ข้อความนี้มาจากไหน แหล่งที่มาของข้อความ

ข้อความภาษาไทยคือบทบัญญัติที่มีผลทางกฎหมาย. ข้อความนี้ถอดความมาจากประมวลกฎหมายที่ดิน ฉบับรวบรวม และได้รับการตรวจสอบความถูกต้องเทียบกับบทบัญญัติฉบับรวบรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา.

คำแปลดังกล่าวเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเอง ซึ่งได้รับการตรวจสอบทีละมาตราเทียบกับคำแปลอิสระชุดที่สอง สำนักงานดังกล่าวระบุว่าคำแปลของตนไม่มีผลทางกฎหมาย และให้ยึดถือข้อความภาษาไทยเป็นหลัก.

คำแปลภาษาอังกฤษนี้ไม่เป็นทางการและไม่มีผลทางกฎหมาย. ตามที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมถึงพระราชบัญญัติฉบับที่ 13 พ.ศ. 2556 (2013) มาตราที่ได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับที่ 14 หรือฉบับที่ 15 (ทั้งสองฉบับในปี พ.ศ. 2562) จะใช้คำแปลภายในของ ThaiLawOnline แทน มาตราที่มีเครื่องหมาย แปลกฎหมายไทยออนไลน์ ได้รับการแปลขึ้นใหม่ภายในองค์กรจากภาษาไทยฉบับปัจจุบัน เนื่องจากคำแปลที่ได้รับการตีพิมพ์นั้นมีมาก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม ในกรณีที่ทั้งสองฉบับมีความแตกต่างกัน ให้ยึดถือภาษาไทยเป็นหลัก.

ข้อความภาษาไทยเป็นตัวบทที่ใช้บังคับ คัดลอกตามตัวบทประมวลกฎหมายที่ดินฉบับปัจจุบัน และตรวจทานกับฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

The English translation is an unofficial translation and has no legal validity. หากข้อความทั้งสองภาษาแตกต่างกัน ให้ถือตามภาษาไทย

ส่วนที่ 1 มาตรา ๑

ในประมวลกฎหมายนี้

“ที่ดิน” หมายความว่า พื้นที่ดินทั่วไป และให้หมายความรวมถึง ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลด้วย

“สิทธิในที่ดิน” หมายความว่า กรรมสิทธิ์ และให้หมายความรวมถึงสิทธิครอบครองด้วย

“ใบจอง” หมายความว่า หนังสือแสดงการยอมให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราว

“หนังสือรับรองการทำประโยชน์” หมายความว่า หนังสือคำรับรองจากพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าได้ทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว

“ใบไต่สวน” หมายความว่า หนังสือแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดิน และให้หมายความรวมถึงใบนำด้วย

“โฉนดที่ดิน” หมายความว่า หนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และให้หมายความรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว”

“การรังวัด หมายความว่า การรังวัดปักเขต และทำเขต จด หรือคำนวณการรังวัด เพื่อให้ทราบที่ตั้งแนวเขตที่ดิน หรือทราบที่ตั้งและเนื้อที่ของที่ดิน

“การค้าที่ดิน” (ยกเลิก)

“ทบวงการเมือง” หมายความว่า

(๑) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น

(๒) หน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจ

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการจัดที่ดิน

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า เจ้าพนักงานซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายนี้ และพนักงานอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายนี้

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมที่ดิน

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน และตามประมวลกฎหมายนี้

ในโค้ดนี้:

“ที่ดิน” หมายถึง พื้นที่แผ่นดินทั้งหมด และให้หมายความรวมถึงภูเขา เนินเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ลำน้ำ ทะเลสาบ เกาะ และชายทะเลด้วย.

“สิทธิในที่ดิน” หมายความว่า กรรมสิทธิ์ และให้หมายความรวมถึงสิทธิครอบครองด้วย.

“หนังสือรับรองสิทธิการซื้อก่อน” หมายถึง เอกสารที่แสดงการอนุญาตให้เข้าครอบครองที่ดินชั่วคราว.

“หนังสือรับรองการทำประโยชน์” หมายความว่า เอกสารจากเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจรับรองว่าได้มีการทำประโยชน์ในที่ดินแล้ว.

“ใบไต่สวน” หมายความว่า กระดาษแสดงการสอบสวนเพื่อออกโฉนดที่ดิน และให้หมายความรวมถึงใบแจ้งการครอบครองที่ดินด้วย.

“โฉนดที่ดิน” หมายความว่า เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์ที่ดิน และให้หมายความรวมถึงโฉนดแผนที่ โฉนดตราจอง และตราจองที่ตราว่า “ได้ทำประโยชน์แล้ว” ด้วย.

“การรังวัด” หมายความว่า การรังวัดและทำแผนที่แนวเขต หรือการคำนวณเนื้อที่ เพื่อกำหนดตำแหน่งของแนวเขตที่ดินหรือเนื้อที่ของที่ดิน.

“การค้าที่ดิน” — ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 12) พ.ศ. 2551.

“หน่วยงานของรัฐ” หมายความว่า (1) ราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค หรือราชการส่วนท้องถิ่น (2) หน่วยงานอื่นของรัฐที่มิใช่รัฐวิสาหกิจ.

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการจัดที่ดิน.

“เจ้าพนักงานผู้มีอำนาจ” หมายความว่า เจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายนี้ และเจ้าพนักงานอื่นซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติการตามประมวลกฎหมายนี้.

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมที่ดิน.

“รัฐมนตรี” หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดินและตามประมวลกฎหมายนี้.

คำแปลอย่างไม่เป็นทางการของ ThaiLawOnline ของข้อความภาษาไทยปัจจุบัน.

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๑ นิยามคำว่า "การค้าที่ดิน" ยกเลิกโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๕๑
  • มาตรา ๑ นิยามคำว่า "ทบวงการเมือง" แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๓) พ.ศ. ๒๕๕๖
  • มาตรา ๑ นิยามคำว่า "คณะกรรมการ" แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๔) พ.ศ. ๒๕๖๒

ส่วนที่ 2 มาตรา ๒

ที่ดินซึ่งมิได้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลหนึ่งบุคคลใด ให้ถือว่าเป็นของรัฐ

ที่ดินที่ไม่มีเจ้าของ

ให้ถือว่าเป็นทรัพย์สินของรัฐ.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ส่วนที่ 3 มาตรา ๓

บุคคลย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ในกรณีต่อไปนี้

(๑) ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามบทกฎหมายก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับ หรือได้มาซึ่งโฉนดที่ดินตามบทแห่งประมวลกฎหมายนี้

(๒) ได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ หรือกฎหมายอื่น

บุคคลย่อมมีกรรมสิทธิ์ในที่ดินในกรณีดังต่อไปนี้

(1) ซึ่งได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายก่อน

วันที่มีผลใช้บังคับประมวลกฎหมายนี้ หรือในกรณีที่มีการได้มาซึ่งโฉนดที่ดินตาม

บทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายนี้;

(2) ซึ่งได้มาซึ่งกรรมสิทธิ์ตามกฎหมายว่าด้วยที่ดิน

การจัดสรรเพื่อการครองชีพหรือกฎหมายอื่น ๆ.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

มาตรา 4 มาตรา ๔

ภายใต้บังคับมาตรา ๖ บุคคลใดได้มาซึ่งสิทธิครอบครองในที่ดินก่อนวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับ ให้มีสิทธิครอบครองสืบไปและให้คุ้มครองตลอดถึงผู้รับโอนด้วย

ภายใต้บทบัญญัติแห่งมาตรา 6 บุคคลใดก็ตามที่มี

สิทธิครอบครองที่ดินที่ได้มาในวันที่ประมวลกฎหมายนี้ใช้บังคับ ให้คงอยู่ต่อไปจนถึง

มีสิทธิครอบครองเช่นว่านั้นด้วย ความคุ้มครองนี้ให้ใช้บังคับแก่ผู้รับโอนที่ดินนั้นด้วยเช่นกัน.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ส่วนที่ 4 ทวิ มาตรา ๔ ทวิ

นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้ใช้บังคับ การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินซึ่งมีโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่

นับตั้งแต่วันที่ประกาศฉบับนี้ของคณะกรรมการ

คณะกรรมการบริหารมีผลบังคับใช้ การโอนกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองในที่ดินด้วย

โฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อ

เจ้าหน้าที่ผู้มีความสามารถ.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๔ ทวิ เพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๕

มาตรา 5 มาตรา ๕

ผู้ใดมีความประสงค์เวนคืนสิทธิในที่ดินให้แก่รัฐ ให้ยื่นคำขอเวนคืนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๗๑

บุคคลใดๆ ที่ประสงค์จะสละสิทธิในที่ดินของตนให้แก่รัฐ

ยื่นคำขอสละสัญชาติ ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา 71.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

มาตรา 6 มาตรา ๖

นับตั้งแต่วันที่ประกาศของคณะปฏิวัติฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ผู้ใดที่มีสิทธิในที่ดินตามโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ หากผู้นั้นทิ้งไว้โดยไม่ใช้ประโยชน์ในที่ดิน หรือปล่อยให้ที่ดินเป็นที่รกร้างว่างเปล่า เกินระยะเวลาดังต่อไปนี้

(๑) สำหรับที่ดินที่มีโฉนดที่ดิน เกินสิบปีติดต่อกัน

(๒) สำหรับที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เกินห้าปีติดต่อกัน

ให้ถือว่าเจตนาสละสิทธิในที่ดินเฉพาะส่วนที่ทอดทิ้งไม่ทำประโยชน์ หรือที่ปล่อยให้เป็นที่รกร้างว่างเปล่า เมื่ออธิบดีได้ยื่นคำร้องต่อศาล และศาลได้สั่งเพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินดังกล่าว ให้ที่ดินนั้นตกเป็นของรัฐเพื่อดำเนินการตามประมวลกฎหมายนี้ต่อไป

นับตั้งแต่วันที่ประกาศคณะปฏิวัตินี้เป็นต้นไป

ข้อบัญญัติมีผลใช้บังคับ โดยบุคคลใดก็ตามที่มีสิทธิในที่ดินตามโฉนดหรือ

ใบรับรองการใช้ประโยชน์ละเลยที่จะใช้ประโยชน์จากที่ดินแปลงนั้นหรือปล่อยทิ้งไว้ให้รกร้างว่างเปล่าเป็นเวลา

ระยะเวลาที่ยาวนานกว่าช่วงต่อไปนี้:

(1) ที่ดินที่มีโฉนด เป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่าสิบปี;

(2) ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ เป็นเวลาติดต่อกันเกินกว่า

ลงวันที่ 29 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 (1972).

ปี,

ให้ถือว่าผู้นั้นมีเจตนาสละสิทธิ์ในที่ดินเพื่อ

ส่วนของที่ดินที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์หรือปล่อยทิ้งไว้ให้ว่างเปล่า เมื่ออธิบดี

ได้ยื่นคำร้องต่อศาล และศาลมีคำสั่งให้เพิกถอนสิทธิในที่ดิน

เอกสารสิทธิ์ของที่ดินดังกล่าว ให้ที่ดินดังกล่าวตกเป็นของรัฐเพื่อดำเนินการต่อไปใน

ตามประมวลกฎหมายนี้.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๖ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๙๖ ลงวันที่ ๒๙ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๑๕

มาตรา 7 มาตรา ๗

ยกเลิกยกเลิก

(ยกเลิก)

(ยกเลิกแล้ว)

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๗ ยกเลิก โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๖

มาตรา 8 มาตรา ๘

บรรดาที่ดินทั้งหลายอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน หรือเป็นทรัพย์สินของแผ่นดินนั้น ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ให้อธิบดีมีอำนาจหน้าที่ดูแลรักษา และดำเนินการคุ้มครองป้องกันได้ตามควรแก่กรณี อำนาจหน้าที่ดังว่านี้ รัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้ใช้ก็ได้

ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือเป็นที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองอาจถูกถอนสภาพหรือโอนไปเพื่อใช้ประโยชน์อย่างอื่นหรือนำไปจัดเพื่อประชาชนได้ ในกรณีดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ถ้าทบวงการเมือง รัฐวิสาหกิจหรือเอกชนจัดหาที่ดินมาให้พลเมืองใช้ร่วมกันแทนแล้ว การถอนสภาพหรือโอนให้กระทำโดยพระราชบัญญัติ แต่ถ้าพลเมืองได้เลิกใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น หรือที่ดินนั้นได้เปลี่ยนสภาพไปจากการเป็นที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน และมิได้ตกไปเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ใดตามอำนาจกฎหมายอื่นแล้ว การถอนสภาพให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

(๒) ที่ดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ หรือที่ดินที่ได้หวงห้ามหรือสงวนไว้ตามความต้องการของทบวงการเมืองใด ถ้าทบวงการเมืองนั้นเลิกใช้ หรือไม่ต้องการหวงห้ามหรือสงวนต่อไป เมื่อได้มีพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพแล้ว คณะรัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองซึ่งมีหน้าที่เป็นผู้ใช้หรือจัดหาประโยชน์ก็ได้ แต่ถ้าจะโอนต่อไปยังเอกชน ให้กระทำโดยพระราชบัญญัติ และถ้าจะนำไปจัดเพื่อประชาชนตามประมวลกฎหมายนี้หรือกฎหมายอื่น ให้กระทำโดยพระราชกฤษฎีกา

การตราพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกาตามวรรคสองให้มีแผนที่แสดงเขตที่ดินแนบท้ายพระราชบัญญัติหรือพระราชกฤษฎีกานั้นด้วย

ที่ดินทั้งหมดซึ่งไม่เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินก็เป็นของรัฐ

ทรัพย์สินดังกล่าว หากไม่มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น ให้ยู่ในความดูแลของผู้อำนวยการ

พลเอก ผู้ซึ่งจะมีอำนาจและหน้าที่ในการใช้มาตรการใดๆ ที่เหมาะสมสำหรับ

การคุ้มครอง อำนาจและหน้าที่ดังกล่าวรัฐมนตรีอาจมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐอื่นปฏิบัติแทนได้.

ที่ดินซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณสมบัติของแผ่นดินและใช้ใน

ที่ประชาชนใช้ร่วมกันหรือใช้เพื่อประโยชน์ของรัฐโดยเฉพาะ หรือที่ดินซึ่งเป็น

สงวนไว้เพื่อการใช้งานของหน่วยงานของรัฐใดๆ อาจถูกเพิกถอนจากสถานะดังกล่าวหรือโอนย้ายได้

สำหรับการใช้งานอื่นๆ หรือจัดสรรให้กับประชาชน ในกรณีต่อไปนี้:

(1) สำหรับที่ดินที่ใช้ร่วมกันโดยสาธารณชน หากหน่วยงานของรัฐ รัฐ

วิสาหกิจหรือบุคคลเอกชนได้จัดเตรียมที่ดินไว้สำหรับการใช้ประโยชน์ร่วมกันของสาธารณชนแทน ซึ่ง

withdrawal from such status or its transfer shall be made in the form of an Act. If the public

has ceased to use the land or the status of that land has changed from being the land used

in common by the public and the ownership of that land is not vested in any person in

accordance with the provisions of other laws, its withdrawal shall be made in the form of a

Royal Decree.

(2) For land used specifically in the interest of the State or land reserved

for the use of any public body, if that public body ceases to use that land or no longer

needs to reserve it for its own use, when there is a Royal Decree withdrawing that land from

such status, the Council of Ministers may assign the public body in charge to make use of or

seek benefits from the land. However, if the land is to be transferred to a private party, it

shall be done in the form of an Act, and if the land is to be allocated to the people in

accordance with this Code or other laws, it shall be done in the form of a Royal Decree.

The Act or the Royal Decree under paragraph two shall have a map showing

the boundaries of the land as an annex to such Act or Royal Decree.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๘ แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕

มาตรา 8 ทวิ มาตรา ๘ ทวิ

ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง หรือที่ดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันซึ่งได้ถอนสภาพตามมาตรา ๘ (๑) แล้ว รัฐมนตรีมีอำนาจที่จะจัดขึ้นทะเบียนเพื่อให้ทบวงการเมืองใช้ประโยชน์ในราชการได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

ก่อนที่จะจัดขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้มีการรังวัดทำแผนที่ และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดท้องที่ประกาศการจัดขึ้นทะเบียนให้ราษฎรทราบมีกำหนดสามสิบวัน ประกาศให้ปิดในที่เปิดเผย ณ สำนักงานที่ดิน ที่ว่าการอำเภอหรือที่ว่าการกิ่งอำเภอ ที่ทำการกำนัน และในบริเวณที่ดินนั้น

การจัดขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐมนตรีประกาศในราชกิจจานุเบกษา และให้มีแผนที่แนบท้ายประกาศด้วย

With regard to land belonging to the State to which no

person has possessory right or land used in common by the public which has been

withdrawn from such status in accordance with Section 8 (1), the Minister shall have the

power to put such land on registration for use by a public body in the government service in

ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง.

Prior to putting such land on registration in accordance with paragraph one,

survey for the purpose of making map shall be carried out and the Provincial Governor of

the locality shall announce the registration to the public for their information for the period

of thirty days. The announcement shall be posted in a conspicuous place at the land

office, district office or sub-district office, kamnan’s office, and on the land itself.

The Minister shall publish the notification of the registration in accordance

with paragraph one in the Government Gazette and there shall be a map annexed to the

notification.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๘ ทวิ เพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕

ส่วนที่ 8 ทวิ มาตรา ๘ ตรี

ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน หรือใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ อธิบดีอาจจัดให้มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงเพื่อแสดงเขตไว้เป็นหลักฐาน

แบบ หลักเกณฑ์ และวิธีการออกหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

ที่ดินตามวรรคหนึ่งแปลงใดยังไม่มีหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง เขตของที่ดินดังกล่าวให้เป็นไปตามหลักฐานของทางราชการ

With regard to the land which is part of the public

domain of the State for use in common by the public or for use specifically in the interest

of the State, the Director-General may issue a public land deed evidencing the boundaries

of such land.

Forms, rules and procedure for issuance of the public land deed shall be in

accordance with the ministerial regulations.

The boundaries of any parcel of land under paragraph one which has not

yet obtained a public land deed shall be in accordance with the government’s record.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๘ ตรี เพิ่มเติมโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๓๔ ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๑๕

มาตรา 9 มาตรา ๙

ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้ ที่ดินของรัฐนั้นถ้ามิได้มีสิทธิครอบครอง หรือมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่แล้ว ห้ามมิให้บุคคลใด

(๑) เข้าไปยึดถือ ครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า

(๒) ทำด้วยประการใด ให้เป็นการทำลาย หรือทำให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา หรือ

(๓) ทำสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในที่ดิน

Subject to the laws on mining and forestry, persons without

right to possession of the land belonging to the State or without permission from the

competent officer shall be prohibited from:

(1) entering, occupying or taking possession of such land, including cutting

down trees for construction purposes or burning forest thereon;

(2) destroying or causing deterioration, by any means, of the condition of

the land, rock, gravel or sand within the areas reserved by the Minister’s announcement

published in the Government Gazette;

(3) doing anything which imperils the resources in the land.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

ประวัติการแก้ไขเพิ่มเติม ประวัติการแก้ไข
  • มาตรา ๙/๑ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ ๑๑) พ.ศ. ๒๕๕๑

ส่วนที่ 9/1 มาตรา ๙/๑

ให้ผู้รับอนุญาตตามมาตรา ๙ เสียค่าตอบแทนเป็นรายปีให้แก่เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล กรุงเทพมหานคร เมืองพัทยา หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้งที่ที่ดินที่ได้รับอนุญาตตั้งอยู่ ยกเว้นองค์การบริหารส่วนจังหวัดทั้งนี้ ตามวิธีการและอัตราที่กำหนดในข้อบัญญัติท้องถิ่นนั้น แต่ต้องไม่เกินอัตราตามบัญชีท้ายประมวลกฎหมายนี้

ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตจังหวัดแบ่งค่าตอบแทนที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดในอัตราร้อยละสี่สิบของค่าตอบแทนที่ได้รับภายในกำหนดสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับ เพื่อเป็นรายได้ขององค์การบริหารส่วนจังหวัด และให้ค่าตอบแทนส่วนที่เหลือตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ที่ดินที่ได้รับอนุญาตตั้งอยู่ ในกรณีที่ที่ดินดังกล่าวไม่ได้ตั้งอยู่ในเขตขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ให้ค่าตอบแทนที่ได้รับตามวรรคหนึ่ง ตกเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นทั้งหมด

The person with the permission under Section 9 shall

pay an annual consideration to the municipality, sub-district administration organization,

Bangkok Metropolitan Administration, Pattaya City, or other local administration organization

established under law, of the locality where the permitted land is located, except

provincial administration organization, according to the procedure and at the rates

prescribed by the relevant by-law, but not to exceed the rates set out in the schedule

annexed hereto.

A local administration organization in a provincial area shall share the

consideration received under paragraph one to the provincial administration organization at

the rate of forty percent of the consideration received, within thirty days from the date of

receipt of payment thereof, so that it be an income of the provincial administration

organization, and the remaining consideration shall become an income of the local

administration organization where the permitted land is located. In case the said land is not

located in the provincial administration organization area, the entire consideration received

under paragraph one shall become an income of the said local administration organization.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

มาตรา 10 มาตรา ๑๐

ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครองและมิใช่สาธารณสมบัติของแผ่นดินอันราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกันนั้น ให้อธิบดีมีอำนาจจัดหาผลประโยชน์ ในการจัดหาผลประโยชน์ ให้รวมถึงจัดทำให้ที่ดินใช้ประโยชน์ได้ ซื้อขาย แลกเปลี่ยน ให้เช่า และให้เช่าซื้อ

หลักเกณฑ์และวิธีการจัดหาผลประโยชน์ ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง แต่สำหรับการขาย การแลกเปลี่ยน และการให้เช่าซื้อที่ดินต้องได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรี

การดำเนินการจัดหาผลประโยชน์ตามความในมาตรานี้ ให้คำนึงถึงการที่จะสงวนที่ดินไว้ให้อนุชนรุ่นหลังด้วย

With regard to State land which is free of any person’s

possessory right and is not a public domain of the State in common use by the people, the

Director-General shall have the power to arrange to seek benefits therefrom. Such

arrangements may include its utilization, purchase, sale, exchange, lease and hire-purchase.

Rules and procedure for such arrangements shall be prescribed in the

ministerial regulations. As for sale, exchange and hire-purchase, the authorization of the

Minister must be obtained.

In making arrangements for seeking benefits from land under this Section,

consideration shall be given to the need to reserve the land for future generations.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

มาตรา 11 มาตรา ๑๑

การจัดหาผลประโยชน์ซึ่งที่ดินของรัฐตามนัยดังกล่าวมาในมาตราก่อนนี้ รัฐมนตรีจะมอบหมายให้ทบวงการเมืองอื่นเป็นผู้จัดหาผลประโยชน์สำหรับรัฐ หรือบำรุงท้องถิ่นก็ได้ทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

In making arrangements for seeking benefits from State land in

accordance with the provisions of the preceding Section, the Minister may assign to another

public body the power to make such arrangements in the interest of the State or of a

certain locality, in accordance with the rules and procedure prescribed in the ministerial

regulations.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

มาตรา 12 มาตรา ๑๒

ที่ดินของรัฐซึ่งมิได้มีบุคคลใดมีสิทธิครอบครอง รัฐมนตรีมีอำนาจให้สัมปทาน ให้ หรือให้ใช้ในระยะเวลาอันจำกัดทั้งนี้ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง

บทบัญญัติในมาตรานี้ไม่กระทบกระเทือนถึงกฎหมายว่าด้วยการเหมืองแร่และการป่าไม้

The Minister may grant concession over, give, or make

available for utilization for a limited period of time, State land which is free of any person’s

possessory right, in accordance with the rules and procedure prescribed in the ministerial

regulations.

The provisions of this Section shall not affect the law on mining and

forestry.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.

มาตรา 13 มาตรา ๑๓

เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตามบทแห่งประมวลกฎหมายนี้ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสำนักงานที่ดินจังหวัดขึ้น

จังหวัดใดมีความจำเป็นที่จะต้องตั้งที่ทำการที่ดินมากกว่าหนึ่งแห่งให้รัฐมนตรีมีอำนาจจัดตั้งสำนักงานที่ดินสาขาขึ้นโดยให้สังกัดอยู่ในสำนักงานที่ดินจังหวัด

การจัดตั้งสำนักงานที่ดินจังหวัดและสำนักงานที่ดินสาขาให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา

For the purpose of carrying out the execution of the provisions

of this Code, the Minister shall have the power to establish provincial land offices.

If it is necessary to establish more than one land office in any province, the

Minister shall have the power to establish land branch offices to be under the provincial

land office.

The establishment of a provincial land office and land branch office shall be

announced in the Government Gazette.

คำแปลอย่างไม่ทางการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมถึง (ฉบับที่ 13) พ.ศ. 2556.