Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 220/2567 คำพิพากษาที่ 220/2567 2024 (BE 2567)

Voie de nécessité (article 1349) : interprétation stricte requise, une rivière navigable reste une voie publique ทางจำเป็นตามมาตรา 1349 ต้องตีความโดยเคร่งครัด แม่น้ำเจ้าพระยายังคงเป็นทางสาธารณะแม้สัญจรไม่สะดวก

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

A public way for the purposes of CCC section 1349 is not confined to a way over land: a waterway can be a public way. Paragraph one of that section covers land so surrounded by other land that it has no way out to a public way, and paragraph two extends it to land whose only way out is across a pond, a marsh or the sea, or over a very steep difference in level. Land that adjoins a river which still has the character of a public way falls within neither, so no voie de nécessité arises over a neighbour's land. A river does not lose that character merely because travel on it is less convenient than by road and out of step with how the country has developed; and because a way of necessity restricts and cuts down another owner's rights of ownership, section 1349 is to be construed strictly. Where no way of necessity exists, the owner of the land crossed has no claim to compensation for its use under the final paragraph of section 1349 either.

ทางสาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 มิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบก ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ วรรคหนึ่งของมาตราดังกล่าวบัญญัติถึงที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ ส่วนวรรคสองขยายไปถึงที่ดินที่มีทางออกได้แต่ต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมาก ที่ดินซึ่งอยู่ติดแม่น้ำที่ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะย่อมไม่ต้องด้วยทั้งสองวรรค จึงไม่เกิดทางจำเป็นเหนือที่ดินของผู้อื่น แม่น้ำไม่สิ้นสภาพความเป็นทางสาธารณะเพียงเพราะการสัญจรทางน้ำไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบก และเมื่อทางจำเป็นเป็นการจำกัดและลิดรอนอำนาจกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น มาตรา 1349 จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด อนึ่ง เมื่อไม่เป็นทางจำเป็น เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่านย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนการใช้ทางตามมาตรา 1349 วรรคท้าย เช่นกัน

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

The plaintiff owns title deed 2550 in Bang Sai, Phra Nakhon Si Ayutthaya. The four defendants owned deed 2549 next to it in common, and when they divided it in August 2562 they kept a strip of 1 ngan 10.30 square wah as an outlet to Highway 3118. That strip is the disputed way. The plaintiff's land adjoins the strip on the north, other owners on the south and west, and the Chao Phraya River on the east. The plaintiff sued to have the strip declared a way of necessity and the obstructions on it removed. The four defended and counterclaimed for 1,000,000 baht in compensation if a way of necessity were granted. The trial court dismissed the claim and the counterclaim. The Court of Appeal Region 1 reversed: it ordered the four to open the strip as a way of necessity running to Highway 3118, to remove the trees and obstructions at their own expense, and ordered the plaintiff to pay them 200,000 baht in compensation. The four appealed with leave, and the Supreme Court reversed again, dismissing both the claim and the counterclaim. CCC section 1349 paragraph one covers land so surrounded by other land that it has no way out to a public way; paragraph two extends that to land which has a way out only by crossing a pond, a marsh or the sea, or where the level difference against the public way is very steep. A public way is not confined to a way over land: a waterway can be one. The plaintiff testified that the river can no longer be used because there are no passenger or ferry boats and everyone uses Highway 3118, but on cross-examination the plaintiff accepted that the river has water all year and that sand barges pass, and the plaintiff's own neighbouring witness confirmed that it has water year-round, is not silted, is still used although less than before, carries cargo boats, and was originally this land's main access. The defendants' evidence was the weightier. The Chao Phraya beside the plaintiff's land therefore remains a public way. That river travel is less convenient than road travel, and out of step with how the country has developed, does not end its character as a public way. A way of necessity restricts and cuts down another owner's rights of ownership, so it is to be construed strictly, and land adjoining a river that is still a public way does not fall within paragraph two. The strip is not a way of necessity. It follows that the four, as owners of the strip, have no claim to compensation for its use under the final paragraph of section 1349, which is why their counterclaim fell with the plaintiff's claim. Costs in all three courts were left where they fell.
โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินโฉนดเลขที่ 2550 ตำบลบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำเลยทั้งสี่เป็นเจ้าของรวมในที่ดินโฉนดเลขที่ 2549 ซึ่งอยู่ติดกัน เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 จำเลยทั้งสี่แบ่งกรรมสิทธิ์รวมกันตามเนื้อที่ที่แต่ละคนครอบครอง โดยกันที่ดินคงโฉนดเลขที่ 2549 เนื้อที่ 1 งาน 10.30 ตารางวา ไว้เป็นทางออกสู่ทางหลวงหมายเลข 3118 ซึ่งเป็นทางพิพาท ที่ดินของโจทก์ด้านทิศเหนือติดทางพิพาท ด้านทิศตะวันออกติดแม่น้ำเจ้าพระยา โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่าทางพิพาทเป็นทางจำเป็นและให้รื้อถอนสิ่งกีดขวาง จำเลยทั้งสี่ให้การและฟ้องแย้งขอค่าทดแทน 1,000,000 บาท หากศาลพิพากษาให้เปิดทางจำเป็น ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องและยกฟ้องแย้ง ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางพิพาทเป็นทางจำเป็นไปสู่ทางหลวงหมายเลข 3118 ให้รื้อถอนต้นไม้และสิ่งกีดขวางด้วยค่าใช้จ่ายของตน และให้โจทก์ชำระค่าทดแทน 200,000 บาท จำเลยทั้งสี่ฎีกาโดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา และศาลฎีกาพิพากษากลับให้ยกฟ้องและยกฟ้องแย้ง ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง บัญญัติถึงที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ ส่วนวรรคสองขยายไปถึงที่ดินที่มีทางออกได้ แต่ต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมาก ทางสาธารณะตามบทบัญญัตินี้มิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบก ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ แม้โจทก์เบิกความว่าปัจจุบันใช้แม่น้ำเจ้าพระยาสัญจรไม่ได้เพราะไม่มีเรือโดยสารหรือเรือข้ามฟาก แต่โจทก์ตอบทนายจำเลยถามค้านว่าน้ำมีตลอดปีและมีเรือบรรทุกทรายสัญจร ทั้งพยานของโจทก์เองซึ่งมีบ้านอยู่ติดทางพิพาทก็เบิกความว่าแม่น้ำมีน้ำตลอดปี ไม่ตื้นเขิน ยังมีผู้คนใช้สัญจรอยู่เพียงแต่น้อยกว่าแต่ก่อน และเดิมที่ดินของโจทก์ใช้ทางน้ำเป็นหลัก พยานหลักฐานจำเลยทั้งสี่จึงมีน้ำหนักดีกว่า แม่น้ำเจ้าพระยาที่อยู่ติดกับที่ดินของโจทก์จึงยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรทางน้ำจะไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าทางบก ก็ไม่ทำให้สิ้นสภาพเป็นทางสาธารณะไป เมื่อทางจำเป็นเป็นการจำกัดและลิดรอนอำนาจกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด ที่ดินของโจทก์จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 1349 วรรคสอง ทางพิพาทไม่เป็นทางจำเป็น และเมื่อไม่เป็นทางจำเป็น จำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของทางพิพาทย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนการใช้ทางตามมาตรา 1349 วรรคท้าย ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A public way for the purposes of CCC section 1349 is not confined to a way over land: a waterway can be a public way. Paragraph one of that section covers land so surrounded by other land that it has no way out to a public way, and paragraph two extends it to land whose only way out is across a pond, a marsh or the sea, or over a very steep difference in level. Land that adjoins a river which still has the character of a public way falls within neither, so no way of necessity arises over a neighbour's land. A river does not lose that character merely because travel on it is less convenient than by road and out of step with how the country has developed; and because a way of necessity restricts and cuts down another owner's rights of ownership, section 1349 is to be construed strictly. Where no way of necessity exists, the owner of the land crossed has no claim to compensation for its use under the final paragraph of section 1349 either.
ทางสาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 มิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบก ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ วรรคหนึ่งของมาตราดังกล่าวบัญญัติถึงที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ ส่วนวรรคสองขยายไปถึงที่ดินที่มีทางออกได้แต่ต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมาก ที่ดินซึ่งอยู่ติดแม่น้ำที่ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะย่อมไม่ต้องด้วยทั้งสองวรรค จึงไม่เกิดทางจำเป็นเหนือที่ดินของผู้อื่น แม่น้ำไม่สิ้นสภาพความเป็นทางสาธารณะเพียงเพราะการสัญจรทางน้ำไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบก และเมื่อทางจำเป็นเป็นการจำกัดและลิดรอนอำนาจกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น มาตรา 1349 จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด อนึ่ง เมื่อไม่เป็นทางจำเป็น เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่านย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนการใช้ทางตามมาตรา 1349 วรรคท้าย เช่นกัน

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 220/2567 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 220/2567 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ทางจำเป็นตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 เป็นการจำกัดหรือลิดรอนอำนาจแห่งกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด
แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรจะไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบกก็ไม่ทำให้สิ้นสภาพเป็นทางสาธารณะไป ทางพิพาทในที่ดินของจำเลยทั้งสี่จึงไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์
โจทก์ฟ้องขอให้พิพากษาว่า ที่ดินโฉนดเลขที่ 2549 ของจำเลยทั้งสี่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ ให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนสิ่งกีดขวางระหว่างที่ดินของโจทก์และจำเลยทั้งสี่ หากจำเลยทั้งสี่ไม่ปฏิบัติ ให้โจทก์เป็นผู้ดำเนินการโดยจำเลยทั้งสี่เป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย
จำเลยทั้งสี่ให้การและฟ้องแย้งขอให้ยกฟ้อง หากศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ ขอให้บังคับโจทก์ชดใช้ค่าทดแทนเป็นเงิน 1,000,000 บาท
โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้ง ขอให้ยกฟ้องแย้ง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง และยกฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งในส่วนฟ้องและฟ้องแย้งให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางพิพาทบนที่ดินโฉนดเลขที่ 2549 ให้เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 2550 จากที่ดินของโจทก์โฉนดดังกล่าวไปจดทางหลวงหมายเลข 3118 กับให้จำเลยทั้งสี่รื้อถอนต้นไม้และสิ่งกีดขวางทางพิพาทด้วยค่าใช้จ่ายของจำเลยทั้งสี่ และให้โจทก์ชำระเงินค่าทดแทน 200,000 บาท แก่จำเลยทั้งสี่ คำขออื่นของโจทก์ให้ยก ค่าฤชาธรรมเนียมตามฟ้องและฟ้องแย้งทั้งสองศาลให้เป็นพับ
จำเลยทั้งสี่ฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความไม่โต้เถียงกันในชั้นฎีการับฟังได้ว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 2550 ตำบลบางไทร อำเภอบางไทร (เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จำเลยทั้งสี่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์รวมที่ดินโฉนดเลขที่ 2549 ตำบลบางไทร อำเภอบางไทร (เสนาน้อย) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2562 จำเลยทั้งสี่แบ่งกรรมสิทธิ์รวมที่ดินดังกล่าวตามเนื้อที่ที่แต่ละคนครอบครองโดยทางราชการออกโฉนดที่ดินเลขที่ 40507, 4058, 4059 และเลขที่ 40510 ตำบลบางไทร อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้แก่จำเลยทั้งสี่ ที่ดินแปลงคงโฉนดเลขที่ 2549 เหลือเนื้อที่ 1 งาน 10.30 ตารางวา ซึ่งเป็นทางพิพาทที่จำเลยทั้งสี่กันไว้เป็นทางออกสู่ทางหลวงหมายเลข 3118 ที่ดินของโจทก์โฉนดเลขที่ 2550 ด้านทิศเหนือติดทางพิพาทและที่ดินของจำเลยที่ 2 โฉนดเลขที่ 40507 ด้านทิศใต้ติดที่ดินของนางนฤมล ด้านทิศตะวันตกติดที่ดินของจำเลยที่ 3 โฉนดเลขที่ 40509 และที่ดินของจำเลยที่ 4 โฉนดเลขที่ 40510 ส่วนด้านทิศตะวันออกติดแม่น้ำเจ้าพระยา คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ว่า ทางพิพาทเป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 2550 ของโจทก์หรือไม่ จำเลยทั้งสี่ฎีกาว่า แม่น้ำเจ้าพระยา(แม่น้ำแควน้อย) ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินโจทก์ด้านทิศตะวันออกมีน้ำตลอดทั้งปี ไม่ได้ตื้นเขิน ปัจจุบันยังมีชาวบ้านหรือผู้คนใช้เรือสัญจรไปมาเพียงแต่น้อยกว่าแต่ก่อน ยังมีสภาพเป็นทางสาธารณะ ทางพิพาทจึงไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์ เห็นว่า ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคหนึ่ง บัญญัติว่า ที่ดินแปลงใดมีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบอยู่จนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะได้ไซร้ ท่านว่าเจ้าของที่ดินแปลงนั้นจะผ่านที่ดินซึ่งล้อมรอบอยู่ไปสู่ทางสาธารณะได้ และวรรคสอง บัญญัติว่า ที่ดินแปลงใดมีทางออกได้แต่เมื่อต้องข้ามสระ บึง หรือทะเลหรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมากไซร้ ท่านว่าให้ใช้ความในวรรคต้นบังคับ ตามบทบัญญัติดังกล่าวทางสาธารณะมิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบกเท่านั้น ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ แม้โจทก์จะเบิกความว่า ปัจจุบันไม่สามารถใช้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นทางสัญจรได้เนื่องจากบริเวณที่ดินของโจทก์ไม่มีเรือโดยสารหรือเรือข้ามฟาก ประชาชนในละแวกนั้นต่างใช้ถนนหลวงหมายเลข 3118 สัญจรไปมา แต่กลับได้ความจากคำเบิกความของโจทก์ตอบทนายจำเลยทั้งสี่ถามค้านว่า น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีตลอดปีและมีเรือบรรทุกทรายสัญจรไปมา นายประสานพยานโจทก์ซึ่งมีบ้านพักอาศัยอยู่บนที่ดินที่ติดกับที่ดินของจำเลยที่ 1 และทางพิพาทก็เบิกความตอบทนายจำเลยทั้งสี่ถามค้านได้ความว่า แม่น้ำเจ้าพระยามีน้ำตลอดทั้งปี ไม่ได้ตื้นเขิน ยังมีผู้คนใช้สัญจรอยู่ เพียงแต่น้อยกว่าแต่ก่อน เรือขนสินค้าก็ใช้สัญจรด้วย และแต่เดิมที่ดินของโจทก์ใช้ทางเข้าออกทางน้ำเป็นหลัก เจือสมทางนำสืบของจำเลยทั้งสี่ว่า แม่น้ำเจ้าพระยายังมีผู้คนใช้สัญจรและโจทก์สามารถใช้ทางน้ำได้ เพียงแต่การสัญจรทางน้ำไม่สะดวกเท่าทางบก พยานหลักฐานจำเลยทั้งสี่มีน้ำหนักดีกว่าพยานหลักฐานโจทก์ คดีรับฟังได้ว่า แม่น้ำเจ้าพระยาซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของโจทก์ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะ แม้การสัญจรทางแม่น้ำเจ้าพระยาจะไม่สะดวกไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบกก็ไม่ทำให้แม่น้ำเจ้าพระยาสิ้นสภาพเป็นทางสาธารณะไป เมื่อทางจำเป็นเป็นการจำกัดและลิดรอนอำนาจกรรมสิทธิ์ที่ดินของบุคคลอื่น จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด เช่นนี้ ที่ดินของโจทก์ซึ่งติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาโดยสภาพที่ยังเป็นทางสาธารณะอยู่นั้นไม่ต้องด้วยบทบัญญัติประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1349 วรรคสอง ที่การออกสู่ทางสาธารณะของโจทก์ต้องข้าม สระ บึง ทะเลหรือสภาพยากลำบากในทำนองเดียวกันดังที่โจทก์แก้ฎีกา ทางพิพาทจึงไม่เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินโฉนดเลขที่ 2550 ของโจทก์ และจำเลยทั้งสี่ซึ่งเป็นเจ้าของทางพิพาทไม่มีสิทธิเรียกร้องให้โจทก์ใช้ค่าทดแทนการใช้ทางจำเป็นตามมาตรา 1349 วรรคท้าย ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 1 พิพากษาให้จำเลยทั้งสี่เปิดทางพิพาทให้เป็นทางจำเป็นแก่ที่ดินของโจทก์และให้โจทก์ใช้ค่าทดแทน 200,000 บาท แก่จำเลยทั้งสี่นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสี่ฟังขึ้น พิพากษากลับให้ยกฟ้องและฟ้องแย้งของจำเลยทั้งสี่ ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องเดิมและฟ้องแย้งทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 220/2567 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 220/2567 วินิจฉัยอย่างไร?

A public way for the purposes of CCC section 1349 is not confined to a way over land: a waterway can be a public way. Paragraph one of that section covers land so surrounded by other land that it has no way out to a public way, and paragraph two extends it to land whose only way out is across a pond, a marsh or the sea, or over a very steep difference in level. Land that adjoins a river which still has the character of a public way falls within neither, so no way of necessity arises over a neighbour's land. A river does not lose that character merely because travel on it is less convenient than by road and out of step with how the country has developed; and because a way of necessity restricts and cuts down another owner's rights of ownership, section 1349 is to be construed strictly. Where no way of necessity exists, the owner of the land crossed has no claim to compensation for its use under the final paragraph of section 1349 either.

ทางสาธารณะตาม ป.พ.พ. มาตรา 1349 มิได้จำกัดแต่เฉพาะทางบก ทางน้ำก็เป็นทางสาธารณะได้ วรรคหนึ่งของมาตราดังกล่าวบัญญัติถึงที่ดินที่มีที่ดินแปลงอื่นล้อมรอบจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ ส่วนวรรคสองขยายไปถึงที่ดินที่มีทางออกได้แต่ต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันอันระดับที่ดินกับทางสาธารณะสูงกว่ากันมาก ที่ดินซึ่งอยู่ติดแม่น้ำที่ยังคงมีสภาพเป็นทางสาธารณะย่อมไม่ต้องด้วยทั้งสองวรรค จึงไม่เกิดทางจำเป็นเหนือที่ดินของผู้อื่น แม่น้ำไม่สิ้นสภาพความเป็นทางสาธารณะเพียงเพราะการสัญจรทางน้ำไม่สะดวกและไม่สอดคล้องกับความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองเท่าการสัญจรทางบก และเมื่อทางจำเป็นเป็นการจำกัดและลิดรอนอำนาจกรรมสิทธิ์ที่ดินของผู้อื่น มาตรา 1349 จึงต้องแปลความโดยเคร่งครัด อนึ่ง เมื่อไม่เป็นทางจำเป็น เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่านย่อมไม่มีสิทธิเรียกค่าทดแทนการใช้ทางตามมาตรา 1349 วรรคท้าย เช่นกัน

Which CCC section governs a claim to a way of necessity over a neighbour's land? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการเรียกร้องทางจำเป็นผ่านที่ดินของผู้อื่น

CCC section 1349. Paragraph one covers land so surrounded that it has no way out to a public way; paragraph two covers land whose only way out is across a pond, a marsh or the sea, or over a very steep difference in level; and the final paragraph is what entitles the owner of the land crossed to compensation. A waterway counts as a public way, so land on a river that is still public falls outside both limbs and no compensation question arises either.

ป.พ.พ. มาตรา 1349 วรรคหนึ่งว่าด้วยที่ดินที่ถูกล้อมรอบจนไม่มีทางออกถึงทางสาธารณะ วรรคสองว่าด้วยที่ดินที่มีทางออกแต่ต้องข้ามสระ บึง หรือทะเล หรือมีที่ชันสูงกว่ากันมาก ส่วนวรรคท้ายเป็นบทให้เจ้าของที่ดินที่ถูกผ่านได้ค่าทดแทน ทั้งนี้ ทางน้ำเป็นทางสาธารณะได้ ที่ดินที่ติดแม่น้ำซึ่งยังเป็นทางสาธารณะจึงไม่ต้องด้วยทั้งสองวรรค และไม่มีปัญหาเรื่องค่าทดแทนตามมาด้วย

voie de nécessité Thaïlande article 1349 ccc Thaïlande, pays enclavé voie publique Thaïlande fleuve navigable de Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous