Landmark คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. Decision 372/2567 คำพิพากษาที่ 372/2567 2024 (B.E. 2567)

Sin Suan Tua vs Sin Somros: Tracing Required When Separate and Marital Funds Are Mixed การจำแนกสินส่วนตัวกับสินสมรส — ต้องติดตามหลักทรัพย์เมื่อปะปนกัน

CCC Sections: มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Key Takeaway ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Where one spouse's separate property (sin suan tua) was used to acquire 2,000 shares of land before marriage, and 492 shares were acquired during marriage from joint funds (ซิน ซอมรอส), the property is mixed. However, if the spouse transfers out the 492-share portion before any creditor's seizure, the remaining 2,000 shares remain sin suan tua and are not subject to the legal presumption of ทรัพย์สินของคู่สมรส ภายใต้ CCC §1474(2). A claimant must then prove which portion is marital.

แม้ที่ดินพิพาทโฉนดที่ดินเลขที่ 20948 จะเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินกรรมสิทธิ์รวม โดยที่ดินพิพาท 2,000 ส่วน ผู้ร้องรับโอนมาจากมารดาจากการยกให้โดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง ส่วนที่ดินอีก 492 ส่วน ผู้ร้องซื้อมาระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรส แต่เมื่อก่อนที่โจทก์จะนำยึดที่ดินพิพาท ผู้ร้องได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 492 ส่วน ให้แก่น้องสาวไปแล้ว ผู้ร้องจึงไม่ได้เป็นเจ้าของส่วนนั้น คงเป็นเจ้าของเฉพาะในที่ดิน 2,000 ส่วนเท่านั้น กรณีจึงไม่มีสินสมรสระคนปนอยู่ในที่ดินพิพาท

Executive Summary บทสรุปผู้บริหาร

Disputed land contained two portions: 2,000 shares received as a gift from the spouse's mother before marriage (sin suan tua), and 492 shares purchased during marriage (sin somros). Before a creditor seized the land, the spouse transferred the 492 share-portion to a sibling. The Supreme Court held that, with the marital portion already disposed of, only the 2,000-share separate-property portion remained — so the §1474(2) presumption that mixed property is marital did not apply. A creditor seeking to claim the land as a marital asset must prove which specific shares are marital.
ที่ดินพิพาทประกอบด้วย 2,000 ส่วนที่ผู้ร้องได้มาจากการรับการยกให้โดยเสน่หาจากมารดาก่อนสมรส (สินส่วนตัว) และอีก 492 ส่วนที่ซื้อมาในระหว่างสมรส (ชิน ริ) ก่อนที่เจ้าหนี้จะนำยึด ผู้ร้องได้โอน 492 ส่วน ให้น้องสาวแล้ว ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อส่วนที่เป็นสินสมรสถูกจำหน่ายไปแล้ว เหลือเพียง 2,000 ส่วนที่เป็นสินส่วนตัว — ข้อสันนิษฐานตามมาตรา 1474(2) ที่ว่าทรัพย์สินที่ปะปนกันเป็นสินสมรสจึงใช้ไม่ได้ เจ้าหนี้ที่อ้างว่าเป็นสินสมรสมีภาระต้องพิสูจน์

Court's Holding (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Where one spouse's separate property (sin suan tua) was used to acquire 2,000 shares of land before marriage, and 492 shares were acquired during marriage from joint funds (sin somros), the property is mixed. However, if the spouse transfers out the 492-share portion before any creditor's seizure, the remaining 2,000 shares remain sin suan tua and are not subject to the legal presumption of marital property under CCC §1474(2). A claimant must then prove which portion is marital.
แม้ที่ดินพิพาทโฉนดที่ดินเลขที่ 20948 จะเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินกรรมสิทธิ์รวม โดยที่ดินพิพาท 2,000 ส่วน ผู้ร้องรับโอนมาจากมารดาจากการยกให้โดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง ส่วนที่ดินอีก 492 ส่วน ผู้ร้องซื้อมาระหว่างสมรสจึงเป็นสินสมรส แต่เมื่อก่อนที่โจทก์จะนำยึดที่ดินพิพาท ผู้ร้องได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 492 ส่วน ให้แก่น้องสาวไปแล้ว ผู้ร้องจึงไม่ได้เป็นเจ้าของส่วนนั้น คงเป็นเจ้าของเฉพาะในที่ดิน 2,000 ส่วนเท่านั้น กรณีจึงไม่มีสินสมรสระคนปนอยู่ในที่ดินพิพาท

Full Court Decision คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 372/2567. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 372/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

English translation is being prepared and will be available soon.

คดีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระหนี้เงินกู้ตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกัน ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชำระเงิน 6,730,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าวนับถัดจากวันที่ 25 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระหนี้เสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ชำระ โจทก์จึงดำเนินการบังคับคดีนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 เนื้อที่ 5 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้าง ประเมินราคา 14,667,125 บาท ซึ่งมีชื่อผู้ร้องเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยอ้างว่าเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 เพื่อบังคับขายทอดตลาดนำเงินครึ่งหนึ่งซึ่งเป็นส่วนของจำเลยที่ 2 มาชำระหนี้ตามคำพิพากษา ผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอขอให้ศาลสั่งปล่อยทรัพย์ที่ยึดคืนแก่ผู้ร้อง โจทก์ยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ปล่อยที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 เนื้อที่ 5 ไร่ พร้อมสิ่งปลูกสร้างคืนแก่ผู้ร้อง ค่าฤชาธรรมเนียมระหว่างผู้ร้องกับโจทก์ให้เป็นพับ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 7 แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์แทนผู้ร้อง โดยกำหนดค่าทนายความให้ 8,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ โจทก์ฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเบื้องต้นที่คู่ความไม่ได้โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า ผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย จดทะเบียนสมรสกันเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2525 เดิมที่ดินโฉนดเลขที่ 2996 เนื้อที่ 44 ไร่ 8 ตารางวา มีนายน้อมเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวม 11,292 ส่วนจากทั้งหมด 17,692 ส่วน เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2515 นายน้อมจดทะเบียนยกกรรมสิทธิ์รวมให้แก่นายสวงค์ 8,000 ส่วน นายธนิส บิดาผู้ร้อง 2,000 ส่วน นายเล็ก 400 ส่วน และนางมาลัย 400 ส่วน คงเหลือส่วนของนายน้อม 492 ส่วน หลังจากนายธนิสถึงแก่ความตาย เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2524 ผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของนายธนิสได้จดทะเบียนโอนขายที่ดินทรัพย์มรดกในส่วนที่นายธนิสมีกรรมสิทธิ์รวม 2,000 ส่วน ให้แก่นางจำเรือง มารดาผู้ร้อง วันที่ 8 กันยายน 2525 นางจำเรืองได้จดทะเบียนโอนที่ดิน 2,000 ส่วน เนื้อที่ 5 ไร่ ให้แก่ผู้ร้องโดยเสน่หา เมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2526 นายน้อมได้ขายและจดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินในส่วนที่ตนมีกรรมสิทธิ์รวม 492 ส่วนที่เหลือให้แก่ผู้ร้อง ต่อมาผู้ร้องเป็นโจทก์ฟ้องนางมาลัย กับพวกรวม 5 คน เป็นจำเลยขอแบ่งแยกกรรมสิทธิ์ในที่ดินกรรมสิทธิ์รวม 5 ไร่ ต่อศาลชั้นต้น วันที่ 12 เมษายน 2532 ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาให้แบ่งแยกโฉนดที่ดินเลขที่ 2996 เนื้อที่ 5 ไร่ ให้แก่ผู้ร้อง และเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2532 ผู้ร้องได้จดทะเบียนโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ผู้ร้องซื้อมาจากนายน้อม 492 ส่วน ให้แก่นางวันเพ็ญ น้องสาวผู้ร้อง ต่อมาผู้ร้องได้แบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมที่ดิน 5 ไร่ ที่ศาลมีคำพิพากษา เป็นที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 โจทก์นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 พร้อมสิ่งปลูกสร้างออกขายทอดตลาด คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่โจทก์ได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า ทรัพย์พิพาทเป็นสินสมรสของจำเลยที่ 2 กับผู้ร้อง ซึ่งโจทก์นำยึดออกขายทอดตลาดได้หรือไม่ เห็นว่า แม้เดิมทรัพย์พิพาทที่ดิน 2,000 ส่วน ที่ผู้ร้องรับโอนมาจากนางจำเรืองมารดาจากการยกให้โดยเสน่หา อันถือว่าเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง กับที่ดิน 492 ส่วน ที่ผู้ร้องซื้อมาจากนายน้อมระหว่างสมรสอันถือว่าเป็นสินสมรส จะเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน มีกรรมสิทธิ์รวมกันอยู่ในที่ดินโฉนดเลขที่ 2996 แต่ข้อเท็จจริงปรากฏว่าเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2532 อันเป็นเวลาก่อนที่โจทก์จะนำยึดทรัพย์พิพาทในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้ร้องได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน 492 ส่วน ให้แก่นางวันเพ็ญน้องสาวของผู้ร้องไปแล้ว ดังนั้นเมื่อในขณะยึดทรัพย์พิพาท ผู้ร้องไม่ได้เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในที่ดิน 492 ส่วนนั้นแล้ว โดยผู้ร้องคงเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์เฉพาะในที่ดิน 2,000 ส่วน เท่านั้น กรณีจึงไม่มีสินสมรสระคนปนอยู่ในที่ดินแปลงโฉนดเลขที่ 2996 อันจะเข้าข้อสันนิษฐานของกฎหมายว่าเป็นสินสมรสดังโจทก์อ้างในฎีกา นอกจากนี้ทรัพย์สินเป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์รวม เจ้าของรวมอาจมีข้อตกลงแบ่งแยกการครอบครองได้ ซึ่งตามสำเนาสารบัญจดทะเบียนที่ดินโฉนดเลขที่ 2996 ระบุชัดเจนว่า เจ้าของรวมแต่ละคนเป็นเจ้าของที่ดินในอัตราส่วนคนละเท่าใด เมื่อผู้ร้องนำสืบถึงการได้มาซึ่งที่ดินพิพาท ตลอดจนการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดด้วยแล้ว โดยมีตัวผู้ร้อง ผู้รับมอบอำนาจผู้ร้องซึ่งเป็นบุตรของผู้ร้องกับจำเลยที่ 2 และนางอำนวย อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านในท้องที่ที่ดินพิพาทตั้งอยู่ เป็นพยานเบิกความยืนยันตรงกันว่า หลังจากบิดาผู้ร้องรับโอนที่ดินมาจากนายน้อมเจ้าของเดิม ก็ได้เข้ายึดถือครอบครองที่ดินโดยปลูกโรงสีข้าวประกอบกิจการค้าขายเรื่อยมาจนถึงแก่กรรมในปี 2524 และเมื่อผู้ร้องรับโอนที่ดินดังกล่าวมาจากมารดาซึ่งรับโอนมาโดยผู้ร้องในฐานะผู้จัดการมรดกของนายธนิสโอนขายให้ ผู้ร้องก็ได้เข้าทำประโยชน์ในที่ดินโดยประกอบกิจการโรงสีต่อจากบิดา มีการครอบครองเป็นส่วนสัดและอาณาเขตชัดเจน ส่วนเจ้าของรวมอื่นก็มีการแบ่งแยกการครอบครองเป็นส่วนสัดเช่นเดียวกัน สำหรับที่ดินที่ผู้ร้องโอนให้แก่นางวันเพ็ญอยู่คนละส่วนกับที่ดินพิพาทโดยอยู่ทางด้านทิศใต้ของถนนสายคอวัง – หนองผักชี ส่วนที่ดินพิพาทอยู่ทางด้านทิศเหนือของถนนสายดังกล่าว อีกทั้งได้ความจากทางนำสืบของผู้ร้องต่อไปอีกว่า ภายหลังจากผู้ร้องเป็นโจทก์ยื่นฟ้องเจ้าของรวมอื่นขอแบ่งแยกกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินและศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้เจ้าของรวมอื่นนั้นแบ่งแยกที่ดินเฉพาะส่วนของผู้ร้องเนื้อที่ 5 ไร่ หรือ 2,000 ส่วน ออกจากที่ดินโฉนดเลขที่ 2996 ผู้ร้องได้ดำเนินการจดทะเบียนแบ่งแยกที่ดินตามคำพิพากษาเป็นที่ดินแปลงพิพาทโฉนดเลขที่ 20948 โดยเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมอื่นก็ไม่ได้คัดค้านการรังวัดแต่อย่างใด ย่อมเป็นการสนับสนุนว่าผู้ร้องและเจ้าของรวมอื่นได้แบ่งแยกการครอบครองที่ดินเป็นส่วนสัดแล้ว กรณีจึงไม่เป็นที่สงสัยว่าที่ดินพิพาทเป็นสินรสหรือไม่ เมื่อที่ดินพิพาทเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง สิ่งปลูกสร้างที่อยู่บนที่ดินดังกล่าวย่อมเป็นส่วนควบของที่ดิน ผู้ร้องจึงมีกรรมสิทธิ์ในสิ่งปลูกสร้างในฐานะที่เป็นสินส่วนตัว ทรัพย์พิพาทที่ดินโฉนดเลขที่ 20948 พร้อมสิ่งปลูกสร้างจึงมิใช่สินสมรสของจำเลยที่ 2 กับผู้ร้อง ซึ่งโจทก์จะนำยึดออกขายทอดตลาดได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 7 พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ปล่อยทรัพย์พิพาทนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ฟังไม่ขึ้น คดีไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกเนื่องจากไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Code Sections Referenced มาตราที่อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย เลย

What is the legal principle in Decision 372/2567? คำพิพากษาฎีกาที่ 372/2567 วินิจฉัยอย่างไร?

Where one spouse's separate property (sin suan tua) was used to acquire 2,000 shares of land before marriage, and 492 shares were acquired during marriage from joint funds (sin somros), the property is mixed. However, if the spouse transfers out the 492-share portion before any c...

แม้ที่ดินพิพาทโฉนดที่ดินเลขที่ 20948 จะเคยเป็นที่ดินแปลงเดียวกันกับที่ดินกรรมสิทธิ์รวม โดยที่ดินพิพาท 2,000 ส่วน ผู้ร้องรับโอนมาจากมารดาจากการยกให้โดยเสน่หาจึงเป็นสินส่วนตัวของผู้ร้อง ส่วนที่ดินอีก 492 ส่วน ผู้ร้องซื้อมาระหว่างสมรสจึงเป็นสิ…

Which section of the Civil and Commercial Code applies? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

The case is decided primarily under CCC Section 1471 (also citing §1474).

คดีนี้วินิจฉัยตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1471 (และอ้างถึงมาตรา 1474)

sin somros sin suan tua thailand section 1474 ccc marital property thailand tracing assets divorce thailand gift before marriage thailand

📖 Further Reading on ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ LL.B., B.Sc. Foreign Legal Consultant
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Thai Attorney and Notary

Reviewed and annotated by qualified legal professionals with over 18 years of practice in Thai law.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: The English translations provided on this website are unofficial and for informational purposes only. The authoritative text of Thai statutes is in the Thai language as published in the Royal Thai Government Gazette (รัชกิตชันนุเบกษา). This content does not constitute legal advice. For specific legal questions, consult a qualified Thai attorney.

Copyright © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. The Thai statutory text (ตัวบทกฎหมาย) and the original Thai-language Supreme Court (Dika) decisions are in the public domain as published in the Royal Thai Government Gazette (ราชกิจจานุเบกษา) pursuant to Section 7 of the Copyright Act B.E. 2537 (1994). All other content — including English translations, Supreme Court (Dika) decision summaries, legal annotations, cross-references, commentary, and editorial analysis — is the copyrighted intellectual property of ไทยลอว์ออนไลน์ and its editors, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (LL.B.) and Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Unauthorized reproduction or distribution is prohibited.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

เริ่มดำเนินคดีของคุณ
Scroll to Top