ข้อความภาษาไทยคือบทบัญญัติที่มีผลทางกฎหมาย. ข้อความนี้ถอดความมาจากประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับรวบรวม และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องเทียบกับบทบัญญัติฉบับรวบรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.
คำแปลดังกล่าวเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเอง ซึ่งได้รับการตรวจสอบทีละมาตราเทียบกับคำแปลอิสระชุดที่สอง สำนักงานดังกล่าวระบุว่าคำแปลของตนไม่มีผลทางกฎหมาย และให้ยึดถือข้อความภาษาไทยเป็นหลัก.
คำแปลภาษาอังกฤษนี้ไม่เป็นทางการและไม่มีผลทางกฎหมาย. ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมถึงพระราชบัญญัติฉบับที่ 13 พ.ศ. 2556 (2013) มาตราที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 14 หรือฉบับที่ 15 (ทั้งสองฉบับในปี พ.ศ. 2562) จะใช้คำแปลภายในของ ThaiLawOnline แทน มาตราที่มีเครื่องหมาย แปลกฎหมายไทยออนไลน์ ได้รับการแปลขึ้นใหม่ภายในองค์กรจากภาษาไทยฉบับปัจจุบัน เนื่องจากคำแปลที่ได้รับการตีพิมพ์นั้นมีมาก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่ทั้งสองฉบับมีความแตกต่างกัน ให้ยึดถือภาษาไทยเป็นหลัก.
ข้อความภาษาไทยเป็นตัวบทที่ใช้บังคับ คัดลอกตามตัวบทประมวลกฎหมายที่ดินฉบับปัจจุบัน และตรวจทานกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการ ไม่มีผลทางกฎหมาย หากข้อความทั้งสองภาษาแตกต่างกัน ให้ถือตามภาษาไทย
มาตรา 14 มาตรา ๑๔
ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “ คณะกรรมการจัดที่ดิน ” ประกอบด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจากผู้มีความรู้ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการจัดการที่ดิน ด้านทรัพยากรดิน ด้านการปฏิรูปที่ดิน ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย ด้านเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ หรือด้านเศรษฐศาสตร์ จำนวนไม่เกินเจ็ดคนเป็นกรรมการ
ให้อธิบดีกรมที่ดินเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีกรมที่ดินแต่งตั้งข้าราชการของกรมที่ดินจำนวนไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ
ให้มีคณะกรรมการเรียกว่า “คณะกรรมการจัดที่ดิน” ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมชลประทาน อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม และเลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งอีกไม่เกินเจ็ดคน จากผู้มีความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ด้านการบริหารจัดการที่ดิน ทรัพยากรดิน การปฏิรูปที่ดิน การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กฎหมาย เทคโนโลยีภูมิสารสนเทศ หรือเศรษฐศาสตร์.
อธิบดีกรมการดินจะเป็นกรรมการและเลขานุการ และให้อธิบดีกรมการดินแต่งตั้งข้าราชการในกรมการดินไม่เกินสองคนเป็นผู้ช่วยเลขานุการ.
คำแปลอย่างไม่เป็นทางการของ ThaiLawOnline ของข้อความภาษาไทยปัจจุบัน.
- มาตรา ๑๔ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา 15 มาตรา ๑๕
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิดำรงตำแหน่งมีกำหนดสี่ปี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่ง คณะรัฐมนตรีจะแต่งตั้งให้เป็นกรรมการอีกก็ได้
สมาชิกที่มีคุณสมบัติเหมาะสมดำรงตำแหน่งวาระละสี่ปี.
คณะรัฐมนตรีอาจแต่งตั้งสมาชิกที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระและมีคุณสมบัติเหมาะสมให้ดำรงตำแหน่งใหม่อีกได้.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๑๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕
มาตรา 16 มาตรา ๑๖
นอกจากการออกจากตำแหน่งตามวาระตามความในมาตรา ๑๕ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) ต้องจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่ความผิดที่เป็นลหุโทษ หรือความผิดที่มีโทษชั้นลหุโทษ หรือความผิดอันได้กระทำโดยประมาท
(๔) คณะรัฐมนตรีให้ออกจากตำแหน่ง
ในกรณีที่มีการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรานี้ ให้คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการแทน กรรมการที่ได้รับแต่งตั้งเข้าแทนนี้ย่อมอยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน
นอกเหนือจากการพ้นจากตำแหน่งเมื่อสิ้นสุดวาระตาม
มาตรา 15 กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพ้นจากตำแหน่งเมื่อ:
(1) ความตาย;
(2) การลาออก;
(3) เคยต้องโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดแห่งศาล เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ความผิด หรือความผิดซึ่งมีโทษปรับสถานเดียว หรือความผิดที่ได้กระทำโดยประมาท;
(4) ถูกถอดถอนโดยคณะรัฐมนตรี.
ในกรณีที่สมาชิกพ้นจากตำแหน่งตามมาตรานี้ ให้อยุ่ในดุลพินิจของสภา
รัฐมนตรีอาจแต่งตั้งบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งแทน สมาชิกผู้ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแทน
ผู้ดำรงตำแหน่งแทนจะดำรงตำแหน่งตามวาระที่เหลืออยู่ของสมาชิกผู้ที่ตนแทน.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 17 มาตรา ๑๗
การประชุมของคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการมาประชุมเกินกว่ากึ่งหนึ่งจึงเป็นองค์ประชุม
ในการประชุมคณะกรรมาธิการ การมีอยู่ของจำนวนที่มากกว่า
องค์ประชุมประกอบด้วยสมาชิกจำนวนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมด.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 18 มาตรา ๑๘
ในเมื่อประธานไม่อยู่ในที่ประชุม ให้กรรมการเลือกตั้งกันขึ้นเองเป็นประธาน
ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่อยู่ ให้กรรมการเลือกกันเองคนหนึ่ง
สมาชิกในหมู่พวกเขาเองเป็นประธาน.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 19 มาตรา ๑๙
การลงมติวินิจฉัยข้อปรึกษานั้นให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ
กรรมการคนหนึ่งย่อมมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้ามีจำนวนเสียงลงคะแนนเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นได้อีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด
มติและการตัดสินใจของที่ประชุมให้กระทำโดย
เสียงข้างมาก.
สมาชิกแต่ละคนจะมีเสียงลงคะแนนหนึ่งเสียง ในกรณีที่มีคะแนนเสียงเท่ากัน ให้
ประธานในที่ประชุมจะต้องออกเสียงเพิ่มอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 20 มาตรา ๒๐
ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ควบคุมการจัดที่ดินตามประมวลกฎหมายนี้รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำหนดแนวทางการจัดที่ดิน เพื่อให้ประชาชนมีที่ดินสำหรับอยู่อาศัยและหาเลี้ยงชีพตามควรแก่อัตภาพและสอดคล้องกับนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ
(๒) วางแผนการถือครองที่ดินในการจัดที่ดิน
(๓) สงวนหรือหวงห้ามที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครองเพื่อให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน
(๔) กำหนดระเบียบ ข้อบังคับ หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดที่ดิน การออกโฉนดที่ดินและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือเพื่อกิจการอื่นตามประมวลกฎหมายนี้
(๕) ปฏิบัติการอื่นใดตามที่ประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมอบหมาย
ระเบียบหรือข้อบังคับที่เกี่ยวข้องกับประชาชน เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้มีผลใช้บังคับได้
คณะกรรมการมีอำนาจและหน้าที่ควบคุมการจัดสรรที่ดินตามประมวลกฎหมายนี้ และให้มีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้ด้วย
(1) เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดสรรที่ดินเพื่อให้ประชาชนมีที่ดินสำหรับอยู่อาศัยและทำมาหาเลี้ยงชีพตามสมควรแก่ฐานะและให้สอดคล้องกับนโยบายและแผนชาติว่าด้วยการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน;
(2) เพื่อวางแผนการถือครองที่ดินในการจัดสรรที่ดิน;
(3) เพื่อสงวนหรือกันที่ดินของรัฐซึ่งไม่มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง ไว้ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน;
(4) ออกกฎกระทรวง ระเบียบ หลักเกณฑ์ หรือเงื่อนไขเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน การออกโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หรือกิจการอื่นตามประมวลกฎหมายนี้;
(5) กระทำกิจการอื่นใดตามที่ประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ หรือตามที่คณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติมอบหมาย.
ข้อบังคับหรือกฎเกณฑ์ใดๆ ที่เกี่ยวกับประชาชน จะมีผลใช้บังคับได้เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว.
คำแปลอย่างไม่เป็นทางการของ ThaiLawOnline ของข้อความภาษาไทยปัจจุบัน.
- มาตรา ๒๐ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๖๒
มาตรา 21 มาตรา ๒๑
ให้รัฐมนตรีดำเนินการตามมติของคณะกรรมการ และมีอำนาจมอบหมายให้ทบวงการเมืองที่เกี่ยวข้องดำเนินการใด ๆ อันเกี่ยวกับการจัดที่ดินได้ และถ้าสามารถทำได้ ให้ทบวงการเมืองที่เกี่ยวข้องปฏิบัติการให้เป็นไปตามที่ได้รับมอบอำนาจไปนั้นโดยไม่ชักช้า และเพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ให้เจ้าพนักงานของทบวงการเมืองเช่นว่านั้นมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่กำหนดไว้ในประมวลกฎหมายนี้
ในการมอบอำนาจให้ทบวงการเมืองดำเนินการตามความในวรรคก่อน รัฐมนตรีจะให้ทบวงการเมืองเช่นว่านั้นเบิกเงินในงบประมาณของกรมที่ดิน ไปใช้จ่ายตามรายการในงบประมาณแทนกรมที่ดินก็ได้
รัฐมนตรีต้องดำเนินการตามมติเหล่านั้น
ของคณะกรรมาธิการและให้มีอำนาจมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องดำเนินการ
มาตรการใด ๆ เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน และหากทำได้ หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
จะต้องดำเนินงานที่ได้รับมอบหมายโดยไม่ชักช้า เพื่อวัตถุประสงค์ของส่วนนี้
เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐดังกล่าวให้มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับที่มีการกำหนดไว้
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามประมวลกฎหมายนี้.
ในการมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติหน้าที่ใด ๆ ตามความในข้อก่อน
ย่อหน้า รัฐมนตรีอาจอนุญาตให้หน่วยงานของรัฐดังกล่าวเบิกเงินจากกรม
งบประมาณของแลนด์สำหรับการใช้จ่ายในรายการที่ระบุไว้ในงบประมาณ ในนามของกรม
ที่ดิน.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 22 มาตรา ๒๒
ให้รัฐมนตรีและพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีมอบหมายมีอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) มีหนังสือเรียกบุคคลใด ๆ มาชี้แจงข้อเท็จจริงหรือแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดที่ดิน และให้ส่งเอกสารหลักฐานหรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้องมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมการ
(๒) เข้าไปยังสถานที่หรือที่ดินของทบวงการเมือง องค์การของรัฐหรือเอกชนเพื่อตรวจสอบเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการจัดที่ดิน และให้มีอำนาจสอบถามข้อเท็จจริง เรียกเอกสารหลักฐาน หรือสิ่งอื่นที่เกี่ยวข้อง จากบุคคลที่อยู่ในสถานที่หรือที่ดินเช่นว่านั้น มาตรวจพิจารณาได้ตามความจำเป็น ในการนี้ บุคคลเช่นว่านั้นต้องให้ความสะดวกแก่คณะกรรมการและพนักงานเจ้าหน้าที่ตามสมควร
รัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจซึ่งรัฐมนตรีมอบหมาย
จะมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) เพื่อเรียกบุคคลใดๆ มาให้ข้อเท็จจริงหรือความเห็นเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน และ
เพื่อส่งมอบเอกสารและพยานหลักฐานหรือสิ่งของอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้พิจารณาโดย
ค่าคอมมิชชัน.
(2) เข้าไปในเคหสถานหรือที่ดินซึ่งเป็นของหน่วยงานของรัฐ หน่วยงานของรัฐ หรือเอกชน
องค์กรเพื่อตรวจสอบเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดิน และทำการไต่สวน
เพื่อข้อเท็จจริง เพื่อเรียกเอกสาร พยานหลักฐาน หรือสิ่งของอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจากบุคคลซึ่ง
บนสถานที่หรือที่ดินดังกล่าวเพื่อทำการตรวจสอบตามที่เห็นสมควร เพื่อการนี้
บุคคลจะต้องให้ความช่วยเหลือแก่คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตาม
เหมาะสม.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 23 มาตรา ๒๓
ในการใช้อำนาจหน้าที่ตามประมวลกฎหมายนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าพนักงานของทบวงการเมืองซึ่งมีอำนาจหน้าที่อย่างเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามความในมาตรา ๒๑ ต้องมีบัตรประจำตัว และแสดงแก่บุคคลที่เกี่ยวข้อง
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามประมวลกฎหมายนี้ ผู้มีอำนาจหน้าที่
เจ้าหน้าที่และพนักงานของหน่วยงานของรัฐซึ่งมีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับ
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจตามมาตรา 21 ต้องมีบัตรประจำตัวและต้องแสดงต่อ
ผู้เกี่ยวข้อง.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 24 มาตรา ๒๔
ให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่และเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหน้าที่ตามความในประมวลกฎหมายนี้ เป็นเจ้าพนักงานตามความหมายในกฎหมายลักษณะอาญา
เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจและเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ภายใต้
บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ให้ถือว่าเป็นเจ้าพนักงานตามกฎหมายอาญา.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 25 มาตรา ๒๕
เพื่อประโยชน์ในการจัดที่ดินหรือการสำรวจความอุดมสมบูรณ์ของดิน คณะกรรมการจะจัดให้มีการสำรวจที่ดินก็ได้
เมื่อเป็นการสมควรจะสำรวจที่ดินในท้องที่ใด ให้คณะกรรมการประกาศท้องที่นั้นเป็นเขตสำรวจที่ดินในราชกิจจานุเบกษา และให้ปิดประกาศนั้น ณ ที่ว่าการอำเภอและบ้านกำนันในตำบลที่อยู่ในเขตสำรวจ ประกาศของคณะกรรมการดังกล่าวให้มีแผนที่ประเมินเขตที่ดินที่กำหนดให้เป็นเขตสำรวจที่ดินไว้ท้ายประกาศด้วย แผนที่ดังกล่าวนี้ให้ถือว่าเป็นส่วนแห่งประกาศ
เพื่อวัตถุประสงค์ในการจัดสรรที่ดินหรือการสำรวจดิน
ความอุดมสมบูรณ์ คณะกรรมาธิการอาจจัดให้มีการรังวัดที่ดิน.
เมื่อเห็นเป็นการสมควรที่จะทำการสำรวจรังวัดที่ดินในท้องที่ใด ให้คณะกรรมการ
ประกาศท้องถิ่นดังกล่าวให้เป็นท้องถิ่นที่ต้องทำการรังวัดในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้
ให้ปิดประกาศไว้ ณ ที่ว่าการอำเภอและบ้านพักของกำนันในตำบลนั้น
ตั้งอยู่ภายในพื้นที่สำรวจ นอกจากนี้ จะต้องมีแผนที่กำหนดพื้นที่ดินที่กำหนดไว้ด้วย
เพื่อให้พื้นที่สำรวจที่ผนวกเข้ากับประกาศดังกล่าวและแผนที่ดังกล่าวให้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง
ของประกาศ.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๒๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕
มาตรา 26 มาตรา ๒๖
ภายในเขตสำรวจที่ดินตามความในมาตรา ๒๕ ให้ผู้มีสิทธิในที่ดินหรือผู้ครอบครองที่ดินซึ่งอยู่ในเขตสำรวจที่ดิน มีหน้าที่
(๑) แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ซึ่งที่ดินตั้งอยู่ภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศกำหนด ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีเช่นนี้จะจัดให้บุคคลอื่นแจ้งแทนก็ได้
(๒) นำหรือจัดให้บุคคลอื่นนำพนักงานเจ้าหน้าที่ไปชี้เขตที่ดินซึ่งตนมีสิทธิหรือครอบครองอยู่ ในเมื่อได้รับคำบอกกล่าวจากพนักงานเจ้าหน้าที่ล่วงหน้าเป็นเวลาอันสมควร
(๓) ลงชื่อรับรองการสำรวจที่ดินของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามที่เป็นจริง ในกรณีที่จัดให้บุคคลอื่นนำชี้เขตที่ดินให้บุคคลซึ่งนำชี้เขตที่ดินเป็นผู้ลงชื่อรับรองการสำรวจที่ดินแทน
บุคคลซึ่งมีสิทธิในที่ดินหรือครอบครองที่ดินซึ่งตั้งอยู่ใน
พื้นที่สำรวจตามมาตรา 25 ให้มีหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งท้องที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
ตั้งอยู่ภายในสิทธิของตนภายในระยะเวลาที่ผู้ว่าราชการจังหวัดกำหนด ตาม
ตามแบบและวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง ในกรณีนี้,
การแจ้งโดยผู้แทนย่อมเป็นที่ยอมรับ;
(2) เมื่อได้รับคำขอของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจซึ่งได้ให้ไว้ล่วงหน้าเพื่อ
ระยะเวลาที่สมเหตุสมผล, เพื่อคุ้มกันหรือจัดให้บุคคลอื่นคุ้มกันเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ
ไปยังที่ดินซึ่งตนมีสิทธิหรือที่ดินที่อยู่ภายใต้การครอบครองของตน และระบุ
อาณาเขตดังกล่าว;
(3) ลงลายมือชื่อรับทราบการรังวัดที่ดินจริงจากเจ้าหน้าที่พนักงาน
เจ้าหน้าที่ และในกรณีที่มีการจัดให้บุคคลอื่นเป็นผู้ชี้ตัว
เขตที่ดิน เพื่อให้บุคคลดังกล่าวลงนามแทนเพื่อรับทราบแนวเขตที่ดิน
แบบสำรวจ.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 27 มาตรา ๒๗
นอกจากที่ดินที่ส่วนราชการหรือองค์การของรัฐนำไปจัดตามกฎหมายอื่นแล้ว อธิบดีมีอำนาจจัดที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครองให้ราษฎรเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยและทำมาหาเลี้ยงชีพได้ทั้งนี้ ต้องเป็นไปตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดซึ่งให้รวมถึงรายการดังต่อไปนี้ด้วย คือ
(๑) จำนวนที่ดินที่จะแบ่งให้ครอบครอง
(๒) หลักเกณฑ์สอบสวนคัดเลือกผู้เข้าครอบครอง
(๓) วิธีที่ผู้เข้าครอบครองพึงปฏิบัติ
(๔) หลักเกณฑ์การชดใช้ทุนที่ได้ลงไปในที่ดินนั้น และการเรียกค่าธรรมเนียมบางอย่าง
(๕) กิจการที่จำเป็นสำหรับการจัดแบ่งที่ดิน
ระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และเงื่อนไขของคณะกรรมการ ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
นอกเหนือจากที่ดินที่จัดสรรโดยหน่วยงานของรัฐหรือ
หน่วยงานของรัฐตามกฎหมายอื่น อธิบดีมีอำนาจจัดสรร
ที่ดินของรัฐซึ่งไม่มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง เพื่อวัตถุประสงค์ในการอยู่อาศัยและ
การทำมาหากินโดยประชาชน ตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เงื่อนไข และ
เงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด ซึ่งต้องประกอบด้วยสิ่งเหล่านี้:
(1) จำนวนที่ดินที่จะจัดสรรให้ครอบครอง;
(2) กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการไต่สวนและการคัดเลือกผู้ครอบครอง;
(3) ขั้นตอนที่ผู้ครอบครองต้องปฏิบัติ;
(4) กฎเกณฑ์เกี่ยวกับการชดเชยเงินทุนที่ลงทุนในที่ดินและเกี่ยวกับ
การเรียกเก็บค่าธรรมเนียมบางประเภท;
(5) กิจกรรมที่จำเป็นสำหรับการจัดสรรที่ดิน.
กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ และเงื่อนไขของคณะกรรมการจะต้อง
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
ส่วนที่ 27 ทวิ มาตรา ๒๗ ทวิ
ในกรณีที่ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินหรือผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องจากบุคคลดังกล่าว ได้ยื่นคำร้องขอผ่อนผันการแจ้งการครอบครองตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ก่อนวันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับและผู้ว่าราชการจังหวัดยังไม่ได้มีคำสั่ง ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาสั่งการให้เสร็จสิ้นโดยไม่ชักช้า แต่ทั้งนี้ไม่ตัดสิทธิผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินนั้นที่จะใช้สิทธิตามมาตรา ๒๗ ตรี แห่งประมวลกฎหมายนี้
ในกรณีที่บุคคลหรือผู้สืบสิทธิ์ของบุคคลซึ่ง
ครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินที่ได้ยื่นคำขอไว้ก่อนประกาศคณะปฏิวัติฉบับนี้
คณะกรรมการบริหารมีผลบังคับใช้คำขอเลื่อนการส่งประกาศเรื่อง
การครอบครองตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และผู้ว่าราชการจังหวัด
ยังมิได้สั่งการในเรื่องนั้น ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจารณาเรื่องดังกล่าว
และมีคำสั่งในเรื่องนั้นโดยไม่ชักช้า แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้มิได้ตัดสิทธิบุคคลนั้นในการ
สิทธิในการใช้สิทธิภายใต้มาตรา 27 ตรี แห่งประมวลกฎหมายนี้.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๒๗ ทวิ เพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๕
มาตรา 27 ตรี มาตรา ๒๗ ตรี
เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศกำหนดท้องที่และวันเริ่มต้นของการสำรวจตามมาตรา ๕๘ วรรคสอง ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินอยู่ก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และมิได้แจ้งการครอบครองตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ หรือผู้ซึ่งรอคำสั่งผ่อนผันจากผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา ๒๗ ทวิ แต่ได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินนั้นติดต่อมาจนถึงวันทำการสำรวจรังวัดหรือพิสูจน์สอบสวน ถ้าประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินนั้น ให้แจ้งการครอบครองที่ดินต่อเจ้าพนักงานที่ดิน ณ ที่ดินนั้นตั้งอยู่ภายในกำหนดเวลาสามสิบวันนับแต่วันปิดประกาศ ถ้ามิได้แจ้งการครอบครองภายในกำหนดเวลาดังกล่าว แต่ได้มานำหรือส่งตัวแทนมานำพนักงานเจ้าหน้าที่ทำการสำรวจรังวัดตามวันและเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศกำหนด ให้ถือว่ายังประสงค์จะได้สิทธิในที่ดินนั้น
เพื่อประโยชน์แห่งมาตรานี้ ผู้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินตามวรรคหนึ่ง ให้หมายความรวมถึงผู้ซึ่งได้ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินต่อเนื่องมาจากบุคคลดังกล่าวด้วย
หลังจากผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศพื้นที่และ
วันที่เริ่มทำการรังวัดตามความในวรรคสองของมาตรา 58 ผู้ซึ่งมี
ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับโดยไม่มีโฉนดที่ดิน
แสดงหลักฐานกรรมสิทธิ์ในที่ดินและโดยไม่ต้องแจ้งการครอบครองของตนตามมาตรา 5 แห่ง
พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 หรือบุคคลผู้รอผู้ว่าราชการจังหวัด
คำสั่งลดหย่อนโทษตามมาตรา 27 ทวิ และผู้ซึ่งได้ครอบครองและใช้ประโยชน์ต่อเนื่องกัน
ที่ดินดังกล่าวจนถึงวันที่ทำการรังวัดหรือไต่สวน หากประสงค์จะได้มาซึ่งสิทธิใน
แจ้งการครอบครองที่ดินต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจประจำท้องที่ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่
ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ปิดประกาศ หากไม่มีการดำเนินการดังกล่าว
การแจ้งการครอบครองภายในกำหนดเวลาดังกล่าว ให้ถือว่าบุคคลนั้นยังคงมีความประสงค์ที่จะ
ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินดังกล่าว หากตนหรือผู้แทนของตนนำพนักงานเจ้าหน้าที่ไปทำการ
สำรวจตามวันและเวลาที่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจกำหนด.
เพื่อวัตถุประสงค์ของส่วนนี้ บุคคลผู้ซึ่งได้ครอบครองและใช้ประโยชน์
ที่ดินตามความในวรรคหนึ่งให้หมายความรวมถึงผู้สืบสิทธิ์ของบุคคลดังกล่าวด้วย.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๒๗ ตรี แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘
มาตรา 28 มาตรา ๒๘
ให้คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อช่วยเหลือในการดำเนินกิจการอย่างใดอย่างหนึ่งแล้วรายงานคณะกรรมการ
ให้นำความในมาตรา ๑๗ มาตรา ๑๘ และมาตรา ๑๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คณะกรรมาธิการมีอำนาจแต่งตั้งอนุ
คณะกรรมการเพื่อช่วยเหลือในการปฏิบัติงานและรายงานเรื่องดังกล่าวต่อคณะกรรมาธิการ.
บทบัญญัติแห่งมาตรา 17 มาตรา 18 และมาตรา 19 ให้ใช้บังคับโดยอนุโลม
มูแตนดิส.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 29 มาตรา ๒๙
ในการดำเนินการตามความในมาตรา ๒๗ ที่ดินที่ได้รับมาโดยบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ตั้งอยู่ในท้องที่ใด ให้จัดให้บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่นั้นได้รับ ได้ซื้อ ได้แลกเปลี่ยน หรือได้เช่าซื้อก่อน ต่อเมื่อมีที่ดินเหลืออยู่ จึงให้จัดให้บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่อื่นได้รับ ได้ซื้อ ได้แลกเปลี่ยน หรือได้เช่าซื้อต่อไป
ในการปฏิบัติตามบทบัญญัติของมาตรา 27 ที่ดินที่ได้มา
ภายใต้บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้ในท้องที่ใดๆ จะถูกกำหนดไว้เพื่อการได้มา การจัดซื้อ,
แลกเปลี่ยนหรือเช่าซื้อก่อนแก่บุคคลซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่นั้น แล้วจึง
พื้นที่ดินส่วนที่เหลือให้จัดไว้เพื่อได้มา ซื้อ แลกเปลี่ยน หรือเช่าซื้อ
แก่บุคคลที่มีภูมิลำเนาอยู่ในท้องที่อื่น.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 30 มาตรา ๓๐
เมื่อได้จัดให้บุคคลเข้าครอบครองในที่ดินรายใดแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบจองให้ไว้เป็นหลักฐานก่อน และเมื่อปรากฏแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ว่า บุคคลที่ได้จัดให้เข้าครอบครองที่ดินได้ทำประโยชน์ในที่ดิน และทั้งได้ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดโดยครบถ้วนแล้ว ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้โดยเร็ว
เมื่อบุคคลใดได้รับสิทธิครอบครองในที่ดินแปลงใด ๆ
ที่ดิน พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องออกใบจองให้แก่เขาก่อน และเมื่อมัน
ปรากฏแก่เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจว่าบุคคลดังกล่าวได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินและได้ปฏิบัติตามครบถ้วนแล้ว
ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด,
จากนั้นเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจจะออกหนังสือสำคัญแสดงสิทธิในที่ดินให้แก่เขาโดยไม่ชักช้า.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๓๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕
มาตรา 31 มาตรา ๓๑
โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ได้ออกสืบเนื่องมาจากใบจองตามมาตรา ๓๐ และมาตรา ๓๓ ห้ามมิให้ผู้ได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่นในกรณี ดังต่อไปนี้
(๑) ถ้าเป็นกรณีที่ได้ออกใบจองในหรือหลังวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ ห้ามโอนภายในกำหนดสิบปีนับแต่วันได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
(๒) ถ้าเป็นกรณีที่ได้ออกใบจองก่อนวันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๕ เฉพาะที่รัฐให้การช่วยเหลือในด้านสาธารณูปโภคและอื่น ๆ เนื่องจากการจัดที่ดิน ห้ามโอนภายในกำหนดห้าปี นับแต่วันได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์
ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่กรณีที่ที่ดินนั้นตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล รัฐวิสาหกิจที่จัดตั้งขึ้นโดยพระราชบัญญัติ หรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้โดยได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์
ภายในกำหนดเวลาห้ามโอนตามวรรคหนึ่ง ที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายแห่งการบังคับคดี
ในส่วนของโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ออก
นอกจากหนังสือรับรองการใช้วิธีไถ่ถอนก่อนตามมาตรา 30 และมาตรา 33 แล้ว บุคคลที่มี
สิทธิที่ได้มาในที่ดินดังกล่าวจะโอนที่ดินนั้นให้แก่บุคคลอื่นไม่ได้ในกรณีต่อไปนี้
กรณีต่างๆ
(1) ในกรณีที่มีการออกใบจองตั้งแต่วันที่ 14 เป็นต้นไป
แห่งเดือนธันวาคม พ.ศ. 2515 (1972) ห้ามมิให้โอนภายในกำหนดเวลาสิบปีนับแต่วันที่
ใบรับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์;
(2) ในกรณีที่มีการออกใบจองสิทธิก่อนวันที่ 14
เดือนธันวาคม พ.ศ. 2515 เฉพาะในส่วนที่รัฐให้ความช่วยเหลือเกี่ยวกับสาธารณูปโภค
และอื่นๆ สำหรับการจัดสรรที่ดิน ห้ามมิให้โอนภายในกำหนดห้าปีนับแต่วันที่
วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์.
บทบัญญัติแห่งวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับในกรณีที่ได้รับที่ดินมา
ผ่านทางการรับมรดกหรือโอนให้แก่หน่วยงานของรัฐ องค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้น
ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ
จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหรือโอนมายังสหกรณ์เพื่อชำระหนี้ด้วย
การอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์.
ที่ดินดังกล่าวห้ามมิให้ทำการบังคับคดีภายในระยะเวลาโอน
ข้อห้ามตามวรรคหนึ่ง.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
- มาตรา ๓๑ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๘
มาตรา 32 มาตรา ๓๒
บุคคลใดเข้าครอบครองที่ดินตามนัยแห่งบทบัญญัติมาตรา ๓๐ ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขของคณะกรรมการ อธิบดีมีอำนาจสั่งให้บุคคลนั้นออกไปจากที่ดินนั้นได้ และนับตั้งแต่วันได้รับคำสั่ง ให้บุคคลนั้นขาดสิทธิอันจะพึงได้ตามระเบียบข้อบังคับทั้งหลายทันที
ถ้าบุคคลนั้นไม่พอใจคำสั่งดังกล่าวในวรรคก่อน ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีได้ภายในกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันได้รับคำสั่ง แต่ถ้ารัฐมนตรีมิได้วินิจฉัยสั่งการภายในกำหนดหกสิบวัน นับแต่วันได้รับอุทธรณ์ให้ถือว่ารัฐมนตรีสั่งให้มีสิทธิครอบครองในที่ดินนั้นต่อไป แต่จะต้องปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และเงื่อนไขของคณะกรรมการตามเดิม
คำสั่งของรัฐมนตรีให้ถือเป็นที่สุด
อธิบดีมีอำนาจสั่งให้บุคคลใด ๆ ซึ่ง
เข้าครอบครองที่ดินตามบทบัญญัติแห่งมาตรา 30 และไม่ปฏิบัติตาม
กฎ ระเบียบ ข้อกำหนด หรือเงื่อนไขของคณะกรรมการในการออกจากที่ดิน นับตั้งแต่
วันที่ได้รับคำสั่งดังกล่าว บุคคลนั้นจะต้องถูกระงับสิทธิในการเป็นทันที
ได้มาภายใต้กฎระเบียบและข้อบังคับทั้งหมด.
That person, if dissatisfied with the order under the preceding paragraph,
shall have the right to appeal to the Minister within 30 days from the date of receiving the
order. If the Minister does not give his decision within 60 days from the date of receiving the
appeal, it shall be deemed that the Minister gives an order allowing that person to continue
his right of possession of land but he still has to comply with the rules, regulations, terms
and conditions of the Commission.
The order of the Minister shall be final.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.
มาตรา 33 มาตรา ๓๓
ในเขตท้องที่ใดที่คณะกรรมการยังมิได้ประกาศเขตสำรวจที่ดินตามความในหมวดนี้ก็ดี หรือในกรณีที่สภาพของที่ดินเป็นแปลงเล็กแปลงน้อยก็ดี ราษฎรจะขออนุญาตจับจองที่ดินได้โดยปฏิบัติตามระเบียบ ข้อบังคับ ข้อกำหนด และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนด และเมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่อนุญาตแล้ว ก็ให้ออกใบจองให้ต่อไป
In any locality where the Commission has not yet announced
land survey areas according to the provisions of this Chapter or where the land is composed
of small plots, the people may apply for the right of pre-emption of land by complying with
the rules, regulations, terms and conditions prescribed by the Commission, and upon the
approval of the competent officer a pre-emption certificate shall be issued.
คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.