่อนไขซึ่งเป็นสาระสำคัญของข้อตกลงที่โจทก์มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งของเงินค่าเช่าจนกว่าจะถึงแก่ความตาย จึงเป็นการทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยจะทำได้ เพราะพฤติการณ์อันใดอันหนึ่งซึ่งจำเลยผู้เป็นลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จำเลยจึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์เพื่อค่าเสียหายอย่างใด ๆ อันเกิดแต่การไม่ชำระหนี้นั้น ดังที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 218 วรรคหนึ่ง บัญญัติไว้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 วินิจฉัยว่าโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องแล้วพิพากษายกฟ้องมานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ข้อนี้ฟังขึ้น คดีมีปัญหาวินิจฉัยประการหลังว่า โจทก์ควรได้รับค่าเสียหายเพียงใด เห็นว่า การจะมีชีวิตดำรงอยู่นานเพียงใดเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ทั้งหากไม่มีการขายที่ดินพิพาทการจะมีผู้เช่าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทอีกต่อไปหรือไม่ เช่านานเพียงใด ก็ไม่แน่นอนอีกเช่นกัน โจทก์เองก็รับมาในฎีกาว่าหากไม่มีการเช่าในที่ดินพิพาท โจทก์จะไม่มีสิทธิได้รับเงินส่วนแบ่งแต่อย่างใด ดังนี้ ที่ศาลชั้นต้นคำนึงถึงอายุของโจทก์และโอกาสความเป็นไปได้ที่จะมีการเช่าที่ดินพิพาทแล้วกำหนดค่าเสียหายให้โจทก์เป็นเงิน 1,000,000 บาท นั้น นับว่าเหมาะสมชอบด้วยรูปคดีแล้ว ไม่มีเหตุที่จะเปลี่ยนแปลงแก้ไข ฎีกาข้อนี้ของโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลต่างให้เป็นพับกันไป

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

Frequently Asked Questions คำถามที่พบบ่อย

Does selling land charged with a rent share under a divorce settlement breach the settlement? การขายที่ดินที่ต้องแบ่งค่าเช่าตามสัญญาประนีประนอม เป็นการผิดสัญญาหรือไม่

Not in itself. In Decision 1781/2567 the settlement contained no bar on selling, and the owner was free to sell. The liability arose differently: selling before the death on which the rent share depended made performance impossible through circumstances for which the obligor was responsible, so damages were payable under CCC section 218 paragraph one. The award was 1,000,000 baht.

โดยตัวมันเองไม่เป็น ในคำพิพากษาฎีกาที่ 1781/2567 สัญญาประนีประนอมยอมความไม่มีข้อห้ามขาย เจ้าของจึงขายได้โดยอิสระ ความรับผิดเกิดจากเหตุอื่น คือการขายก่อนที่อีกฝ่ายจะถึงแก่ความตายอันเป็นเงื่อนไขของการแบ่งค่าเช่า ทำให้การชำระหนี้กลายเป็นพ้นวิสัยเพราะพฤติการณ์ที่ลูกหนี้ต้องรับผิดชอบ จึงต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนตาม ป.พ.พ. มาตรา 218 วรรคหนึ่ง ศาลกำหนดให้ 1,000,000 บาท

Which CCC section governs damages when the debtor's own act makes performance impossible? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยค่าเสียหายเมื่อการชำระหนี้พ้นวิสัยเพราะการกระทำของลูกหนี้

CCC Section 218

มาตรา 218

การแบ่งทรัพย์สินหลังการหย่าร้างในประเทศไทย มาตรา 218 ค.ศ. ความเป็นไปไม่ได้ในการแสดงในประเทศไทย การแบ่งค่าเช่าและการหย่าร้างในประเทศไทย

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sebastien H. Brousseau นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
Wichuda Atthatmethakon ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Disclaimer: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (Ratchakitchanubeksa). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content, including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis, is the copyrighted intellectual property of ThaiLawOnline and its editors, Sebastien H. Brousseau (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง