ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา ใบอนุญาตทนายความไทย เลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) วาส

บรรพ 5: ครอบครัว

มาตรา 1490: หนี้ของสินสมรส

แก้ไขโดย พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 แทนคำที่ระบุเพศ (สามี/ภริยา) ด้วยคำว่า 'คู่สมรส' และใช้บังคับกับคู่สมรสเพศเดียวกันโดยเท่าเทียม

ตัวบทกฎหมาย

หนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้นให้รวมถึงหนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรสดังต่อไปนี้

(๑) หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ

(๒) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส

(๓) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งคู่สมรสทำด้วยกัน

(๔) หนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน

คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

คำแปลภาษาอังกฤษ

Debts for which the spouses are jointly liable include the following debts incurred by either spouse during the marriage:

(1) debts concerning the management of the household and the provision of necessaries for the family, the maintenance and medical treatment of members of the family, and the education of the children, as is appropriate to their condition in life;

(2) debts connected with the marital property;

(3) debts arising from a business carried on by the spouses together;

(4) debts incurred by one spouse for that spouse's own benefit alone, but ratified by the other.

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรา 1490 เป็นช่องทางที่เจ้าหนี้ใช้เรียกร้องเอาแก่คู่สมรสฝ่ายที่มิได้ก่อหนี้ มาตรานี้กำหนดไว้สี่กรณี และกรณีที่สี่มักถูกมองข้าม คือ (1) หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูและการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัว และการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ (2) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส เช่น จำนองบ้านอันเป็นสินสมรส (3) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งคู่สมรสทำด้วยกัน และ (4) หนี้ที่ฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน ข้อ (3) ถือเอาการที่คู่สมรสทำการงานร่วมกันเป็นสำคัญ มิใช่การที่ครอบครัวได้รับประโยชน์จากรายได้ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หนี้จากการประกอบอาชีพของคู่สมรสฝ่ายเดียวจึงไม่เข้าข้อนี้ และหนี้ส่วนตัวจะกลายเป็นหนี้ร่วมได้ก็โดยการให้สัตยาบันตามข้อ (4) ส่วนการชำระหนี้ร่วมนั้นเป็นเรื่องของมาตรา 1489 ซึ่งให้ชำระจากสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่าย มิใช่เรื่องของมาตรานี้

สำคัญสูง

ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ

สำหรับทนายความ: เจ้าหนี้ต้องพิสูจน์ว่าหนี้เกิดขึ้นเพื่อประโยชน์ครอบครัวหรือการจัดการสินสมรสจึงจะบังคับจากสินสมรสได้ หนี้ส่วนตัวของคู่สมรสฝ่ายเดียวไม่สามารถบังคับจากสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอม สำหรับประชาชน: หนี้เพื่อการดูแลครัวเรือนหรือธุรกิจร่วมผูกพันสินสมรส แต่หนี้ส่วนตัวของคู่สมรสไม่ผูกพันท่านโดยอัตโนมัติ

ความเป็นมาทางกฎหมาย

มาตรา 1490 ใช้บังคับมาตั้งแต่การปรับปรุง พ.ศ. 2519 พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ขยายระบบหนี้ร่วมให้ใช้กับคู่สมรสทุกคู่

  • หนี้สมรส
  • ความรับผิดสินสมรส
  • หนี้ร่วม
  • เจ้าหนี้
  • ค่าใช้จ่ายครอบครัว

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้

  1. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7631/2552 (2009)

    เมื่อสามีกู้เงินและภริยาลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ ถือว่าภริยาได้ให้สัตยาบันในการทำสัญญากู้ยืมเงินนั้น หนี้กู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ร่วมของสามีและภริยา ตามมาตรา 1490 (4) เจ้าหนี้ของลูกหนี้ร่วมย่อมมีอำนาจตามมาตรา 291 ที่จะฟ้องลูกหนี้ทุกคนพร้อมกันให้ชำระหนี้เป็นส่วน ๆ หรือจะฟ้องลูกหนี้ทีละคนจนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนก็ได้ ดังนั้น เมื่อในคดีก่อนเจ้าหนี้ฟ้องเฉพาะสามีโดยมิได้ฟ้องภริยาด้วย ภริยาย่อมมิใช่คู่ความเดียวกันกับจำเลยในคดีก่อน ฟ้องคดีหลังจึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ คำพิพากษานี้วางหลักเรื่องความเป็นหนี้ร่วมและสิทธิเลือกฟ้องของเจ้าหนี้ มิได้วินิจฉัยว่าจะบังคับคดีเอาแก่ทรัพย์สินระหว่างสามีภริยาประเภทใด

    สามีจำเลยกู้เงินโจทก์ และจำเลยลงลายมือชื่อเป็นพยานในสัญญากู้ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าถือว่าจำเลยได้ให้สัตยาบันในการทำสัญญากู้ยืมเงินดังกล่าว หนี้กู้ยืมเงินจึงเป็นหนี้ร่วมของสามีจำเลยและจำเลยตามมาตรา 1490 (4) และโจทก์ในฐานะเจ้าหนี้ย่อมมีอำนาจฟ้องลูกหนี้ทุกคนพร้อมกันให้ชำระหนี้เป็นส่วน ๆ หรือจะฟ้องลูกหนี้ทีละคนจนกว่าจะได้รับชำระหนี้ครบถ้วนก็ได้ ตามมาตรา 291 ในคดีก่อนโจทก์นำสัญญากู้ยืมฟ้องเฉพาะสามีจำเลยให้ชำระหนี้ โดยมิได้ฟ้องจำเลยคดีนี้ให้ร่วมชำระหนี้ด้วย จำเลยคดีนี้จึงถือไม่ได้ว่าเป็นคู่ความเดียวกันกับจำเลยในคดีก่อน ฟ้องของโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำ

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

  2. คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6686/2552 (2009)

    หนี้ที่คู่สมรสฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว ย่อมเป็นหนี้ร่วมตามมาตรา 1490 (4) เมื่ออีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน ซึ่งพิสูจน์ได้จากการที่อีกฝ่ายรู้เห็นยินยอมในการกู้ยืมนั้น เมื่อเป็นหนี้ร่วมแล้ว เจ้าหนี้ย่อมบังคับชำระหนี้จากทรัพย์สินซึ่งเป็นสินสมรสได้ทั้งหมด และคู่สมรสอีกฝ่ายไม่มีสิทธิขอกันส่วนจากเงินที่ได้จากการขายทอดตลาด

    ภริยากู้ยืมเงินโจทก์หลายครั้งแล้วถึงแก่ความตาย โจทก์ฟ้องทายาทและนำยึดที่ดินซึ่งเป็นสินสมรสระหว่างผู้ร้องกับผู้ตาย ผู้ร้องยื่นคำร้องตาม ป.วิ.พ. มาตรา 287 ขอกันส่วนเงินที่ได้จากการขายทอดตลาดกึ่งหนึ่ง โดยอ้างว่ามิได้รู้เห็นยินยอมในการกู้ยืม ศาลฎีกาเห็นว่าข้อนำสืบของผู้ร้องเลื่อนลอย เพราะผู้ร้องมีเงินเดือนเพียงประมาณ 10,000 บาท ต้องใช้จ่ายในครอบครัวและให้การศึกษาแก่บุตร ขณะที่ภริยาป่วยด้วยโรคมะเร็งปอดระยะสุดท้าย ทั้งมีการนำโฉนดที่ดินไปวางเป็นประกันเงินกู้ และผู้ร้องเองยืนยันว่าภริยาไม่เคยหยิบโฉนดโดยไม่บอกกล่าวก่อน กับยอมรับว่าเคยไปพบโจทก์ถึง 2 ครั้งหลังได้รับหนังสือทวงถาม จึงฟังได้ว่าผู้ร้องรู้เห็นในการกู้ยืม หนี้รายนี้เป็นหนี้ร่วมตามมาตรา 1490 (4) โจทก์บังคับชำระหนี้จากสินสมรสได้ทั้งหมด ผู้ร้องไม่มีสิทธิขอกันส่วน

    อ่านคำพิพากษาฉบับเต็ม (deka.in.th)

คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 72 คดี (พ.ศ. 2501 ถึง 2568)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4155/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 4008/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2794/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 1486/2567 (2024)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3803/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3801/2565 (2022)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 8820/2561 (2018)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 14281/2558 (2015)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

คู่มือที่เกี่ยวข้องบน ThaiLawOnline

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป Civil and Commercial Code, s. 1490 (Thailand)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Civil and Commercial Code (Thailand), s. 1490. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1490/ (accessed 17 กันยายน 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.พ.พ. มาตรา 1490
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1490/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1490/"><p>หนี้ที่คู่สมรสเป็นลูกหนี้ร่วมกันนั้นให้รวมถึงหนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อให้เกิดขึ้นในระหว่างสมรสดังต่อไปนี้ (๑) หนี้เกี่ยวแก่การจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัว การอุปการะเลี้ยงดูตลอดถึงการรักษาพยาบาลบุคคลในครอบครัวและการศึกษาของบุตรตามสมควรแก่อัตภาพ (๒) หนี้ที่เกี่ยวข้องกับสินสมรส (๓) หนี้ที่เกิดขึ้นเนื่องจากการงานซึ่งคู่สมรสทำด้วยกัน (๔) หนี้ที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งก่อขึ้นเพื่อประโยชน์ตนฝ่ายเดียว แต่อีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบัน</p><footer>Civil and Commercial Code, s. 1490 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-civil-code/section-1490/">ThaiLawOnline</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง