Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 2710/2568 คำพิพากษาที่ 2710/2568 2025 (BE 2568) Expat Critique

Mortgage Foreclosure After 2014 Amendment Requires 60-Day Default Notice: Even on Pre-Amendment Mortgages การบังคับจำนองหลังการแก้ไข ป.พ.พ. ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2557 ต้องส่งหนังสือบอกกล่าวให้เวลาชำระไม่น้อยกว่า 60 วัน แม้สัญญาทำก่อน

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

CCC L’article 728, paragraphe 1, tel que modifié par la loi modificative de 2014 (n° 20), exige que le créancier hypothécaire notifie par écrit à l’emprunteur un délai d’au moins 60 jours pour remédier à la situation avant d’engager une action en forclusion. Cette exigence procédurale s’applique à toute situation de forclusion. forclusion poursuite intentée après la date d'entrée en vigueur de la modification, même si le fondement hypothèque La lettre de mise en demeure, assortie d'un délai de 7 jours seulement pour régulariser la situation, est donc irrégulière et la procédure de saisie immobilière doit être rejetée faute de cause d'action contre le garant tiers du débiteur hypothécaire.

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตามมาตรา 728 วรรคหนึ่งที่แก้ไขใหม่ คือต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 60 วัน เมื่อโจทก์มีเพียงหนังสือทวงถามให้ชำระภายใน 7 วัน จึงเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบ โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนอง

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

La banque créancière a intenté une action en forclusion pour faire exécuter une hypothèque antérieure à 2014, après avoir seulement envoyé une mise en demeure de sept jours. Les défendeurs n'ont pas soulevé le vice de procédure ; les juridictions de première instance et d'appel ont toutes deux statué en faveur de la banque. La Cour suprême, d'office, a invoqué l'article 728(1) du Code civil du Colorado (CCC), tel que modifié en 2014 : les procédures de forclusion engagées APRÈS la modification doivent prévoir un préavis d'au moins soixante jours, même pour les hypothèques signées antérieurement. La mise en demeure étant insuffisante, la banque n'avait aucun fondement juridique et le jugement de forclusion a été annulé. La Cour a considéré la question comme une question d'ordre public qu'elle pouvait soulever d'office.
ธนาคารผู้รับจำนองฟ้องบังคับจำนองตามสัญญาที่ทำก่อนปี 2557 โดยส่งหนังสือทวงถามให้เวลาชำระเพียง 7 วัน จำเลยไม่ได้ยกประเด็นเรื่องการบอกกล่าว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ธนาคารชนะ ศาลฎีกาหยิบประเด็นมาวินิจฉัยเองตามมาตรา 142(5) ป.วิ.พ. การบังคับจำนองที่ฟ้องหลังการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2557 ต้องบอกกล่าวให้เวลาไม่น้อยกว่า 60 วัน แม้สัญญาเดิมจะทำก่อน เมื่อหนังสือบอกกล่าวไม่ชอบ ธนาคารยังไม่มีอำนาจฟ้อง คำพิพากษาเดิมถูกยกเลิก

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

L’article 728, paragraphe 1, du Code civil du Colorado (CCC), tel que modifié par la loi modificative de 2014 (n° 20), impose au créancier hypothécaire d’adresser à l’emprunteur une notification écrite et de lui accorder un délai d’au moins 60 jours pour régulariser sa situation avant d’engager une procédure de saisie. Cette exigence procédurale s’applique à toute action en saisie intentée après la date d’entrée en vigueur de la modification, même si l’acte hypothécaire initial a été signé antérieurement. Une lettre de mise en demeure n’accordant que 7 jours pour régulariser la situation est donc irrégulière, et l’action en saisie doit être rejetée pour défaut de cause d’action contre le tiers garant de l’emprunteur.
แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตามมาตรา 728 วรรคหนึ่งที่แก้ไขใหม่ คือต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไม่น้อยกว่า 60 วัน เมื่อโจทก์มีเพียงหนังสือทวงถามให้ชำระภายใน 7 วัน จึงเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบ โจทก์ยังไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนอง

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 2710/2568 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2710/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ง (ฟ้องวันที่ 8 มกราคม 2563) เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ หากไม่ชำระหรือชำระไม่ครบถ้วนให้ยึดที่ดินโฉนดเลขที่ 11859, 11860 และ 11863 พร้อมสิ่งปลูกสร้างและทรัพย์สินอื่นของจำเลยทั้งสองออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์จนครบถ้วน กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์แผนกคดีผู้บริโภคพิพากษายืน ให้จำเลยทั้งสองใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 10,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ จำเลยทั้งสองฎีกา โดยศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภคอนุญาตให้ฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีผู้บริโภควินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นนี้รับฟังเป็นยุติได้ว่า เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2556 จำเลยที่ 1 ทำสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์ วงเงิน 20,000,000 บาท มีจำเลยที่ 2 ทำสัญญาค้ำประกันและจดทะเบียนจำนองที่ดินโฉนดเลขที่ 11859, 11860 และ 11863 พร้อมสิ่งปลูกสร้างไว้เป็นประกันแก่โจทก์ในวงเงิน 20,000,000 บาท หลังทำสัญญาจำเลยที่ 1 เดินสะพัดทางบัญชีและนำเงินเข้าฝากในบัญชีเรื่อยมา ต่อมาโจทก์บอกเลิกสัญญาบัญชีเดินสะพัดโดยมีหนังสือแจ้งยกเลิกวงเงินเบิกเงินเกินบัญชีลงวันที่ 15 สิงหาคม 2562 ไปยังจำเลยที่ 1 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือ จำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือดังกล่าววันที่ 16 สิงหาคม 2562 สัญญาบัญชีเดินสะพัดเลิกกันและมีการหักทอนบัญชีในวันที่ 16 สิงหาคม 2562 วันดังกล่าวจำเลยที่ 1 ค้างชำระหนี้ 21,579,576.17 บาท และวันที่ 18 ตุลาคม 2562 โจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือและมีหนังสือบอกกล่าวทวงถามและบังคับจำนองไปยังจำเลยที่ 2 จำเลยทั้งสองได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 หลังจากนั้น โจทก์มีหนังสือบอกกล่าวการผิดนัดของจำเลยที่ 1 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ซึ่งจำเลยที่ 2 ได้รับหนังสือดังกล่าววันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์ใช้สิทธิบอกเลิกสัญญาเบิกเงินเกินบัญชีตามสัญญาข้อ 8 จึงเป็นการบอกเลิกสัญญาโดยชอบ จำเลยทั้งสองไม่ได้รับอนุญาตให้ฎีกาในปัญหาดังกล่าว จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามที่จำเลยทั้งสองได้รับอนุญาตให้ฎีกาว่า โจทก์บอกกล่าวการผิดนัดไปยังจำเลยที่ 2 ภายในกำหนด 60 วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดไม่ชำระหนี้หรือไม่ เห็นว่า หนี้ตามสัญญาบัญชีเดินสะพัดระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 1 ไม่ปรากฏว่าได้กำหนดเวลาชำระหนี้กันตามวันแห่งปฏิทิน แม้สัญญาบัญชีเดินสะพัดเลิกกันโดยโจทก์บอกเลิกสัญญาตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2562 แต่กรณีจะถือว่าจำเลยที่ 1 ตกเป็นผู้ผิดนัดก็ต่อเมื่อมีการหักทอนบัญชีและเรียกร้องให้ชำระหนี้ที่มีอยู่ต่อกันตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 856 ซึ่งข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์มีการยกเลิกวงเงินเบิกเงินเกินบัญชีและหักทอนบัญชีในวันที่ 16 สิงหาคม 2562 แต่เมื่อพิจารณาหนังสือแจ้งยกเลิกวงเงินเบิกเงินเกินบัญชี ซึ่งโจทก์มีไปถึงจำเลยที่ 1 แล้วคงระบุข้อความแต่เพียงว่า จำเลยที่ 1 ได้เบิกเงินเกินบัญชีไปจากโจทก์ ซึ่งคิดเพียงวันที่ 31 กรกฎาคม 2562 จำเลยที่ 1 เป็นหนี้เบิกเงินเกินบัญชีกับโจทก์เป็นเงิน 21,513,068 บาท บัดนี้ โจทก์ไม่ประสงค์ให้จำเลยที่ 1 ใช้วงเงินเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าวอีกต่อไป ฉะนั้น โดยหนังสือฉบับนี้โจทก์จึงขอยกเลิกวงเงินเบิกเงินเกินบัญชีดังกล่าว โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่จำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือฉบับนี้ โดยไม่ปรากฏว่ามีการทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ หนังสือฉบับดังกล่าวจึงไม่มีลักษณะเป็นกรณีที่โจทก์หักทอนบัญชีและเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ แม้โจทก์จะมีสิทธิเรียกร้องให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ได้โดยพลัน แต่วันที่สัญญาเลิกกันก็ไม่ใช่กำหนดเวลาชำระหนี้อันจะถือว่าลูกหนี้ตกเป็นผู้ผิดนัดทันที ซึ่งต่อมาโจทก์มีหนังสือทวงถามให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ ลงวันที่ 18 ตุลาคม 2562 จำเลยที่ 1 ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2562 แต่จำเลยที่ 1 เพิกเฉยไม่ชำระหนี้ จึงถือว่าจำเลยที่ 1 ผิดนัดตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2562 เมื่อโจทก์มีหนังสือบอกกล่าวการผิดนัดของจำเลยที่ 1 ลงวันที่ 31 ตุลาคม 2562 ไปยังจำเลยที่ 2 จำเลยที่ 2 ได้รับหนังสือดังกล่าวเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 ซึ่งเป็นเวลาภายใน 60 วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัด ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 วรรคหนึ่ง จำเลยที่ 2 จึงต้องร่วมกับจำเลยที่ 1 รับผิดต่อโจทก์ ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โจทก์บอกกล่าวการผิดนัดของจำเลยที่ 1 ให้แก่จำเลยที่ 2 ทราบภายใน 60 วัน นับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ผิดนัดชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 686 แล้วนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังไม่ขึ้น อนึ่ง แม้สัญญาจำนองตามฟ้องจะทำขึ้นเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2556 ก่อนพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 728 วรรคหนึ่ง ที่แก้ไขใหม่ กล่าวคือ โจทก์ต้องมีหนังสือบอกกล่าวไปยังจำเลยที่ 1 ลูกหนี้ให้ชำระหนี้ภายในเวลาอันสมควรเสียก่อน ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าหกสิบวันนับแต่วันที่จำเลยที่ 1 ได้รับคำบอกกล่าวนั้น ถ้าและจำเลยที่ 1 ละเลยเสียไม่ปฏิบัติตามคำบอกกล่าว โจทก์จึงจะฟ้องคดีต่อศาลเพื่อให้พิพากษาสั่งให้ยึดทรัพย์สินซึ่งจำนองและให้ขายทอดตลาดได้ ดังนั้น เมื่อโจทก์มีเพียงหนังสือทวงถามกำหนดเวลาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้ให้เสร็จสิ้นภายใน 7 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ จึงเป็นการกำหนดเวลาให้จำเลยที่ 1 ชำระหนี้สั้นกว่าระยะเวลาที่กฎหมายกำหนดและเป็นการบอกกล่าวบังคับจำนองไม่ชอบ โจทก์จึงยังไม่มีอำนาจฟ้องบังคับจำนองแก่จำเลยที่ 2 ปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142 (5) ประกอบพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 7 และจำเลยทั้งสองเป็นผู้บริโภคได้รับยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมทั้งปวง ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาตรา 18 วรรคหนึ่ง แต่ปรากฏว่าจำเลยทั้งสองเสียค่าส่งคำคู่ความในชั้นอุทธรณ์ 500 บาท และค่าส่งคำคู่ความในชั้นฎีกา 550 บาท ซึ่งไม่ถูกต้อง จึงต้องคืนเงินส่วนนี้ให้แก่จำเลยทั้งสอง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ในส่วนที่ขอให้ยึดทรัพย์จำนองของจำเลยที่ 2 ออกขายทอดตลาดนำเงินมาชำระหนี้แก่โจทก์ คืนค่าส่งคำคู่ความในชั้นอุทธรณ์และค่าส่งคำคู่ความในชั้นฎีการวมเป็นเงิน 1,050 บาท แก่จำเลยทั้งสอง นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ค่าฤชาธรรมเนียมในชั้นฎีกานอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 2710/2568 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 2710/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

L’article 728, paragraphe 1, du Code civil canadien (CCC), tel que modifié par la loi modificative de 2014 (n° 20), exige que le créancier hypothécaire notifie par écrit à l’emprunteur un délai d’au moins 60 jours pour remédier à la situation avant d’engager une procédure de saisie. Cette exigence procédurale s’applique à toute action en saisie intentée après l’entrée en vigueur de la modification…

แม้สัญญาจำนองจะทำขึ้นก่อน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติม ป.พ.พ. ฉบับที่ 20 พ.ศ. 2557 มีผลใช้บังคับ แต่การที่โจทก์ผู้รับจำนองประสงค์จะบังคับจำนองก็ต้องปฏิบัติตามมาตรา 728 วรรคหนึ่งที่แก้ไขใหม่ คือต้องมีหนังสือบอกกล่าวให้ชำระหนี้ในเวลาอันสมควรซึ่งต้องไ…

Quelle section du CCC s'applique ? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

Article 728 du Code civil canadien

มาตรา 728

saisie immobilière en Thaïlande article 728 ccc Prêt hypothécaire avec préavis de 60 jours en Thaïlande Modification de contrat de prêt hypothécaire en Thaïlande en 2014

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous