Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 8015/2551 คำพิพากษาที่ 8015/2551 2008 (BE 2551)

Une superficie non enregistrée lie toujours les parties qui l'ont signée : tout simplement pas les tiers สิทธิเหนือพื้นดินที่ไม่ได้จดทะเบียน ยังคงผูกพันคู่สัญญา แม้ไม่ใช่ทรัพยสิทธิที่ใช้ยันบุคคลภายนอกได้

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

Les droits réels tels que les droits d'habitation et superficie doit être enregistré à Bureau foncier prendre effet en tant que droits réels et pleins opposables aux tiers (CCC §1299 paragraph 2). However, lack of registration does not void the underlying agreement: it remains valid as a personal-rights (in personam) contract between the original parties. Where a landowner agreed in writing that the holder of habitation could occupy until the structure was so dilapidated as to be uninhabitable, that promise binds the landowner, and the holder cannot be evicted until both conditions (severe deterioration + uninhabitability) are met.

บันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์กับมารดาจำเลยเป็นบันทึกที่ก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดิน ซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบริบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิใช้ยันบุคคลภายนอกได้ แต่แม้ไม่ได้จดทะเบียน ก็หาทำให้เป็นโมฆะไม่ ยังคงบังคับกันได้ในฐานะบุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญา โจทก์ไม่อาจขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องแถวพิพาทได้จนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

La demanderesse et la mère des défendeurs ont signé une convention écrite autorisant cette dernière et les personnes à sa charge à occuper quatre locaux commerciaux situés sur le terrain de la demanderesse ' jusqu'à ce que les bâtiments soient inhabitables '. Cette convention n'a jamais été enregistrée. Après le décès de la mère, la demanderesse a intenté une action en expulsion contre les défendeurs. La Cour suprême a statué que la convention non enregistrée ne pouvait créer de droit réel opposable à des tiers, mais qu'elle constituait un contrat liant les parties initiales (et leurs ayants droit). La demanderesse ne pouvait donc pas expulser les défendeurs, la condition d'inhabitabilité n'étant pas encore remplie.
โจทก์และมารดาของจำเลยทำบันทึกข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรอนุญาตให้มารดาและบริวารอยู่อาศัยในห้องแถว 4 ห้องบนที่ดินของโจทก์ 'จนกว่าอาคารจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้' บันทึกไม่ได้จดทะเบียน เมื่อมารดาถึงแก่กรรม โจทก์ฟ้องขับไล่ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บันทึกที่ไม่ได้จดทะเบียนไม่อาจสร้างทรัพยสิทธิใช้ยันบุคคลภายนอกได้ แต่ยังเป็นบุคคลสิทธิที่ผูกพันคู่สัญญาเดิม (และผู้สืบสิทธิ) โจทก์จึงยังไม่อาจขับไล่จำเลยจนกว่าจะครบเงื่อนไขการทรุดโทรม

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

Real rights such as rights of habitation and superficies must be registered at the Land Office to take effect as full real rights enforceable against third parties (CCC §1299 paragraph 2). However, lack of registration does not void the underlying agreement: it remains valid as a personal-rights (in personam) contract between the original parties. Where a landowner agreed in writing that the holder of habitation could occupy until the structure was so dilapidated as to be uninhabitable, that promise binds the landowner, and the holder cannot be evicted until both conditions (severe deterioration + uninhabitability) are met.
บันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์กับมารดาจำเลยเป็นบันทึกที่ก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดิน ซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบริบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิใช้ยันบุคคลภายนอกได้ แต่แม้ไม่ได้จดทะเบียน ก็หาทำให้เป็นโมฆะไม่ ยังคงบังคับกันได้ในฐานะบุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญา โจทก์ไม่อาจขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องแถวพิพาทได้จนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ตามที่ตกลงกันไว้

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 8015/2551. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 8015/2551 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

ตามบันทึกข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่างโจทก์กับ ช. มารดาจำเลยทั้งสองนั้นเป็นบันทึกข้อตกลงที่ก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินซึ่งจะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบริบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิใช้ยันบุคคลภายนอกได้ แต่แม้จะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็หาทำให้เป็นโมฆะเสียเปล่าไม่ ยังคงบังคับกันได้ในฐานะเป็นบุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญา เมื่อโจทก์เป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นบุคคลภายนอกที่จะได้รับความคุ้มครองตาม ป.พ.พ. มาตรา 1299 วรรคสอง
บันทึกข้อตกลงระบุให้ ช. และบริวารอยู่อาศัยในห้องแถวทั้งสี่ห้องจนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ อันเป็นข้อตกลงที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดแจ้งว่า ช. และบริวารสามารถอยู่อาศัยในห้องแถวพิพาทซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของโจทก์ได้จนกว่าห้องแถวนั้นจะทรุดโทรมประการหนึ่งและการทรุดโทรมนั้นต้องทำให้ไม่สามารถอยู่ในห้องแถวได้อีกประการหนึ่ง เมื่อครบทั้งสองประการดังกล่าว ช. และบริวารจึงจะอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์ต่อไปไม่ได้ต้องออกไปจากที่ดินของโจทก์ ซึ่งเงื่อนไขทั้งสองประการเป็นที่เห็นได้ว่าการทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้นั้น ไม่อาจกำหนดเวลาได้ว่าจะทรุดโทรมเมื่อใดและเมื่อทรุดโทรมแล้วเมื่อใดจึงจะถือว่าอยู่อาศัยไม่ได้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าบันทึกข้อตกลงเป็นการก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินโดยมีกำหนดเวลา อันจะต้องบังคับตาม ป.พ.พ. มาตรา 1412 วรรคสอง ประกอบมาตรา 1403 วรรคสาม
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 15707 ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้ยินยอมให้นางชื้น ปลูกสร้างห้องแถวเลขที่ 207-209 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ อยู่อาศัย เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2510 โจทก์และนางชื้นได้ทำเป็นบันทึกข้อตกลงโดยโจทก์ยินยอมให้นางชื้นได้อยู่อาศัยในห้องแถวดังกล่าวจนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ ต่อมานางชื้นถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรและบริวารยังคงอาศัยในห้องแถวดังกล่าวไม่ยอมรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างออกไปจากที่ดินโจทก์ โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยทั้งสองพร้อมบริวารขนย้ายทรัพย์สินออกไปหลายครั้งแล้วแต่จำเลยทั้งสองเพิกเฉยกลับทำการต่อเติมห้องแถวจึงถือว่าเป็นการผิดสัญญาบันทึกที่นางชื้นทำไว้กับโจทก์ในข้อสาระสำคัญ และนับจากวันทำบันทึก จำเลยทั้งสองอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์มาเกินกว่า 30 ปีแล้ว การอยู่อาศัยของจำเลยทั้งสองเป็นการละเมิดสิทธิของโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างห้องแถวเลขที่ 207-209 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ ของโจทก์และห้ามจำเลยทั้งสองและบริวารเกี่ยวข้องกับที่ดินโจทก์อีกต่อไป ให้จำเลยทั้งสองส่งมอบที่ดินแก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อย และให้จำเลยทั้งสองร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ 1,000 บาท นับถัดจากวันฟ้องจนกว่าจำเลยทั้งสองจะรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างห้องแถวเลขที่ดังกล่าวและขนย้ายทรัพย์สินพร้อมทั้งบริวารออกไป
จำเลยทั้งสองให้การว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม จำเลยทั้งสองมิได้กระทำละเมิดและมิได้โต้แย้งสิทธิโจทก์ บันทึกถ้อยคำทำขึ้นในขณะที่นางชื้นมารดาของจำเลยทั้งสองมีอายุประมาณ 67 ปี โดยมารดาจำเลยทั้งสองยินยอมยกที่ดินเนื้อที่ 13 ไร่ 3 งานเศษ ให้แก่โจทก์ และโจทก์ยินยอมให้ฝ่ายนางชื้นและนายนิ่ม พร้อมทั้งบริวารอาศัยอยู่ในห้องแถวทั้งสี่ห้องจนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้เดินเข้าออกในวัดได้พร้อมทั้งยานพาหนะเท่าที่จำเป็นและยินยอมให้ซ่อมแซมได้จึงเป็นสัญญาต่างตอบแทน เมื่อนางชื้นถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองในฐานะบริวารของนางชื้นมีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะอยู่อาศัยในห้องแถวพิพาทจนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ จำเลยทั้งสองมิได้กระทำการต่อเติมห้องแถวพิพาทอันเป็นการผิดสัญญาตามที่โจทก์อ้าง และโจทก์มิได้เสียหายเพราะจำเลยทั้งสองอยู่ตามสิทธิโดยชอบแห่งข้อสัญญาต่างตอบแทน ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ
ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงที่คู่ความมิได้โต้เถียงกันในชั้นฎีกาฟังเป็นยุติว่า โจทก์เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายและเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินโฉนดเลขที่ 15707 ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ นางชื้น เป็นมารดาจำเลยทั้งสอง โจทก์ยินยอมให้นางชื้นปลูกสร้างห้องแถวเลขที่ 207-209 หมู่ที่ 1 ตำบลหนองโพ อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ อยู่อาศัยในที่ดินโจทก์ ต่อมา วันที่ 28 กันยายน 2510 โจทก์และนางชื้นได้ทำบันทึกข้อตกลงโดยโจทก์ยินยอมให้นางชื้นอยู่อาศัยในห้องแถวดังกล่าวจนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ โดยนางชื้นได้ยกที่ดินเนื้อที่ 13 ไร่ 3 งานเศษ ให้แก่โจทก์ ต่อมานางชื้นถึงแก่กรรม จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรและบริวารยังคงพักอาศัยอยู่ในห้องแถวดังกล่าว และจำเลยทั้งสองได้ก่อสร้างกำแพงคอนกรีตด้านข้างฝาบ้าน โดยฝาบ้านไม้เดิมยังคงอยู่เหมือนเดิม และเปลี่ยนประตูหน้าบ้านจากประตูไม้เป็นประตูเหล็กและทำหลังคาขึ้นใหม่มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการแรกว่า จำเลยทั้งสองมีสิทธิอาศัยอยู่ในที่ดินของโจทก์หรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลงที่ทำขึ้นระหว่างโจทก์กับนางชื้นมารดาจำเลยทั้งสองนั้น เป็นบันทึกข้อตกลงที่ก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดินซึ่งจะต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบริบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิใช้ยันบุคคลภายนอกได้แต่แม้จะมิได้จดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็หาทำให้เป็นโมฆะเสียเปล่าไม่ ยังคงบังคับกันได้ในฐานะเป็นบุคคลสิทธิระหว่างคู่สัญญา เมื่อโจทก์เป็นคู่สัญญาตามบันทึกข้อตกลงดังกล่าวจึงถือไม่ได้ว่าโจทก์เป็นบุคคลภายนอกที่จะได้รับความคุ้มครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรคสอง เมื่อบันทึกข้อตกลงในข้อ (3) ระบุให้นางชื้นและบริวารอยู่อาศัยในห้องแถวทั้งสี่ห้องจนกว่าจะทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ อันเป็นข้อตกลงที่ระบุเงื่อนไขไว้ชัดแจ้งว่านางชื้นและบริวารสามารถอยู่อาศัยในห้องแถวพิพาทซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินของโจทก์ได้จนกว่าห้องแถวนั้นจะทรุดโทรมประการหนึ่งและการทรุดโทรมนั้นต้องทำให้ไม่สามารถอยู่ในห้องแถวได้อีกประการหนึ่ง เมื่อครบทั้งสองประการดังกล่าว นางชื้นและบริวารจึงจะอยู่อาศัยในที่ดินของโจทก์ต่อไปไม่ได้ต้องออกไปจากที่ดินของโจทก์ ซึ่งเงื่อนไขทั้งสองประการเป็นที่เห็นได้ว่าการทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้นั้น ไม่อาจกำหนดเวลาได้ว่าจะทรุดโทรมเมื่อใดและเมื่อทรุดโทรมแล้วเมื่อใดจึงจะถือว่าอยู่อาศัยไม่ได้ กรณีจึงถือไม่ได้ว่าบันทึกข้อตกลงเป็นการก่อให้เกิดสิทธิเหนือพื้นดินโดยมีกำหนดเวลา อันจะต้องบังคับตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1412 วรรคสอง ประกอบมาตรา 1403 วรรคสาม แต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้น
มีปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ประการต่อไปว่า การที่จำเลยทั้งสองทำกำแพงคอนกรีตเป็นฝาบ้านแทนฝาบ้านที่เป็นไม้เดิมโดยฝาบ้านไม้เดิมยังคงอยู่ เปลี่ยนประตูบ้านจากประตูไม้เป็นประตูเหล็ก และทำหลังคาขึ้นใหม่ เป็นการผิดเงื่อนไขตามบันทึกข้อตกลงหรือไม่ เห็นว่า ตามบันทึกข้อตกลง ข้อ (3) นอกจากจะระบุเหตุที่นางชื้นและบริวารจะต้องออกไปจากที่ดินของโจทก์ต่อเมื่อห้องแถวทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้แล้ว ในตอนท้ายของข้อ (3) ดังกล่าวยังระบุชัดแจ้งว่ายินยอมให้ซ่อมแซมได้ อันหมายความว่าแม้ห้องแถวจะทรุดโทรมก็ตาม แต่ถ้ายังสามารถใช้อยู่อาศัยได้ถ้าได้ทำการซ่อมแซมแล้ว โจทก์ยินยอมให้ทำการซ่อมแซมได้ ซึ่งตามฟ้องโจทก์มิได้กล่าวอ้างว่าห้องแถวดังกล่าวทรุดโทรมแต่อย่างใด ทั้งมิได้กล่าวอ้างว่าทรุดโทรมจนอยู่อาศัยไม่ได้ด้วย โจทก์กล่าวอ้างแต่เพียงว่า จำเลยทั้งสองซึ่งเป็นบุตรนางชื้นอยู่อาศัยในห้องแถวในที่ดินของโจทก์เกินกว่า 30 ปีแล้ว และได้ทำการต่อเติมห้องแถวอันเป็นการผิดเงื่อนไขตามบันทึกข้อตกลงเท่านั้น ประกอบกับโจทก์ก็ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่า ห้องแถวดังกล่าวทรุดโทรมจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้แต่อย่างใด คงสืบแต่เพียงว่าจำเลยทั้งสองต่อเติมห้องแถวอันเป็นการผิดเงื่อนไขตามบันทึกข้อตกลงและอยู่มาเกินกว่า 30 ปีแล้วเท่านั้น ข้อเท็จจริงจึงต้องฟังว่าห้องแถวอยู่ในสภาพที่ซ่อมแซมเพื่อใช้อยู่อาศัยต่อไปได้ ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 เห็นว่า การที่จำเลยทั้งสองก่อกำแพงเป็นคอนกรีตข้างฝาบ้านโดยด้านในของห้องแถวยังเป็นฝาไม้อยู่เช่นเดิมก็ดี การเปลี่ยนหลังคาและเปลี่ยนประตูไม้เป็นประตูเหล็กก็ดี เป็นการซ่อมแซมเพื่อให้อยู่อาศัยในห้องแถวได้เท่านั้น มิได้ก่อให้เกิดภาระเพิ่มขึ้นแก่โจทก์ และเป็นการทำตามที่บันทึกข้อตกลงอนุญาตให้ซ่อมแซมได้ จำเลยทั้งสองจึงไม่ได้ทำผิดบันทึกข้อตกลง โจทก์จึงไม่มีสิทธิฟ้องขับไล่จำเลยทั้งสองและเรียกค่าเสียหายนั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจทก์ในข้อนี้ฟังไม่ขึ้นเช่นกัน"
พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาให้เป็นพับ

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Quel est le principe juridique énoncé dans la décision 8015/2551 ? คำพิพากษาฎีกาที่ 8015/2551 วินิจฉัยอย่างไร?

Les droits réels, tels que les droits d'habitation et de superficie, doivent être inscrits au cadastre pour constituer des droits réels opposables aux tiers (article 1299, paragraphe 2 du Code civil). Toutefois, l'absence d'inscription n'entraîne pas la nullité de la convention sous-jacente : celle-ci demeure valable.

บันทึกข้อตกลงระหว่างโจทก์กับมารดาจำเลยเป็นบันทึกที่ก่อตั้งสิทธิเหนือพื้นดิน ซึ่งต้องจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่จึงจะบริบูรณ์เป็นทรัพยสิทธิใช้ยันบุคคลภายนอกได้ แต่แม้ไม่ได้จดทะเบียน ก็หาทำให้เป็นโมฆะไม่ ยังคงบังคับกันได้ในฐานะบุคคลสิทธิระ…

Quelle section du CCC s'applique ? มาตราใดในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

Article 1403 du CCC (également §1299)

มาตรา 1403 (และมาตรา 1299)

droit d'habitation Thaïlande article 1403 ccc article 1299 ccc superficies non enregistrées Thaïlande droits personnels fonciers en Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous