Point de repère คำพิพากษาสำคัญ Code civil et commercialป.พ.พ. Décision 3230/2568 คำพิพากษาที่ 3230/2568 2025 (BE 2568)

Le locataire-acquéreur ne peut pas récupérer une voiture mise en gage par sa mère ผู้เช่าซื้อไม่มีอำนาจฟ้องเรียกคืนรถที่มารดานำไปจำนำ

Sections du CCC : มาตรา ป.พ.พ.:

⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ

A gage sous CCC section 747 is a contract by which one person delivers movable property to another as security for the performance of an obligation, and it binds only the pledgor and the pledgee. A person who is not a party to it can assert no right under it, and cannot redeem on the pledgor's behalf without the pledgor's authority. A location-vente lessee is not the owner while the hire-purchase is running, and a lessee who has given another the exclusive possession and use of the thing has no right to follow it and recover it from a pledgee under CCC section 1336. The claim was dismissed for want of standing, the Supreme Court reversing an order that the car be returned or its value paid.

สัญญาจำนำตาม ป.พ.พ. มาตรา 747 คือสัญญาที่บุคคลหนึ่งส่งมอบสังหาริมทรัพย์ให้แก่อีกบุคคลหนึ่งเป็นประกันการชำระหนี้ และผูกพันเฉพาะผู้จำนำกับผู้รับจำนำ ผู้ที่มิใช่คู่สัญญาย่อมไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาจำนำ และจะขอไถ่ถอนแทนผู้จำนำโดยไม่ได้รับมอบอำนาจก็ไม่ได้ อีกทั้งผู้เช่าซื้อมิใช่เจ้าของทรัพย์ในระหว่างที่สัญญาเช่าซื้อยังไม่สิ้นสุด และเมื่อได้มอบการครอบครองและการใช้ทรัพย์ให้เป็นสิทธิขาดของผู้อื่นแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนจากผู้รับจำนำตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร

The plaintiff hire-purchased a car and left it in his mother's use and possession; she was also his garant and paid instalments alongside him. Without telling him she pawned it to the defendant. He offered 40,000 baht to redeem it, the defendant wanted 500,000 baht covering her other borrowings as well, and he sued for the car or its value. The Court of Appeal Region 8 ordered the car returned or 285,000 baht paid. The Supreme Court reversed and dismissed the claim. He was not a party to the pledge, and his mother had authorised him neither to redeem nor to sue on her behalf. He was also not the owner, the finance company was, and he had given his mother exclusive possession and use of the car. He therefore had no right to follow the car and no standing to sue for it or for its value. Two things are worth adding for anyone in the same position. The trial court had dismissed the claim expressly without prejudice to his bringing it again, and the Supreme Court's reversal restores that dismissal, so the door is not closed to a properly constituted claim. And he was already under judgment to return this very car: the finance company had terminated the hire purchase and sued him and his mother, and the court had ordered them to hand it back or pay 285,000 baht.
โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์จากบริษัทผู้ให้เช่าซื้อ โดยมีมารดาเป็นผู้ค้ำประกัน และมอบให้มารดาเป็นผู้ใช้และครอบครองรถ ต่อมามารดานำรถไปจำนำไว้กับจำเลยโดยโจทก์ไม่ทราบ โจทก์ขอไถ่ถอนในราคา 40,000 บาท แต่จำเลยให้ไถ่ถอนรวมกับหนี้รายอื่นของมารดาเป็นเงิน 500,000 บาท โจทก์จึงฟ้องเรียกรถคืนหรือให้ใช้ราคา ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาให้จำเลยคืนรถหรือใช้ราคา 285,000 บาท ศาลฎีกาพิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง เพราะโจทก์มิใช่คู่สัญญาจำนำ ทั้งมารดาก็มิได้มอบอำนาจให้ไถ่ถอนหรือฟ้องคดีแทน และโจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อ มิใช่เจ้าของรถ ทั้งได้มอบการครอบครองและการใช้รถให้เป็นสิทธิขาดของมารดา จึงไม่มีสิทธิติดตามเอารถคืนและไม่มีอำนาจฟ้อง

Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A pledge under CCC section 747 is a contract by which one person delivers movable property to another as security for the performance of an obligation, and it binds only the pledgor and the pledgee. A person who is not a party to it can assert no right under it, and cannot redeem on the pledgor's behalf without the pledgor's authority. A hire-purchase lessee is not the owner while the hire-purchase is running, and a lessee who has given another the exclusive possession and use of the thing has no right to follow it and recover it from a pledgee under CCC section 1336. The claim was dismissed for want of standing, the Supreme Court reversing an order that the car be returned or its value paid.
สัญญาจำนำตาม ป.พ.พ. มาตรา 747 คือสัญญาที่บุคคลหนึ่งส่งมอบสังหาริมทรัพย์ให้แก่อีกบุคคลหนึ่งเป็นประกันการชำระหนี้ และผูกพันเฉพาะผู้จำนำกับผู้รับจำนำ ผู้ที่มิใช่คู่สัญญาย่อมไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาจำนำ และจะขอไถ่ถอนแทนผู้จำนำโดยไม่ได้รับมอบอำนาจก็ไม่ได้ อีกทั้งผู้เช่าซื้อมิใช่เจ้าของทรัพย์ในระหว่างที่สัญญาเช่าซื้อยังไม่สิ้นสุด และเมื่อได้มอบการครอบครองและการใช้ทรัพย์ให้เป็นสิทธิขาดของผู้อื่นแล้ว ย่อมไม่มีสิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนจากผู้รับจำนำตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 ศาลฎีกาจึงพิพากษากลับ ให้ยกฟ้องเพราะโจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม

Voici le texte intégral de l'arrêt n° 3230/2568 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.

มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำรถยนต์พิพาท โจทก์ไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาจำนำระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลยได้ ทั้งการที่โจทก์จะขอไถ่ถอนจำนำแทนมารดาโจทก์ก็ได้ความว่ามารดาโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ไถ่ถอนแทน ในการฟ้องคดีนี้มารดาโจทก์ก็ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีแทนเช่นกัน โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากบริษัท น. ผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาท การที่โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทประกอบกับโจทก์ได้มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทให้เป็นสิทธิขาดของมารดาโจทก์ที่จะใช้สอยรถยนต์พิพาทจึงไม่มีสิทธิติดตามเอารถยนต์พิพาทคืนจากจำเลย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนรถยนต์พิพาทหรือใช้ราคา โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนให้แก่โจทก์ในสภาพเรียบร้อยและใช้การได้ดีพร้อมกับรับเงิน 40,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปี จากโจทก์ หากไม่ดำเนินการขอให้จำเลยชดใช้ราคาแทนเป็นเงิน 379,995 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่วันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนให้แก่โจทก์ จำเลยให้การขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ แต่ไม่ตัดสิทธิโจทก์ที่จะฟ้องใหม่ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษากลับให้จำเลยส่งมอบรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ขก xxx สุราษฎร์ธานี คืนโจทก์ในสภาพเรียบร้อยใช้การได้ดี หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทนเป็นเงิน 285,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้อง (วันที่ 14 ธันวาคม 2563) เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และอัตราร้อยละ 5 ต่อปี ตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไป ให้ปรับเปลี่ยนลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้ตามที่พระราชกฤษฎีกาซึ่งตราขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 7 (ใหม่) บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละสองต่อปี แต่ต้องไม่เกินอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ตามที่โจทก์ขอ กับให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์แทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 8,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีทั้งสองศาลให้เป็นพับ จำเลยฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติในชั้นนี้ว่า โจทก์เป็นบุตรนางภัทรียา โจทก์ทำสัญญาเช่าซื้อรถยนต์ หมายเลขทะเบียน ขก xxx สุราษฎร์ธานี กับบริษัท น. โดยมีนางภัทรียาเป็นผู้ค้ำประกัน ต่อมานางภัทรียานำรถยนต์พิพาทที่เช่าซื้อไปจำนำเพื่อประกันหนี้กู้ยืมกับจำเลย โจทก์และนางภัทรียา ติดต่อขอไถ่รถยนต์คืนจากจำเลย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้โดยฝ่ายโจทก์และนางภัทรียาจะขอไถ่ถอนจำนำในจำนวน 40,000 บาท ส่วนจำเลยจะให้โจทก์และนางภัทรียาไถ่ถอนจำนำพร้อมทรัพย์สินอื่นที่นางภัทรียานำมาประกันหนี้กู้ยืมเงินรวม 500,000 บาท โจทก์ไม่สามารถชำระค่าเช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อ บริษัท น. ผู้ให้เช่าซื้อบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อและยื่นฟ้องโจทก์ผู้เช่าซื้อและนางภัทรียาผู้ค้ำประกันต่อศาลชั้นต้น และศาลชั้นต้นพิพากษาให้โจทก์ (จำเลยที่ 1) และนางภัทรียา (จำเลยที่ 2) ส่งมอบรถยนต์คันที่เช่าซื้อคืน หากคืนไม่ได้ให้ใช้ราคาแทน 285,000 บาท คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องให้จำเลยส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนหรือใช้ราคาหรือไม่ เห็นว่า โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับจำนำรถยนต์พิพาทจากนางภัทรียามารดาโจทก์ในราคา 40,000 บาท และมีคำขอให้จำเลยรับเงิน 40,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากโจทก์ แล้วส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำ นางภัทรียามารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทมาจำนำกับจำเลยในวงเงิน 300,000 บาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์กล่าวอ้าง จำเลยปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่โจทก์ แต่ได้ความตามที่โจทก์นำสืบและเบิกความว่า นางภัทรียามารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน นางภัทรียามารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างนางภัทรียามารดาโจทก์กับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำรถยนต์พิพาท โจทก์ไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาจำนำระหว่างนางภัทรียามารดาโจทก์กับจำเลยได้ ทั้งการที่โจทก์จะขอไถ่ถอนจำนำแทนนางภัทรียามารดาโจทก์ ก็ได้ความว่านางภัทรียามารดาโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์มาไถ่ถอนแทน ในการฟ้องคดีนี้นางภัทรียามารดาโจทก์ก็ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีแทนอีกเช่นกัน โดยนางภัทรียามารดาโจทก์มาเป็นพยานโจทก์เบิกความว่า จำนำรถยนต์พิพาทกับจำเลยหลายครั้งเพื่อนำเงินไปเล่นการพนันเท่านั้น นอกจากนั้น โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากบริษัท น. ผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาท การที่โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทประกอบกับโจทก์ได้มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทให้เป็นสิทธิขาดของนางภัทรียามารดาโจทก์ที่จะใช้สอยรถยนต์พิพาทจึงไม่มีสิทธิติดตามเอารถยนต์พิพาทคืนจากจำเลย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนรถยนต์พิพาทหรือใช้ราคา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง

Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย

Who can sue to recover a car that someone else has pawned? ใครมีอำนาจฟ้องเรียกคืนรถที่ผู้อื่นนำไปจำนำ

Only a person with a right in the car itself. A pledge binds only the pledgor and the pledgee, so someone who is not a party to it can assert nothing under it and cannot redeem on the pledgor's behalf without authority. In Decision 3230/2568 the plaintiff had neither: his mother pawned the car and gave him no authority to redeem it or to sue for her.

เฉพาะผู้ที่มีสิทธิในตัวทรัพย์นั้น สัญญาจำนำผูกพันเฉพาะผู้จำนำกับผู้รับจำนำ ผู้ที่มิใช่คู่สัญญาจึงอ้างสิทธิตามสัญญาจำนำไม่ได้ และจะไถ่ถอนแทนผู้จำนำโดยไม่ได้รับมอบอำนาจก็ไม่ได้ ในคำพิพากษาฎีกาที่ 3230/2568 โจทก์ไม่มีทั้งสองอย่าง เพราะมารดาเป็นผู้นำรถไปจำนำและมิได้มอบอำนาจให้โจทก์ไถ่ถอนหรือฟ้องคดีแทน

Does paying the hire-purchase instalments make you the owner for the purpose of recovering the car? การผ่อนชำระค่าเช่าซื้อทำให้เป็นเจ้าของรถจนมีสิทธิเรียกคืนหรือไม่

No. While the hire-purchase is running the lessor remains the owner. In Decision 3230/2568 the plaintiff was only the lessee, and he had also handed his mother exclusive possession and use of the car, so he had no right to follow it under CCC section 1336 and no standing to sue the pledgee.

ไม่ ในระหว่างที่สัญญาเช่าซื้อยังไม่สิ้นสุด ผู้ให้เช่าซื้อยังคงเป็นเจ้าของ ในคำพิพากษาฎีกาที่ 3230/2568 โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อ ทั้งยังมอบการครอบครองและการใช้รถให้เป็นสิทธิขาดของมารดา จึงไม่มีสิทธิติดตามเอาทรัพย์คืนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 และไม่มีอำนาจฟ้องผู้รับจำนำ

promesse du candidat Thaïlande article 1336 ccc récupération de biens mis en gage en Thaïlande location-vente en Thaïlande serment non autorisé en Thaïlande

📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

Sébastien H. Brousseau LL.B., B.Sc. Consultant juridique étranger
Wichuda Atthatmethakon LL.M. Avocat et notaire thaïlandais

Examiné et annoté par des professionnels du droit qualifiés ayant plus de 18 ans d'expérience en droit thaïlandais.

ตรวจสอบและอธิบายโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์การปฏิบัติงานด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.

Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต

Retour en haut de la page
WhatsApp LINE Appeler Rendez-vous