บรรพ 5 — ครอบครัว

มาตรา 1490 — หนี้ของสินสมรส

แทนคำที่ระบุเพศ (สามี/ภริยา) ด้วยคำว่า 'คู่สมรส' และใช้บังคับกับคู่สมรสเพศเดียวกันโดยเท่าเทียม

ตัวบทกฎหมาย

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ๒๔) พ.ศ. ๒๕๖๗ [175]

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

Debts that both spouses are jointly liable to perform, shall include the following debts incurred by either spouse during marriage: (1) debts incurred in connection with management of household affairs and providing for the necessaries of the family, or maintenance, medical expenses of the household and for proper education of the children; feedback (/form/1-samuiforsale-contact-form.html?tmpl=component) / (2) debts incurred in connection with the Sin Somros; (3) debts incurred in connection with a business carried on by the spouses in common; (4) debts incurred by either spouse only for his or her own benefit but ratified by the other.

คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1490 เป็นช่องทางที่เจ้าหนี้ใช้บังคับเอาจากส่วนสินสมรสของคู่สมรสฝ่ายที่ไม่ได้ก่อหนี้ หนี้ครอบครัวมีสามประเภท: (1) หนี้เพื่อความจำเป็นของครัวเรือน — ค่าอาหาร ค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล (2) หนี้ของทรัพย์ที่ถือร่วม — จำนองบ้านครอบครัว (3) หนี้ประกอบอาชีพที่เป็นประโยชน์ต่อครอบครัว — เงินกู้ธุรกิจที่ครัวเรือนได้รับประโยชน์จากรายได้ หนี้ใช้เป็นส่วนตัว (การพนัน การซื้อของหรูส่วนตัว) ยังคงเป็นหนี้ส่วนตัวเว้นแต่คู่สมรสอีกฝ่ายจะให้สัตยาบัน คำพิพากษาศาลฎีกาเร็ว ๆ นี้ตีความ "ประโยชน์ต่อครอบครัว" อย่างกว้างเมื่อใช้กับการกู้ยืมเพื่อธุรกิจ

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: เจ้าหนี้ต้องพิสูจน์ว่าหนี้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ครอบครัวหรือการจัดการสินสมรสจึงจะบังคับจากสินสมรสได้ หนี้ส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายเดียวไม่สามารถบังคับจากสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอม สำหรับประชาชน: หนี้เพื่อการดูแลครัวเรือนหรือธุรกิจร่วมผูกพันสินสมรส แต่หนี้ส่วนตัวของคู่สมรสไม่ผูกพันท่านโดยอัตโนมัติ

ความเป็นมาทางกฎหมาย

มาตรา 1490 ใช้บังคับมาตั้งแต่การปรับปรุง พ.ศ. 2519 พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ขยายระบบหนี้ร่วมให้ใช้กับคู่สมรสทุกคู่

  • หนี้สมรส
  • ความรับผิดสินสมรส
  • หนี้ร่วม
  • เจ้าหนี้
  • ค่าใช้จ่ายครอบครัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7631/2552 (2009)

    คู่สมรสที่เป็นพยานในสัญญากู้ถือว่าให้สัตยาบัน ทำให้หนี้ดังกล่าวกลายเป็นหนี้ร่วมของคู่สมรส

    เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งกู้เงินและอีกฝ่ายลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ ศาลถือว่าฝ่ายที่เป็นพยานได้ให้สัตยาบันแก่หนี้ดังกล่าว ทำให้เป็นหนี้ร่วมที่บังคับได้จากสินสมรส

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6686/2552 (2009)

    หนี้ถือเป็นหนี้ร่วมหากพฤติการณ์แสดงให้เห็นอย่างสมเหตุสมผลว่าเงินที่กู้นำไปใช้เพื่อประโยชน์ครอบครัว

    เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งกู้เงินจำนวนมากและมีเหตุอันควรสันนิษฐานว่านำเงินมาใช้เพื่อประโยชน์ครอบครัว หนี้ดังกล่าวถือเป็นหนี้ร่วมที่บังคับได้จากสินสมรส

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น