แลนด์มาร์ค คำพิพากษาสำคัญ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ป.พ.พ. คำตัดสินที่ 3230/2568 คำพิพากษาที่ 3230/2568 2025 (พ.ศ. 2568)

เจ้าของสามารถเรียกคืนทรัพย์สินที่ผู้อื่นนำไปจำนำโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจากสิทธิพิเศษจำนำเมื่อถึงเวลาที่ต้องจำนำโดยนักกีฬาอิสระมอบอำนาจ

ส่วนต่างๆ ของ CCC: ไทม์ ป.พ.พ.:

⚖️ ข้อสรุปสำคัญ ⚖️ประเด็นสำคัญ

เอ pledge contract binds only its parties. Where a non-owner (here, the plaintiff's mother) pawns a vehicle without the owner's authorization, the pledgee acquires no security right enforceable against the true owner. The true owner — even if only a การเช่าซื้อ lessee at the time — may exercise the right to recover the property under ซีซีซี §1336 once title has vested, without needing to pay any redemption amount to the pledgee.

สัญญาจำนำผูกพันเฉพาะคู่สัญญา การที่ผู้ไม่ใช่เจ้าของ (ในคดีนี้คือมารดาโจทก์) นำรถยนต์ไปจำนำโดยไม่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของ ผู้รับจำนำย่อมไม่ได้ทรัพยสิทธิที่จะยกขึ้นใช้ยันเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงได้ เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง — แม้ขณะจำนำจะเป็นเพียงผู้เช่าซื้อ — มีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 เมื่อกรรมสิทธิ์ตกเป็นของตนแล้ว โดยไม่ต้องชำระเงินไถ่ถอนให้แก่ผู้รับจำนำ

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร บทสรุป

The plaintiff's mother used and possessed the disputed car and jointly paid hire-purchase instalments with the plaintiff. Without the plaintiff's knowledge, the mother pledged the car to the defendant for THB 40,000. The Supreme Court held that the pledge contract is a matter strictly between the mother and the defendant; the plaintiff, not being a party, cannot assert rights under it, nor can the plaintiff redeem on the mother's behalf without authorization. However, because the plaintiff later completed the hire-purchase and became the lawful owner, the plaintiff may invoke the owner's right of recovery under CCC §1336 directly against the defendant pledgee — without paying any redemption.
มารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน มารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยในราคา 40,000 บาท โดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า การจำนำรถยนต์พิพาทเป็นเรื่องระหว่างมารดาโจทก์กับจำเลยเท่านั้น เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำ ย่อมไม่อาจอ้างสิทธิตามสัญญาจำนำ ทั้งการขอไถ่ถอนแทนมารดาก็ทำไม่ได้เพราะไม่มีการมอบอำนาจ อย่างไรก็ตาม เมื่อต่อมาโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อจนได้กรรมสิทธิ์ในรถยนต์ โจทก์ย่อมมีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนจากผู้รับจำนำตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 โดยไม่ต้องชำระเงินไถ่ถอน

คำตัดสินของศาล (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)

A pledge contract binds only its parties. Where a non-owner (here, the plaintiff's mother) pawns a vehicle without the owner's authorization, the pledgee acquires no security right enforceable against the true owner. The true owner — even if only a hire-purchase lessee at the time — may exercise the right to recover the property under CCC §1336 once title has vested, without needing to pay any redemption amount to the pledgee.
สัญญาจำนำผูกพันเฉพาะคู่สัญญา การที่ผู้ไม่ใช่เจ้าของ (ในคดีนี้คือมารดาโจทก์) นำรถยนต์ไปจำนำโดยไม่ได้รับมอบอำนาจจากเจ้าของ ผู้รับจำนำย่อมไม่ได้ทรัพยสิทธิที่จะยกขึ้นใช้ยันเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริงได้ เจ้าของกรรมสิทธิ์ที่แท้จริง — แม้ขณะจำนำจะเป็นเพียงผู้เช่าซื้อ — มีสิทธิติดตามและเอาคืนซึ่งทรัพย์สินของตนตาม ป.พ.พ. มาตรา 1336 เมื่อกรรมสิทธิ์ตกเป็นของตนแล้ว โดยไม่ต้องชำระเงินไถ่ถอนให้แก่ผู้รับจำนำ

คำตัดสินของศาลเต็มคณะ คำพิพากษาฉบับเต็ม

The following is the full text of Supreme Court Decision No. 3230/2568. Source: deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3230/2568 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th

กำลังจัดทำคำแปลภาษาอังกฤษและจะพร้อมใช้งานในเร็วๆ นี้.

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยรับจำนำรถยนต์พิพาทจากนางภัทรียามารดาโจทก์ในราคา 40,000 บาท และมีคำขอให้จำเลยรับเงิน 40,000 บาท และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 15 ต่อปีจากโจทก์ แล้วส่งมอบรถยนต์พิพาทคืนโจทก์ จำเลยให้การต่อสู้ว่าโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำ นางภัทรียามารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทมาจำนำกับจำเลยในวงเงิน 300,000 บาท โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เมื่อโจทก์กล่าวอ้าง จำเลยปฏิเสธ ภาระการพิสูจน์จึงตกแก่โจทก์ แต่ได้ความตามที่โจทก์นำสืบและเบิกความว่า นางภัทรียามารดาโจทก์เป็นผู้ใช้และครอบครองรถยนต์รวมทั้งร่วมกับโจทก์ผ่อนชำระค่าเช่าซื้อด้วยกัน นางภัทรียามารดาโจทก์นำรถยนต์พิพาทไปจำนำกับจำเลยโดยที่โจทก์ไม่ทราบเรื่อง เช่นนี้ การจำนำรถยนต์พิพาทจึงเป็นเรื่องระหว่างนางภัทรียามารดาโจทก์กับจำเลย เมื่อโจทก์ไม่ใช่คู่สัญญาจำนำรถยนต์พิพาท โจทก์ไม่อาจอ้างสิทธิใด ๆ ตามสัญญาจำนำระหว่างนางภัทรียามารดาโจทก์กับจำเลยได้ ทั้งการที่โจทก์จะขอไถ่ถอนจำนำแทนนางภัทรียามารดาโจทก์ ก็ได้ความว่านางภัทรียามารดาโจทก์ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์มาไถ่ถอนแทน ในการฟ้องคดีนี้นางภัทรียามารดาโจทก์ก็ไม่ได้มอบอำนาจให้โจทก์ฟ้องคดีแทนอีกเช่นกัน โดยนางภัทรียามารดาโจทก์มาเป็นพยานโจทก์เบิกความว่า จำนำรถยนต์พิพาทกับจำเลยหลายครั้งเพื่อนำเงินไปเล่นการพนันเท่านั้น นอกจากนั้น โจทก์เป็นเพียงผู้เช่าซื้อรถยนต์พิพาทจากบริษัท น. ผู้ให้เช่าซื้อซึ่งเป็นเจ้าของรถยนต์พิพาท การที่โจทก์ไม่ใช่เจ้าของรถยนต์พิพาทประกอบกับโจทก์ได้มอบการครอบครองและการใช้รถยนต์พิพาทให้เป็นสิทธิขาดของนางภัทรียามารดาโจทก์ที่จะใช้สอยรถยนต์พิพาทจึงไม่มีสิทธิติดตามเอารถยนต์พิพาทคืนจากจำเลย ดังนั้น โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้องให้จำเลยคืนรถยนต์พิพาทหรือใช้ราคา ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษามานั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ

มาตรารหัสที่อ้างอิง มาตราที่อ้างอิง

คำถามที่พบบ่อย เลย

What is the legal principle in Decision 3230/2568? คำพิพากษาฎีกาที่ 3230/2568 วินิจฉัยอย่างไร?

A pledge contract binds only its parties. Where a non-owner (here, the plaintiff's mother) pawns a vehicle without the owner's authorization, the pledgee acquires no security right enforceable against the true owner. The true owner — even if only a hire-purchase lessee at the tim...

สัญญาจำนำเฉพาะคู่สัญญาการที่ผู้ไม่ใช่เจ้าของ (ในคดีนี้เป็นของโจทก์) นำรถยนต์ไปจำนำโดยให้อำนาจจากเจ้าของที่จำนำย่อมไม่ได้ สมุนไพรพยสิทธิที่จะยกขึ้นใช้ยันเจ้าของข้อมูลส่วนตัวได้อย่างแท้จริงในการรับรู้อย่างแท้จริง — และในขณะที่จำนำจ...

มาตราใดของประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง? มาตราใดในกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่เกี่ยวข้อง?

The case is decided primarily under CCC Section 747 (also citing §1336).

คดีนี้วินิจฉัยตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 747 (และกฎหมายมาตรา 1336)

nominee pledge thailand section 1336 ccc recovery of pawned property thailand hire-purchase ownership thailand unauthorized pledge thailand

📖 อ่านเพิ่มเติมได้ที่ ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline

เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ นิติศาสตรบัณฑิต, วิทยาศาสตรบัณฑิต. ที่ปรึกษาด้านกฎหมายต่างประเทศ
วิชูดา อัตธัตเมธาคอน ปริญญาโทด้านกฎหมาย. ทนายความและโนตารีไทย

ตรวจสอบและแก้ไขโดยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายที่มีประสบการณ์ด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี.

การตัดและอธิบายโดยไม่ต้องกังวลทางกฎหมายด้านกฎหมายไทยมากกว่า 18 ปี

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ปรากฏบนเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลที่ไม่เป็นทางการและมีไว้เพื่อเป็นข้อมูลเท่านั้น ข้อความที่ถูกต้องตามกฎหมายของไทยนั้นอยู่ในภาษาไทยที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (รัชกิตชันนุเบกษา(เนื้อหาในนี้ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะเจาะจง โปรดปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติเหมาะสม).

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด. ข้อความในกฎหมายไทย (คนบทกฎหมาย) และคำพิพากษาของศาลฎีกา (ทวิภาคี) ฉบับภาษาไทยดั้งเดิมนั้นอยู่ในสาธารณสมบัติตามที่ตีพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา (ราชกิจจานุเบกษา) ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 (1994) เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมด รวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินของศาลฎีกา (Dika) คำอธิบายทางกฎหมาย การอ้างอิงโยง คำอธิบาย และบทวิเคราะห์บรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาที่มีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และบรรณาธิการของมัน, เซบาสเตียน เอช. บรูสโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชูดา อัตธัตเมธาคอน (ปริญญาโทด้านกฎหมาย) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต.

ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ความรู้แก่เว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างมีประสิทธิภาพและเพื่อให้ข้อมูลเฉพาะผู้ปฏิบัติงานกฎหมายที่คือภาษาไทยประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำสำหรับคำถามวิจัยเฉพาะที่ปรึกษาทนายความไทย

ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ออนไลน์ จำกัด พนักงานบทกฎหมายภาษาไทยและคำตัดสินศาลฎีกาต้นฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 7 ส่วนที่เหลือลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่น ๆ ทั้งหมดรวมถึงคำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำตัดสินศาลฎีกาคำอธิบายกฎหมาย อ้างถึงบทวิจารณ์วิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางลาดเป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ไทยลอว์ออนไลน์ และตอน ฉลองเตียงรับรองบรูโซ (ปริญญาตรีด้านกฎหมาย) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ค้นคว้าวิจัยหรือเผยแพร่โดยค้นคว้า

เลื่อนขึ้น