ข้อความภาษาไทยคือบทบัญญัติที่มีผลทางกฎหมาย. ข้อความนี้ถอดความมาจากประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับรวบรวม และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องเทียบกับบทบัญญัติฉบับรวบรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.
คำแปลดังกล่าวเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเอง ซึ่งได้รับการตรวจสอบทีละมาตราเทียบกับคำแปลอิสระชุดที่สอง สำนักงานดังกล่าวระบุว่าคำแปลของตนไม่มีผลทางกฎหมาย และให้ยึดถือข้อความภาษาไทยเป็นหลัก.
คำแปลภาษาอังกฤษนี้ไม่เป็นทางการและไม่มีผลทางกฎหมาย. ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมถึงพระราชบัญญัติฉบับที่ 13 พ.ศ. 2556 (2013) มาตราที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 14 หรือฉบับที่ 15 (ทั้งสองฉบับในปี พ.ศ. 2562) จะใช้คำแปลภายในของ ThaiLawOnline แทน มาตราที่มีเครื่องหมาย แปลกฎหมายไทยออนไลน์ ได้รับการแปลขึ้นใหม่ภายในองค์กรจากภาษาไทยฉบับปัจจุบัน เนื่องจากคำแปลที่ได้รับการตีพิมพ์นั้นมีมาก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่ทั้งสองฉบับมีความแตกต่างกัน ให้ยึดถือภาษาไทยเป็นหลัก.
ข้อความภาษาไทยเป็นตัวบทที่ใช้บังคับ คัดลอกตามตัวบทประมวลกฎหมายที่ดินฉบับปัจจุบัน และตรวจทานกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ไม่มีผลทางกฎหมาย หากข้อความทั้งสองภาษาแตกต่างกัน ให้ถือตามภาษาไทย
มาตรา 71 มาตรา ๗๑
ให้เจ้าพนักงานที่ดิน เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตท้องที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขานั้น
ในกรณีที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาได้นำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารมาใช้ในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมแล้ว ให้เจ้าพนักงานที่ดินเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์โดยระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ในเขตท้องที่สำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาอื่นได้ด้วย เว้นแต่การจดทะเบียนที่ต้องมีการประกาศหรือต้องมีการรังวัดทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่อธิบดีประกาศกำหนดในราชกิจจานุเบกษา
เจ้าพนักงานที่ดินให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยสิทธิและนิติกรรม
พระราชบัญญัติการจดทะเบียนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เพื่อ
อสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในท้องที่ของสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขานั้น
สำนักงาน.
หากสำนักงานที่ดินจังหวัดหรือสำนักงานที่ดินสาขาได้นำข้อมูลเข้ามา
ระบบเทคโนโลยีและการสื่อสารในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม เจ้าหน้าที่ที่ดิน
ให้เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจในการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ด้วย
ทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศและ
ระบบการสื่อสารสำหรับอสังหาริมทรัพย์ที่ตั้งอยู่ในท้องที่จังหวัดอื่น
สำนักงานที่ดินหรือสำนักงานที่ดินสาขา ยกเว้นการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ต้องมีการประกาศหรือ
สำรวจ ตามกฎเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดและประกาศโดย
อธิบดีในราชกิจจานุเบกษา 55
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๗๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘
- มาตรา ๗๑ วรรคสอง เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๐) พ.ศ. ๒๕๕๐
มาตรา 72 มาตรา ๗๒
ผู้ใดประสงค์จะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ให้คู่กรณีนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินมาขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑
การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน ใบไต่สวนหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ คู่กรณีอาจยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ณ กรมที่ดิน หรือสำนักงานที่ดินแห่งใดแห่งหนึ่ง เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ดำเนินการจดทะเบียนให้ เว้นแต่การจดทะเบียนที่ต้องมีการประกาศหรือต้องมีการรังวัด
สำหรับบุคคลใดก็ตามที่ประสงค์จะใช้สิทธิและนิติกรรม
การจดทะเบียนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ คู่กรณี
จะต้องนำเอกสารสิทธิในที่ดินไปจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม
หมวดที่ 71.
ในการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามวรรคหนึ่งสำหรับที่ดิน
ด้วยโฉนดที่ดิน หนังสือรับรองการทำประโยชน์ (ใบสอบสวน) หรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ การ
คู่สัญญาอาจยื่นคำขอต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ณ กรมที่ดิน หรือ
สำนักงานที่ดินใดๆ สำหรับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 71 ทำการจดทะเบียน เว้นแต่
การลงทะเบียนที่ต้องมีการประกาศหรือสำรวจ.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๗๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘
มาตรา 73 มาตรา ๗๓
เมื่อปรากฏต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ว่านิติกรรมที่คู่กรณีนำมาขอจดทะเบียนนั้นเป็นโมฆะกรรม พนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ต้องจดทะเบียนให้
หากนิติกรรมที่คู่กรณีนำมาขอจดทะเบียนนั้นปรากฏว่าเป็นโมฆียะกรรม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รับจดทะเบียนในเมื่อคู่กรณีฝ่ายที่อาจเสียหายยืนยันให้จด
เมื่อปรากฏแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจว่านิติกรรม
การที่คู่กรณีไปยื่นคำขอจดทะเบียนนั้นเป็นนิติกรรมที่เป็นโมฆะ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจไม่ต้องดำเนินการใด ๆ
การลงทะเบียน.
หากนิติกรรมที่คู่กรณีขอจดทะเบียนปรากฏว่าเป็น
นิติกรรมที่เป็นโมฆียะ พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องรับจดทะเบียนถ้าคู่กรณีฝ่ายที่อาจจะเสียหาย
ความเสียหายยืนยันการลงทะเบียน.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 74 มาตรา ๗๔
ในการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนคู่กรณี และเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคำ หรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องได้ตามความจำเป็น แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปตามควรแก่กรณี
ถ้ามีกรณีเป็นที่ควรเชื่อได้ว่า การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมนั้น จะเป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมาย หรือเป็นที่ควรเชื่อได้ว่าบุคคลใดจะซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์แก่คนต่างด้าว ให้ขอคำสั่งต่อรัฐมนตรี คำสั่งรัฐมนตรีเป็นที่สุด
ในการดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมโดย
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามมาตรา 71 ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจมีอำนาจสอบสวน
คู่กรณีและกำหนดให้บุคคลที่เกี่ยวข้องให้ถ้อยคำหรือส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้อง
เอกสารและหลักฐานตามความจำเป็น และให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการต่อไปตาม
ที่เหมาะสมกับพฤติการณ์.
หากมีความน่าเชื่อถือว่าคำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมจะ
เป็นการหลีกเลี่ยงกฎหมายหรือเพื่อให้บุคคลใดซื้อที่ดินเพื่อประโยชน์ของคนต่างด้าว
ต้องได้รับคำสั่งของรัฐมนตรี คำสั่งของรัฐมนตรีให้เป็นที่สุด.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 75 มาตรา ๗๕
การดำเนินการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ให้เจ้าพนักงานที่ดินบันทึกข้อตกลงหรือทำสัญญาเกี่ยวกับการนั้น แล้วแต่กรณี แล้วให้จดบันทึกสารสำคัญลงในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับสำนักงานที่ดินและฉบับเจ้าของที่ดินให้ตรงกันด้วย
ในการดำเนินการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับ
ที่ดินที่มีโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกข้อตกลงหรือ
ทำความตกลงในเรื่องดังกล่าวตามความเหมาะสม และจะต้องระบุสาระสำคัญลงไป
ข้อความในโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ฉบับสำนักงานที่ดินและฉบับเจ้าของที่ดิน
การใช้งานตามความเหมาะสม.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๗๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘
มาตรา 76 มาตรา ๗๖
ในกรณีการขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนและรังวัดหมายเขตไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้ออกโฉนดที่ดิน ให้ไปขอจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา ๗๑
การจดทะเบียนดังกล่าวในวรรคก่อน ให้จดแจ้งในใบไต่สวน อนุโลมตามวิธีการว่าด้วยการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน
ในกรณีขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม
เกี่ยวกับที่ดินซึ่งพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำการสอบสวนและรังวัดแล้ว
และมีการปักหลักเขตแล้ว แต่ยังมิได้ออกโฉนดที่ดิน การยขอจดทะเบียนจะต้อง
ทำขึ้นกับเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามมาตรา 71.
การจดทะเบียนตามความในวรรคก่อนให้บันทึกไว้ใน
ใบไต่สวน ม.ป.พ. ตาม
ขั้นตอนการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 77 มาตรา ๗๗
การจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อย่างอื่น ถ้าประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
สำหรับการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดินอื่น ๆ หรือ
อสังหาริมทรัพย์ หากประมวลกฎหมายนี้มิได้บัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ย่อมจะต้องทำเป็น
ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 78 มาตรา ๗๘
การขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในที่ดินซึ่งได้มาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ หรือโดยประการอื่นนอกจากนิติกรรมสำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดินแล้ว ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
คำขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับที่ดิน
ได้มาตามมาตรา 1382 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์หรือโดยประการอื่นมิใช่ด้วยนิติกรรม
การซื้อขายที่ดินที่มีโฉนดจะต้องทำตามกฎเกณฑ์และวิธีการที่กำหนด
ที่กำหนดในกฎกระทรวง.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 79 มาตรา ๗๙
ผู้มีสิทธิในที่ดินประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินออกเป็นหลายแปลงหรือรวมที่ดินหลายแปลงเข้าเป็นแปลงเดียวกัน ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้นำมาตรา ๖๙ ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลมด้วย และถ้าจะต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ก็ให้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเสียก่อน แล้วจึงออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับใหม่ให้
บุคคลผู้มีสิทธิในที่ดินซึ่งประสงค์จะแบ่งแยกที่ดินของตน
จะยื่นคำขอเพื่อแบ่งดินแดนออกเป็นแปลงย่อยหลายแปลงหรือรวมที่ดินหลายแปลงเข้าเป็นแปลงเดียวนั้น จะต้องยื่นคำขอต่อ
คำขอพร้อมกับเอกสารสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
ภายใต้มาตรา 71.
เพื่อวัตถุประสงค์ของส่วนนี้ ให้นำความในส่วนที่ 69 ทวิ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
โดยอนุโลม และหากต้องมีการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม การจดทะเบียนดังกล่าวจะต้อง
ดำเนินการก่อนแล้วจึงจะออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินฉบับใหม่.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๗๙ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕
มาตรา 80 มาตรา ๘๐
ในกรณีไถ่ถอนจากจำนอง หรือไถ่ถอนจากการขายฝากซึ่งที่ดินที่มีหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น เมื่อผู้รับจำนองหรือผู้รับซื้อฝากได้ทำหลักฐานเป็นหนังสือว่าได้มีการไถ่ถอนแล้ว ให้ผู้มีสิทธิไถ่ถอนหรือผู้มีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์นำหลักฐานที่แสดงว่าได้มีการไถ่ถอนแล้วมาขอจดทะเบียนไถ่ถอนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ได้
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจเป็นการถูกต้อง ให้จดทะเบียนในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือในทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ให้ปรากฏการไถ่ถอนนั้น
ในกรณีการไถ่ถอนจำนองหรือการไถ่ถอนการขายฝาก
ไถ่ถอนที่ดินที่มีเอกสารสิทธิหรืออสังหาริมทรัพย์อื่น หลังจาก
ผู้รับจำนองหรือผู้ซื้อได้ทำหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษรว่าได้ดำเนินการรื้อถอนแล้ว ซึ่ง
บุคคลผู้มีสิทธิในการรื้อถอนหรือผู้มีสิทธิในอสังหาริมทรัพย์ต้องนำคดีมาฟ้อง
หลักฐานของการถอดถอนดังกล่าวเพื่อยื่นขอจดทะเบียนการถอดถอนนั้นต่อผู้มีอำนาจ
เจ้าหน้าที่.
เมื่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้ตรวจสอบว่าถูกต้องแล้ว ให้ทำการจดทะเบียน
มีผลกระทบต่อหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ทรัพย์สินที่จะแสดงการถอดถอนดังกล่าว.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๘๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา 81 มาตรา ๘๑
การขอจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ซึ่งได้มาโดยทางมรดก ให้ผู้ได้รับมรดกนำหลักฐานสำหรับที่ดินหรือหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อื่นพร้อมด้วยหลักฐานในการได้รับมรดกมายื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ถ้าหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินอยู่กับบุคคลอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเรียกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวนั้นได้
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐานและเชื่อได้ว่าผู้ขอเป็นทายาทแล้ว ให้ประกาศโดยทำเป็นหนังสือปิดไว้ในที่เปิดเผยมีกำหนดสามสิบวัน ณ สำนักงานที่ดิน สำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอหรือกิ่งอำเภอ สำนักงานเทศบาล ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล ที่ทำการแขวงหรือที่ทำการกำนัน ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ซึ่งอสังหาริมทรัพย์ตั้งอยู่ และบริเวณอสังหาริมทรัพย์นั้นแห่งละหนึ่งฉบับ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือส่งประกาศดังกล่าวให้บุคคลที่ผู้ขอแจ้งว่าเป็นทายาทและมิได้มาด้วยในวันยื่นคำขอทราบเท่าที่จะทำได้ หากไม่มีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกโต้แย้งภายในกำหนดเวลาที่ประกาศ และมีหลักฐานเป็นที่เชื่อได้ว่าผู้ขอมีสิทธิได้รับมรดกแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนให้ตามที่ผู้ขอแสดงหลักฐานการมีสิทธิตามกฎหมาย ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง
ในกรณีที่มีทายาทซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกโต้แย้ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนคู่กรณีและเรียกบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำ หรือสั่งให้ส่งเอกสารที่เกี่ยวข้องได้ตามความจำเป็น และให้พนักงานเจ้าหน้าที่เปรียบเทียบ ถ้าเปรียบเทียบไม่ตกลง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งการไปตามที่เห็นสมควร
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สั่งประการใดแล้ว ให้แจ้งให้คู่กรณีทราบ และให้ฝ่ายที่ไม่พอใจไปดำเนินการฟ้องต่อศาลภายในกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง หากผู้นั้นมิได้ฟ้องต่อศาลและนำหลักฐานการยื่นฟ้องพร้อมสำเนาคำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับมรดกมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ก็ให้ดำเนินการไปตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่ง
ในกรณีที่ทายาทได้ยื่นฟ้องต่อศาลภายในกำหนดเวลาตามความในวรรคสี่ หรือทายาทอื่นซึ่งมีสิทธิได้รับมรดกได้ฟ้องคดีเกี่ยวกับสิทธิในการได้รับมรดกต่อศาลก่อนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมการได้มาโดยทางมรดก เมื่อผู้นั้นนำหลักฐานการยื่นฟ้องพร้อมสำเนาคำฟ้องแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ระงับการจดทะเบียนไว้ เมื่อศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดก็ให้ดำเนินการไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น
ในการขอจดทะเบียนสิทธิเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ทรัพย์สินที่ได้มาโดยทางมรดก ทายาทต้องนำพยานหลักฐานเกี่ยวกับที่ดินหรือสิทธิในที่ดินมาแสดง
เอกสารหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์พร้อมทั้งหลักฐานของ
มรดกเพื่อยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 71 หากที่ดินแปลงดังกล่าว
เอกสารฉบับจริงอยู่กับบุคคลอื่น เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจมีอำนาจที่จะ
เรียกร้องเอกสารสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว 61
หลังจากพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพยานหลักฐานแล้วเชื่อว่า
หากผู้ยื่นคำขอเป็นทายาท ให้ทำประกาศเป็นหนังสือและปิดไว้ ณ
ในที่เปิดเผยเป็นเวลาสามสิบวัน ณ สำนักงานที่ดิน สำนักงานเขต หรือที่ว่าการอำเภอ หรือกิ่งอำเภอ
สำนักงานเขต, สำนักงานเทศบาล, ที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบล, ที่ทำการแขวง หรือ
สำนักงานกำนัน ผู้ใหญ่บ้านแห่งท้องที่ที่อสังหาริมทรัพย์นั้นตั้งอยู่
ตั้งอยู่ และณ อสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว แห่งละหนึ่งฉบับ และพนักงานเจ้าหน้าที่
เจ้าหน้าที่ต้องส่งจดหมายแนบประกาศดังกล่าวไปยังบุคคลที่ได้รับการแจ้งโดย
ผู้ยื่นคำขอในฐานะทายาทและไม่ได้มาในวันที่ยื่นคำขอเพื่อแจ้งให้พวกเขาทราบ
เท่าที่จะทำได้ หากไม่มีทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกทักท้วงภายใน
พ.ศ. 2556 (2013).
ระยะเวลาของการประกาศและมีหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าผู้สมัครคือ
มีสิทธิได้รับมรดก เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจะดำเนินการจดทะเบียนตามกฎหมาย
หลักฐานแสดงสิทธิที่ผู้สมัครนำเสนอ ตามกฎระเบียบและ
ขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง 62
หากมีทายาทที่มีสิทธิได้รับมรดกและคัดค้าน ผู้มีอำนาจหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ให้มีอำนาจสอบสวนคู่กรณีและกำหนดให้บุคคลใด ๆ ทำการ
หรือยื่นเอกสารที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น และเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจะ
ทำการตกลงกัน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจออก
สั่งการตามที่เห็นสมควร.
หลังจากที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจได้ออกคำสั่งแล้ว ให้แจ้งให้คู่กรณีทราบถึง
เหมือนกัน และคู่กรณีที่ไม่พอใจจะต้องยื่นฟ้องต่อศาลภายใน 60 วันนับจาก
วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง หากบุคคลดังกล่าวไม่ยื่นฟ้องคดีต่อ
ศาลและแสดงหลักฐานการยื่นต่อเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจภายในกำหนดเวลาดังกล่าว
คดีพร้อมด้วยสำเนาคำฟ้องเกี่ยวกับสิทธิของเขาในกองมรดก นั้น
ดำเนินการตามที่เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสั่งการ.
หากทายาทได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลภายในกำหนดเวลาตาม
วรรคสี่ หรือทายาทอื่นที่มีสิทธิรับมรดกได้ยื่นฟ้องคดีเกี่ยวกับของเขา
สิทธิในกองมรดกต่อศาลก่อนที่เจ้าพนักงานจะดำเนินการใช้สิทธิและ
การจดทะเบียนนิติกรรมรับมรดก หลังจากที่บุคคลดังกล่าวได้แสดงหลักฐานการยื่น
ฟ้องพร้อมด้วยสำเนาคำฟ้องต่อเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ เจ้าพนักงาน
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องสั่งพักใช้การทะเบียน หลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว หรือ
คำสั่ง ให้ดำเนินการตามคำพิพากษาหรือคำสั่งนั้น.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๘๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓
- มาตรา ๘๑ วรรคหนึ่ง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๖
- มาตรา ๘๑ วรรคสอง แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา 82 มาตรา ๘๒
ผู้ใดประสงค์จะขอจดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดิน หรือประสงค์จะขอจดทะเบียนให้ปรากฏชื่อผู้จัดการมรดกในทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ ให้ยื่นคำขอพร้อมด้วยนำหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อื่นนั้น และหลักฐานการเป็นผู้จัดการมรดกมาแสดงต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑ ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกโดยคำสั่งศาล ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนให้ตามคำขอ แต่ถ้าเป็นผู้จัดการมรดกในกรณีอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนและตรวจสอบหลักฐาน และให้นำความในมาตรา ๘๑ วรรคสอง มาใช้บังคับโดยอนุโลม เมื่อไม่มีผู้ใดโต้แย้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนลงชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินนั้น หรือในทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ได้ แต่ถ้ามีผู้โต้แย้งก็ให้รอเรื่องไว้และแจ้งให้คู่กรณีไปฟ้องต่อศาล เมื่อศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดประการใดแล้ว ให้ดำเนินการไปตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลนั้น
ในกรณีที่ผู้จัดการมรดกซึ่งได้มีชื่อในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินแล้ว ขอจดทะเบียนสิทธิในที่ดินหรือจดทะเบียนสิทธิในที่ดินพร้อมกับอสังหาริมทรัพย์อื่นรวมกับที่ดินดังกล่าวให้แก่ทายาท หรือผู้จัดการมรดกซึ่งปรากฏชื่อในทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์แล้ว ขอจดทะเบียนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์อื่นให้แก่ทายาท ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการจดทะเบียนให้ตามคำขอโดยไม่ต้องประกาศตามมาตรา ๘๑
ในกรณีที่ทรัสตีของทรัสต์ซึ่งได้ก่อตั้งขึ้นโดยชอบด้วยกฎหมายไว้แล้วขอจดทะเบียนในฐานะเป็นทรัสตี เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนพยานหลักฐานแล้ว ให้ดำเนินการจดทะเบียนได้
บุคคลใดๆ ที่ประสงค์จะขอจดทะเบียนชื่อของ
ผู้จัดการมรดกในหนังสือสำคัญแสดงสิทธิในที่ดินหรือประสงค์จะขอจดทะเบียนชื่อ
พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ต้อง
ยื่นคำขอพร้อมด้วยเอกสารสิทธิในที่ดินหรือหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้อง
อสังหาริมทรัพย์และหลักฐานการเป็นผู้จัดการมรดก ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ
ภายใต้มาตรา 71 หากเขาเป็นผู้จัดการมรดกตามคำสั่งศาล เจ้าพนักงานจะต้องดำเนินการ
การจดทะเบียนตามที่ได้ยื่นคำขอ อย่างไรก็ตาม ในกรณีของผู้ดูแลระบบในกรณีอื่น ผู้มีอำนาจหน้าที่
เจ้าหน้าที่ต้องสืบสวนและตรวจสอบพยานหลักฐาน และบทบัญญัติแห่งวรรคสองของ
ให้นำความในมาตรา 81 มาใช้บังคับโดยอนุโลม หากไม่มีผู้คัดค้าน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่
พ.ศ. 2556 (2013).
ลงทะเบียนชื่อผู้จัดการมรดกในหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าวหรือในสิทธิและนิติกรรม
พระราชบัญญัติการจดทะเบียนเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ อย่างไรก็ตาม หากมีผู้คัดค้าน เรื่องดังกล่าว
ให้ระงับไว้และแจ้งให้คู่กรณีไปยื่นฟ้องต่อศาล หลังจาก
ศาลได้มีคำพิพากษาหรือคำสั่งถึงที่สุดแล้ว ให้ดำเนินการไปตามนั้น
ด้วยคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลดังกล่าว.
หากผู้ดูแลระบบที่มีชื่อปรากฏอยู่แล้วในเอกสารสิทธิ์ที่ดิน
ขอจดทะเบียนสิทธิในที่ดินหรือจดทะเบียนสิทธิในที่ดินพร้อมกับทรัพยสิทธิอื่น
อสังหาริมทรัพย์รวมกับที่ดินดังกล่าวสำหรับทายาท หรือหากผู้จัดการมรดกซึ่ง
ชื่อปรากฏอยู่แล้วในสารบัญจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์
ขอจดทะเบียนสิทธิในอสังหาริมทรัพย์อย่างอื่นสำหรับทายาท พนักงานเจ้าหน้าที่
พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจดทะเบียนตามคำขอโดยไม่ต้องทำ
ประกาศตามความในมาตรา 81.
ในกรณีที่ทรัสตีของทรัสต์ที่จัดตั้งขึ้นอย่างถูกกฎหมายแล้วยื่นคำขอ
การจดทะเบียนเป็นทรัสตี ภายหลังการตรวจสอบพยานหลักฐานโดยพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ให้ดำเนินการจดทะเบียน
จะมีผลบังคับใช้.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๘๒ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๖
มาตรา 83 มาตรา ๘๓
ผู้ใดมีส่วนได้เสียในที่ดินใดอันอาจจะฟ้องบังคับให้มีการจดทะเบียน หรือให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนได้ มีความประสงค์จะขออายัดที่ดิน ให้ยื่นคำขอต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่สอบสวนเอกสารหลักฐานที่ผู้ขอได้นำมาแสดงแล้ว ถ้าเห็นสมควรเชื่อถือก็ให้รับอายัดไว้มีกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่สั่งรับอายัด เมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าการอายัดสิ้นสุดลงและผู้นั้นจะขออายัดซ้ำในกรณีเดียวกันอีกไม่ได้
ถ้าผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านว่าการอายัดนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสอบสวนพยานหลักฐานเท่าที่จำเป็น เมื่อเป็นที่เชื่อได้ว่าได้รับอายัดไว้โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งยกเลิกการอายัดนั้น และแจ้งให้ผู้ขออายัดทราบ
บุคคลใดๆ ซึ่งมีส่วนได้เสียในที่ดินใดๆ ซึ่งมีการฟ้องคดี
อาจยื่นเพื่อบังคับให้มีการจดทะเบียนหรือบังคับให้เปลี่ยนแปลงในทะเบียนและผู้ที่ประสงค์จะ
ยื่นคำขออายัดที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม
หมวดที่ 71.
หลังจากที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเอกสารและพยานหลักฐานแล้ว
จัดทำโดยผู้ยื่นคำขอ หากเขาพิจารณาว่าเชื่อถือได้ ก็ให้แนบเอกสารดังกล่าวเพื่อ
ระยะเวลา 30 นับจากวันที่ออกคำสั่งอายัด หลังจากพ้นกำหนดดังกล่าว
ระยะเวลา เอกสารแนบนี้ให้ถือว่าสิ้นสุดลง และบุคคลดังกล่าวอาจไม่สามารถสมัครขอรับ
การติดกลับในเคสเดิม.
หากผู้มีส่วนได้เสียคัดค้านว่าการยึดดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย
พนักงานเจ้าหน้าที่ยมีอำนาจสอบสวนพยานหลักฐานได้ตามที่จำเป็น หาก
เชื่อว่าการยึดทรัพย์สินดังกล่าวไม่ชอบด้วยกฎหมาย เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจจะมี
มีอำนาจสั่งให้เพิกถอนการยึดเช่นว่านั้นได้ และต้องแจ้งให้ผู้ขอให้ยึดทราบ
ของเช่นเดียวกัน.
การกำหนดสิทธิในที่ดินเพื่อวัตถุประสงค์ทางศาสนา
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๘๓ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๙) พ.ศ. ๒๕๔๓