Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code pénalป.อ. Décision 2790/2531 คำพิพากษาที่ 2790/2531 1988 (BE 2531)

Cutting Across a Motorcycle at Speed in a Narrow Lane Is Intent to Kill by Foresight คำพิพากษาฎีกาที่ 2790/2531: จำเลยจงใจขับรถบังคับให้รถจักรยานยนต์ของผู้ตายชนกำแพงและเสาไฟฟ้าในซอยแค

Articles du Code criminel : มาตรา ป.อ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

La Cour suprême a conclu que l'accusé avait l'intention de tuer, car il pouvait prévoir les conséquences mortelles d'une collision délibérée à grande vitesse. Reconnu coupable de meurtre avec préméditation meurtre sous Article 288, overturning the lower courts, which had found negligent homicide under Section 291 and then assault causing death without intent to kill under Section 290.

ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า เพราะย่อมเล็งเห็นผลร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากการบังคับให้รถชนด้วยความเร็วสูง พิพากษาว่าผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามมาตรา 288 กลับคำพิพากษาศาลล่างที่ลดข้อหาเป็นประมาท

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

The defendant deliberately drove a vehicle to force the victim's motorcycle into a wall and electrical pole in a narrow alley. The victim died immediately and a police officer passenger suffered severe injuries. The Supreme Court determined the defendant possessed intent to kill, as he could foresee the fatal consequences of deliberately causing the collision at high speed. Convicted of intentional murder under Section 288, overturning the lower courts, which had found negligent homicide under Section 291 and then assault causing death without intent to kill under Section 290.
จำเลยจงใจขับรถบังคับให้รถจักรยานยนต์ของผู้ตายชนกำแพงและเสาไฟฟ้าในซอยแคบ ผู้ตายเสียชีวิตทันที ตำรวจที่นั่งซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า เพราะย่อมเล็งเห็นผลร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากการบังคับให้รถชนด้วยความเร็วสูง พิพากษาว่าผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามมาตรา 288 กลับคำพิพากษาศาลล่างที่ลดข้อหาเป็นประมาท

Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง

L'accusé a délibérément conduit son véhicule pour projeter la moto de la victime contre un mur et un poteau électrique dans une ruelle étroite. La victime est décédée sur le coup et un policier passager a été grièvement blessé.
จำเลยจงใจขับรถบังคับให้รถจักรยานยนต์ของผู้ตายชนกำแพงและเสาไฟฟ้าในซอยแคบ ผู้ตายเสียชีวิตทันที ตำรวจที่นั่งซ้อนท้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

The Supreme Court determined the defendant possessed intent to kill, as he could foresee the fatal consequences of deliberately causing the collision at high speed. Convicted of intentional murder under Section 288, overturning the lower courts, which had found negligent homicide under Section 291 and then assault causing death without intent to kill under Section 290.
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า เพราะย่อมเล็งเห็นผลร้ายแรงที่จะเกิดขึ้นจากการบังคับให้รถชนด้วยความเร็วสูง พิพากษาว่าผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามมาตรา 288 กลับคำพิพากษาศาลล่างที่ลดข้อหาเป็นประมาท

Analyse juridique การวิเคราะห์ทางกฎหมาย

The interesting part is jurisdictional. Two lower courts had found the killing to be negligence and then assault causing death, and the prosecutor's attempt to restore the murder charge was barred on the facts by Section 220 of the Criminal Procedure Code. What survived was a question of law: taking the facts exactly as the Court of Appeal had found them, do they amount to intentional murder? They did. Reversing a car deliberately into other vehicles at speed, with people around, carries foresight of death, and the Court substituted convictions under Section 288 and Section 288 with Section 80. The route matters as much as the result: a prosecutor shut out on the facts can still win on the characterisation of those facts.
ส่วนที่น่าสนใจของคดีนี้อยู่ที่เขตอำนาจ ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยว่าเป็นการกระทำโดยประมาท และเป็นการทำร้ายจนถึงแก่ความตายตามลำดับ ฎีกาของโจทก์ที่ขอให้ลงโทษตามฟ้องเดิมต้องห้ามในปัญหาข้อเท็จจริงตาม ป.วิ.อ. มาตรา 220 สิ่งที่เหลืออยู่เป็นปัญหาข้อกฎหมาย คือเมื่อถือข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา การกระทำนั้นเป็นการฆ่าโดยเจตนาหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าเป็น การขับรถถอยหลังชนรถคันอื่นด้วยความเร็วในที่ซึ่งมีผู้คนอยู่ ย่อมเล็งเห็นผลถึงความตาย จึงพิพากษาแก้เป็นความผิดตามมาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 เส้นทางของคดีสำคัญไม่น้อยกว่าผลของคดี โจทก์ที่ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงยังอาจชนะในปัญหาการปรับบทได้

Résumé en anglais คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is an English-language summary of Supreme Court Decision No. 2790/2531, not a translation of the full judgment. The authoritative text is the Thai judgment, which this page carries in full: switch this page to Thai to read it. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2790/2531 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

DÉCISION DE LA COUR SUPRÊME N° 2790/2531
Année : 1988 (BE 2531)
Relevant Code Sections: Criminal, Section(s) 288, 290, 291

RÉSUMÉ
The defendant deliberately drove a vehicle to force the victim's motorcycle into a wall and electrical pole in a narrow alley. The victim died immediately and a police officer passenger suffered severe injuries. The Supreme Court determined the defendant possessed intent to kill, as he could foresee the fatal consequences of deliberately causing the collision at high speed. Convicted of intentional murder under Section 288, overturning the lower courts, which had found negligent homicide under Section 291 and then assault causing death without intent to kill under Section 290.

FAITS DE L'AFFAIRE
L'accusé a délibérément conduit son véhicule pour projeter la moto de la victime contre un mur et un poteau électrique dans une ruelle étroite. La victime est décédée sur le coup et un policier passager a été grièvement blessé.

DÉCISION DU TRIBUNAL
The Supreme Court determined the defendant possessed intent to kill, as he could foresee the fatal consequences of deliberately causing the collision at high speed. Convicted of intentional murder under Section 288, overturning the lower courts, which had found negligent homicide under Section 291 and then assault causing death without intent to kill under Section 290.

ANALYSE JURIDIQUE
The interesting part is jurisdictional. Two lower courts had found the killing to be negligence and then assault causing death, and the prosecutor's attempt to restore the murder charge was barred on the facts by Section 220 of the Criminal Procedure Code. What survived was a question of law: taking the facts exactly as the Court of Appeal had found them, do they amount to intentional murder?

They did. Reversing a car deliberately into other vehicles at speed, with people around, carries foresight of death, and the Court substituted convictions under Section 288 and Section 288 with Section 80. The route matters as much as the result: a prosecutor shut out on the facts can still win on the characterisation of those facts.

IMPLICATIONS PRATIQUES
L'intention criminelle est appréciée au regard de toutes les circonstances, notamment l'arme utilisée et les parties du corps visées. Les accusés doivent conserver tous les éléments de preuve démontrant l'absence d'intention de tuer.

---
Note : Ceci est un résumé en anglais du jugement original thaïlandais.
Pour le texte thaï officiel, veuillez vous référer à la version thaï ci-dessus.
ou visitez deka.supremecourt.or.th.
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 และพยายามฆ่าผู้อื่น ตาม มาตรา 288ประกอบด้วยมาตรา 80 ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายตามมาตรา291 ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีเจตนาฆ่าเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามมาตรา 290 และฐานทำร้ายร่างกายจนเป็นเหตุให้ผู้ถูกทำร้ายได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 297 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 290 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักกว่าโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง คดีของโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ว่า การกระทำของจำเลยตามข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยมาเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่
จำเลยขับรถยนต์ถอยหลังชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายและรถยนต์ของผู้อื่นอีก 3 คัน มีเสียงร้องให้ช่วยจับจำเลย ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจึงนั่งซ้อนท้ายรถของผู้ตายติดตามรถจำเลยไปและตามไปทันผู้ตายขับรถแซงรถจำเลยทางด้านขวาแล้วผู้เสียหายเอามือเคาะประตูรถจำเลยบอกว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยจอดรถ จำเลยไม่ยอมฟังกลับเร่งความเร็วของรถแล้วขับรถปาดเฉียงไปทางขวาล้ำเส้นกึ่งกลางถนนในระยะกระชั้นชิด ผู้ตายไม่สามารถหลบหลีกได้ เพราะรถทั้งสองคันแล่นตีคู่ด้วยความเร็วสูงในซอยกว้างประมาณ 5เมตร ไม่มีทางเท้า สองข้างซอยมีกำแพงรั้วโดยตลอดด้านขวาของซอยมีเสาไฟฟ้าปักอยู่เป็นระยะ ๆ จึงเป็นเหตุให้รถผู้ตายเฉี่ยวชนรถจำเลยทางด้านขวาค่อนไปทางหน้ารถ แล้วเสียหลักพุ่งไปชนกำแพงรั้วด้านขวาของซอยอย่างแรงจนมีโลหิตเปรอะกำแพงรั้วและนองพื้น แล้วเลยไปชนเสาไฟฟ้าส่วนรถจำเลยแล่นด้วยความเร็วสูง จึงไม่สามารถบังคับรถให้เลี้ยวคืนสู่เส้นทางได้เป็นเหตุให้แล่นชนรถผู้ตายและเสาไฟฟ้าดังกล่าว ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที และผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัส เช่นนี้ เห็นได้ว่าจำเลยจงใจให้รถผู้ตายแล่นเข้าชนกำแพงรั้วและเสาไฟฟ้าอย่างแรง โดยผู้ตายไม่มีทางขับรถหลบหลีกไปได้เลย จำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยได้ว่าจะทำให้ผู้ตายและผู้เสียหายซึ่งนั่งบนรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายได้ ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายและผู้เสียหาย.
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยขับรถยนต์เก๋งถอยหลังด้วยความเร็วในซอยเป็นเหตุให้ชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายซึ่งจอดอยู่ได้รับความเสียหายแล้วจำเลยหลบหนีไปในซอยพิพัฒน์จากด้านถนนสีลมมุ่งหน้าไปถนนสาธรเหนือด้วยความเร็ว ผู้ตายได้ขับรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมีผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจนั่งซ้อนท้ายติดตามไปเพื่อพูดกันเรื่องค่าเสียหาย ถึงบริเวณเกิดเหตุเป็นซอยแคบประมาณ 5 เมตร การจราจรกำหนดให้รถแล่นได้สองทาง สองข้างทางมีรั้วบ้านติดถนนและมีเสาไฟฟ้าอยู่นอกรั้ว ผู้ตายขับรถทันรถจำเลยแล้วแซงไปด้านขวาผู้เสียหายเคาะกระจกประตูรถด้านหน้าเพื่อให้จำเลยจอดรถแทนที่จำเลยจะชะลอความเร็วและจอดรถ กลับเร่งความเร็วและบังคับรถเบนไปทางขวาล้ำเส้นกึ่งกลางถนนปาดหน้ารถผู้ตายอย่างกระทันหัน โดยประสงค์ต่อผลและย่อมเล็งเห็นผลว่า เมื่อจำเลยขับรถปาดหน้าโดยกระชั้นชิดและรวดเร็วเช่นนั้น จะเป็นเหตุให้รถผู้ตายต้องเฉี่ยวชนกับรถจำเลยและกระเด็นไปชนเสาไฟฟ้าข้างถนนที่อยู่นอกรั้ว และผู้ตายกับผู้เสียหายจะต้องถึงแก่ความตาย ผลแห่งการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้รถผู้ตายชนกับรถจำเลยแล้วกระเด็นไปชนเสาไฟฟ้า และจำเลยไม่สามารถบังคับรถให้เลี้ยวคืนกลับเส้นทางได้เป็นเหตุให้รถยนต์ที่จำเลยขับพุ่งชนเสาไฟฟ้าต้นเดียวกันนั้น ทำให้ผู้ตายถึงแก่ความตาย ส่วนผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส ไม่ถึงแก่ความตายเพราะแพทย์รักษาทันท่วงที ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และ 33 กับสั่งริบรถยนต์ของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 จำคุก 4 ปี รถยนต์ของกลางมิใช่ทรัพย์สินที่จำเลยมีเจตนาใช้ในการกระทำความผิด จึงไม่ริบ ยกคำขอส่วนนี้
โจทก์และจำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 และ 297 ให้ลงโทษตามมาตรา 290 อันเป็นบทหนักจำคุก 9 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก 6 ปี ริบรถยนต์ของกลาง คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก
โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง ส่วนจำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้อง
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288 และพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานทำร้ายผู้อื่นโดยไม่มีเจตนาฆ่าเป็นเหตุให้ผู้นั้นถึงแก่ความตายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 290 และฐานทำร้ายร่างกาย จนเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำร้ายได้รับอันตรายสาหัสตามมาตรา 297 แต่ให้ลงโทษตามมาตรา 290 ซึ่งเป็นกฎหมายบทที่มีโทษหนักกว่า โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้อง คดีของโจทก์จึงต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 จำเลยฎีกาขอให้ยกฟ้องในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลฎีกาจึงเห็นสมควรวินิจฉัยฎีกาของจำเลยก่อนที่จำเลยฎีกาเป็นใจความว่า การที่จำเลยขับรถถอยหลังไปชนรถของบุคคลอื่นเป็นเรื่องจะต้องรับผิดในทางแพ่งเท่านั้น ไม่ร้ายแรงจนถึงจะต้องขับรถหนีผู้ที่ได้รับความเสียหาย จำเลยขับรถไปตามปกติ ก่อนจะเกิดเหตุผู้ตายก็มิได้ขับรถตีคู่กับรถจำเลยดังที่โจทก์นำสืบเพราะในซอยที่เกิดเหตุมีการขุดถนนเป็นทางยาว รถไม่สามารถแล่นตีคู่กันได้หน้ารถจำเลยทางด้านขวาเสียหายเพราะจำเลยขับรถหลบรถจักรยานจึงทำให้รถจำเลยเสียหลักแล่นไปชนเสาไฟฟ้าจำเลยจึงขับรถถอยหลังมาจอดกึ่งกลางซอย ผู้ตายขับมาทางด้านหลังรถจำเลยด้วยความเร็ว รถจึงเสียหลักพุ่งเข้าชนกำแพงรั้วและเสาไฟฟ้าเป็นเรื่องผู้ตายขับรถโดยประมาทนั้น ปรากฏว่า เมื่อจำเลยขับรถถอยหลังในซอยทานตะวันเพื่อจะเลี้ยวขวาเข้าซอยร่วมเสริมกิจเพราะจะขับรถตรงไปตามซอยทานตะวันไม่สะดวกเนื่องจากมีรถจอดอยู่จำนวนมาก เป็นเหตุให้รถจำเลยแล่นถอยหลังไปชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย และรถยนต์ของผู้อื่นอีก 3 คันนั้น ผู้ตายนั่งคร่อมรถจักรยานยนต์ของตนอยู่เพื่อจะขับรถไปทำธุระอยู่แล้ว และมีเสียงผู้หญิงร้องให้ช่วยจับผู้ขับขี่รถจำเลยเหตุการณ์เหล่านี้เกิดต่อหน้าผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ ดังนั้นศาลฎีกาจึงเชื่อว่าผู้เสียหายได้ขึ้นนั่งซ้อนท้ายรถผู้ตายแล้วผู้ตายขับรถตามรถจำเลยไปทันควันเพื่อให้จำเลยมาเจรจาเรื่องค่าเสียหาย มิใช่เมื่อจำเลยขับรถถอยหลังไปชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตายและรถยนต์ของผู้อื่นอีก 3 คันแล้วจำเลยขับรถต่อไปตามปกติโดยผู้ตายมิได้ขับรถติดตามมาและผู้เสียหายมิได้เรียกให้จำเลยจอดรถ ที่จำเลยนำสืบว่า ก่อนรถผู้ตายจะชนกำแพงรั้วและเสาไฟฟ้า รถจำเลยและรถผู้ตายมิได้แล่นตีคู่กันเพราะซองพิพัฒน์เป็นซอยแคบและกำลังซ่อมถนนเป็นทางยาว รถจำเลยและรถผู้ตายไม่สามารถแล่นตีคู่กันนั้นจ่าสิบตำรวจกวี ประทีปเสน พยานจำเลยเบิกความว่าขณะเกิดเหตุจ่าสิบตำรวจกีวปฎิบัติหน้าที่ดูแลการจารจรอยู่ที่ปากซอยพิพัฒน์เพราะมีการขุดถนนในซอยเื่พวางทอสายไฟฟ้าแรงสูงจากพื้นดินไปยังตึกสร้างใหม่ และที่เกิดเหตุเกือบท้ายซอย แสดงว่า มีการขุดถนนที่ปากซอยเท่านั้น ผู้เสียหายเบิกความว่าผู้ตายขับรถไปทันรถจำเลยเมื่อเข้าซอยไปแล้วประมาณ 20 เมตร ข้อนำสืบของจำเลยข้อนี้จึงไม่น่าเชื่อ ที่จำเลยนำสืบว่า จำเลยขับรถหลบรถจักรยานที่แล่นตามมาจากสามแยกทำให้รถจำเลยเสียหลักแล่นเข้ามาชนเสาไฟฟ้านั้น ในชั้นสอบสวนจำเลยก็ให้การแต่เพียงว่าซอยพิพัฒน์เล็กแคบจำเลยขับรถด้วยความเร็วสูงประมาณ 50 - 60 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นเหตุให้รถเสียหลักแล่นไปเฉี่ยวชนเสาไฟฟ้าเท่านั้นไม่ได้ให้การว่าขับรถหลบรถจักรยานแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังปรากฏว่า มีเศษเนื้อเยื่อและคราบโลหิตของมนุษย์ติดที่หน้ารถด้านขวาของรถจำเลย ถ้าจำเลยขับรถหลบรถจักรยานทำให้รถจำเลยเสียหลักแล่นไปชนเสาไฟฟ้าแล้วจำเลยขับรถถอยหลังมาจอดคร่อมเส้นกึ่งกลางถนน ผู้ตายขับรถเสียหลักเข้าไปชนกำแพงรั้วและเสาไฟฟ้าเองดังที่จำเลยนำสืบแล้ว ที่หน้ารถด้านขวาของรถจำเลยก็ไม่น่าจะมีเศษเนื้อเยื่อและคราบโลหิตติดอยู่ด้วยเหตุผลดังกล่าวศาลฎีกาไม่เชื่อว่าข้อเท็จจริงเป็นดังที่จำเลยนำสืบ แต่เชื่อว่าเป็นดังที่ศาลอุทธรณ์ฟังมา ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น
สำหรับฎีกาของโจทก์นั้น ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติในเบื้องต้นโดยคู่ความมิได้นำสืบโต้แย้งกันว่า ซอยพิพัฒน์กว้างประมาณ5 เมตร ไม่มีทางเท้า สองข้างซอยมีกำแพงรั้ว ด้านขวาของซอยนอกแนวกำแพงรั้วมีเสาไฟฟ้าปักเป็นระยะ ๆ เกิดเหตุที่ในซอยดังกล่าวบริเวณหน้าสถานเอกอัครราชฑูตเบลเยี่ยม รถจักรยานยนต์ของผู้ตายแล่นมาตามซอยแล้วชนกำแพงรั้วและเสาไฟฟ้าข้างกำแพง เป็นเหตุให้ผู้ตายซึ่งเป็นผู้ขับขี่ถึงแก่ความตายทันที ผู้เสียหายซึ่งนั่งซ้อนท้ายได้รับอันตรายสาหัส คดีนี้ต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ในการวินิจฉัยข้อกฎหมายตามฎีกาของโจทก์จ่ึงต้องฟังข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์ได้วินิจฉัยแล้วจากพยานหลักฐษนในสำนวน ฎีกาของโจทก์มีใจความว่าจำเลยขับรถถอยหลังชนรถจักรยานยนต์ของผู้ตาย และรถยนต์ของผู้อื่นอีก 3 คันมีเสียงร้องให้ช่วยจับจำเลย ผู้เสียหายซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตำรวจจึงนั้งซ้อนท้ายรถของผู้ตายติดตามรถจำเลยไปและตามไปทัน ผู้ตายขับรถแซงรถจำเลยทางด้านขวาแล้วผู้เสียหายเอามือเคาะประตูรถจำเลยด้านคนขับบอกว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยจอดรถ จำเลยไม่ยอมฟังกลับเร่งความเร็วของรถแล้วขับรถปาดเฉียงไปทางขวาล้ำเส้นกึ่งกลางถนนในระยะกระชั้นชิด ผู้ตายไม่สามารถหลบหลีกได้เป็นเหตุให้รถผู้ตายเฉี่ยวชนรถจำเลยแล้วเสียหลักพุ่งชนกำแพงรั้วข้างถนนด้านขวา รถจำเลยแล่นเข้าชนรถผู้ตายซ้ำอีก แล้วไปชนเสาไฟฟ้า เป็นเหตุให้ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัส การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่น ข้อเท็จจริงที่โจทก์ยกขึ้นอ้างอิงในฎีกาดังกล่าวนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาจากการวินิจฉัยพยานหลักฐานในสำนวน คงมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาในปัญหาข้อกฎหมายของโจทก์ว่าการกระทำของจำเลยดังกล่าวเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยขับรถยนต์ถอยหลังไปชนรถจักรยานยนต์ผู้เสียหายและรถยนต์ของผู้อื่นอีก 3 คันผู้ตายขับรถจักรยานยนต์โดยมีผู้เสียหายนั่งซ้อนท้ายตามรถจำเลยมาอย่างทันควันเมื่อผู้ตายขับรถตามมาทันแล้วแซงขวาตีคู่กับรถจำเลย ผู้เสียหายเคาะกระจกหน้ารถจำเลยด้านคนขับและร้องบอกว่าเป็นเจ้าพนักงานตำรวจให้จำเลยจอดรถ จำเลยกลับเร่งความเร็วของรถ ผู้ตายจึงต้องเร่งความเร็วของรถที่สูงอยู่แล้วให้สูงขึ้นเพื่อให้ทันรถจำเลย เป็นเหตุให้รถทั้งสองคันยังคงแล่นตีคู่กัน จำเลยซึ่งขับรถอยู่ในช่องเดินรถด้านซ้ายได้ขับรถเบนไปทางด้านขวาปาดหน้ารถผู้ตายอย่างกะทันหันในขณะรถทั้งสองคันแล่นตีคู่กันด้วยความเร็วสูงในซอยที่มีความกว้างประมาณ 5 เมตร ไม่มีทางเท้า สองข้างซอยมีกำแพงรั้วโดยตลอด ด้านขวาของซอยมีเสาไฟฟ้าปักอยู่เป็นระยะ ๆ รถจำเลยเป็นรถยนต์กว้าง 2 เมตรเศษ รถผู้ตายเป็นรถจักรยานยนต์ การที่จำเลยขับรถปาดหน้ารถผู้ตายอย่างกะทันหันในระยะกระชั้นชิด ในขณะที่รถทั้งสองคันแล่นตีคู่กันด้วยความเร็วสูงและหน้ารถจำเลยอยู่ล้ำหน้ารถผู้ตายเป็นเหตุให้รถผู้ตายเฉี่ยวชนรถจำเลยทางด้านขวาค่อนไปทางหน้ารถ แล้วเสียหลักพุ่งไปชนกำแพงรั้วด้านขวาของซอยอย่างแรงจนมีโลหิตเปรอะกำแพงรั้วและนองพื้นแล้วเลยไปชนเสาไฟฟ้า รถจำเลยแล่นด้วยความเร็วสูง จำเลยจึงไม่สามารถบังคับรถให้เลี้ยวกลับคืนสู่เส้นทางได้ เป็นเหตุรถจำเลยแล่นเข้าชนรถผู้ตายและเสาไฟฟ้าดังกล่าว ผู้ตายถึงแก่ความตายทันที ผู้เสียหายซึ่งนั่งซ้อนท้ายรถได้รับอันตรายสาหัสเช่นนี้ เห็นได้ว่า จำเลยจงใจจะให้รถผู้ตายแล่นเข้าชนกำแพงรั้วและเสาไฟฟ้าอย่างแรง โดยผู้ตายไม่มีทางขับรถหลบหลีกไปได้เลยจำเลยย่อมเล็งเห็นผลของการกระทำของจำเลยได้ว่า เป็นการกระทำที่จะทำให้ผู้ตายและผู้เสียหายซึ่งนั่งบนรถจักรยานยนต์ถึงแก่ความตายได้ ถือได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้ตายและผู้เสียหาย เมื่อผู้ตายถึงแก่ความตายและผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสเพราะการกระทำดังกล่าว จำเลยจึงมีความผิดตามฟ้อง ที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าจำเลยมีเจตนาเพียงแต่ทำร้ายร่างกายผู้ตายและผู้เสียหายเท่านั้น ไม่ต้องด้วยความเห็นของศาลฎีกา ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนากับฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 กับมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 ตามลำดับ ให้ลงโทษตามมาตรา 288ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 20 ปี ข้อนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา นับเป็นเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 หนึ่งในสาม คงจำคุกจำเลย 13 ปี 4 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

💡 Ce que cela signifie pour vous 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ

Driving can be intentional killing. What moves a fatal collision from Section 291 to Section 288 is not speed on its own but a deliberate manoeuvre in a place that leaves the other party nowhere to go, because that is what supplies foresight of death. The evidence that decides it is physical: the width of the road, what lines it, whether the other vehicle could have avoided the impact, and whether the manoeuvre was sudden and deliberate rather than a loss of control.
การขับรถอาจเป็นการฆ่าโดยเจตนาได้ สิ่งที่ทำให้เหตุชนกันเปลี่ยนจากมาตรา 291 เป็นมาตรา 288 มิใช่ความเร็วเพียงลำพัง แต่คือการบังคับรถโดยจงใจในที่ซึ่งอีกฝ่ายไม่มีทางหลบหลีก เพราะนั่นคือสิ่งที่ทำให้ย่อมเล็งเห็นผลถึงความตายได้ พยานหลักฐานที่ชี้ขาดคือข้อเท็จจริงทางกายภาพ ได้แก่ ความกว้างของถนน สิ่งที่อยู่สองข้างทาง อีกฝ่ายหลบหลีกได้หรือไม่ และการบังคับรถนั้นเป็นการกระทำโดยจงใจอย่างกะทันหันหรือเป็นการเสียหลัก

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

When is causing a fatal crash murder rather than assault causing death in Thailand? การขับรถจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย เป็นการฆ่าโดยเจตนาเมื่อใด?

When the driver could foresee that death would follow. In Decision 2790/2531 the defendant cut across the deceased's motorcycle at speed in a narrow lane walled on both sides, forcing it into the wall and an electricity pole. The Supreme Court held that carries foresight of death, so it is intentional murder under Section 288 and attempted murder under Section 288 with Section 80, not negligent homicide under Section 291 or assault causing death under Section 290 as the courts below had found.

เมื่อผู้ขับย่อมเล็งเห็นผลว่าจะทำให้ถึงแก่ความตายได้ ศาลฎีกาวินิจฉัยในคำพิพากษาที่ 2790/2531 ว่า การขับรถปาดหน้า รถจักรยานยนต์ของผู้ตายด้วยความเร็วสูงในซอยแคบซึ่งมีกำแพงรั้วสองข้าง จนรถผู้ตายพุ่งชนกำแพงและเสาไฟฟ้า ย่อมเล็งเห็นผลได้ว่า ผู้ตายและผู้เสียหายอาจถึงแก่ความตาย จึงเป็นความผิดตาม ป.อ. มาตรา 288 และมาตรา 288 ประกอบมาตรา 80 มิใช่เพียงกระทำโดยประมาท ตามมาตรา 291 หรือทำร้ายจนถึงแก่ความตายตามมาตรา 290 ดังที่ศาลล่างวินิจฉัย

meurtre intention de tuer homicide involontaire par véhicule prévisibilité Article 288 collision délibérée

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous