มาตรา 1476
ตัวบทกฎหมาย
ถ้าคู่สมรสฝ่ายหนึ่งได้ทำนิติกรรมไปแต่เพียงฝ่ายเดียว หรือโดยปราศจากความยินยอมของคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งอาจฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมนั้นได้ เว้นแต่คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งได้ให้สัตยาบันแก่นิติกรรมนั้นแล้ว หรือในขณะที่ทำนิติกรรมนั้นบุคคลภายนอกได้กระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน การฟ้องให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้ฟ้องเมื่อพ้นหนึ่งปี นับแต่วันที่ได้รู้เหตุอันเป็นมูลให้เพิกถอนหรือเมื่อพ้นสิบปีนับแต่วันที่ได้ทำนิติกรรมนั้น มาตรา ๑๔๘๑[164] คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่มีอำนาจทำพินัยกรรมยกสินสมรสที่เกินกว่าส่วนของตนให้แก่บุคคลใดได้มาตรา ๑๔๘๒[165] ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจจัดการสินสมรสแต่ฝ่ายเดียว คู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งก็ยังมีอำนาจจัดการบ้านเรือนและจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวตามสมควรแก่อัตภาพได้ ค่าใช้จ่ายในการนี้ย่อมผูกพันสินสมรสและสินส่วนตัวของทั้งสองฝ่ายถ้าคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจัดการบ้านเรือนหรือจัดหาสิ่งจำเป็นสำหรับครอบครัวเป็นที่เสียหายถึงขนาด อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งห้ามหรือจำกัดอำนาจนี้เสียได้มาตรา ๑๔๘๓[166] ในกรณีที่คู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีอำนาจจัดการสินสมรสแต่ฝ่ายเดียว ถ้าคู่สมรสฝ่ายนั้นจะกระทำ หรือกำลังกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งในการจัดการสินสมรสอันพึงเห็นได้ว่าจะเกิดความเสียหายถึงขนาด อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งห้ามมิให้กระทำการนั้นได้ มาตรา ๑๔๘๔[167] ถ้าคู่สมรสฝ่ายซึ่งมีอำนาจจัดการสินสมรส (๑) จัดการสินสมรสเป็นที่เสียหายถึงขนาด (๒) ไม่อุปการะเลี้ยงดูอีกฝ่ายหนึ่ง (๓) มีหนี้สินล้นพ้นตัวหรือทำหนี้เกินกึ่งหนึ่งของสินสมรส (๔) ขัดขวางการจัดการสินสมรสของอีกฝ่ายหนึ่งโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร (๕) มีพฤติการณ์ปรากฏว่าจะทำความหายนะให้แก่สินสมรส อีกฝ่ายหนึ่งอาจร้องขอให้ศาลสั่งอนุญาตให้ตนเป็นผู้จัดการสินสมรสแต่ผู้เดียวหรือสั่งให้แยกสินสมรสได้ ในกรณีตามวรรคหนึ่ง ถ้ามีคำขอ ศาลอาจกำหนดวิธีคุ้มครองชั่วคราวเพื่อจัดการสินสมรสได้ตามที่เห็นสมควร และหากเป็นกรณีฉุกเฉินให้นำบทบัญญัติเรื่องคำขอในเหตุฉุกเฉินตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับมาตรา ๑๔๘๔/๑[168] ในกรณีที่ศาลได้มีคำสั่งห้ามหรือจำกัดอำนาจในการจัดการสินสมรสของคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตาม
คัดลอกจากราชกิจจานุเบกษา / สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
คำแปลภาษาอังกฤษ
In managing the Sin Somros in the following cases, the husband and wife have to be joint manager, or one spouse has to obtain consent from the other: (1) Selling, exchanging, sale with the right of redemption, letting out property on hire-purchase, mortgaging, releasing mortgage to mortgagor or transferring the right of mortgage on immovable property or on mortgageable movable property. (2) Creating or distinguishing the whole or a part of the servitude, right of inhabitation, right of superficies, usufruct or charge on immovable property. (3) Letting immovable property for more than three years. feedback (/form/1-samuiforsale-contact-form.html?tmpl=component) / (4) Lending money (5) Making a gift unless it is a gift for charitable, social or moral purposes and is auitable to the family condition. (6) Making a compromise. (7) Submitting a dispute to arbitration. (8) Putting up the property as guarantee or security with a competent official or the Court. The management of the Sin Somros in any case other than those provided in paragraph one can be made only by one spouse without having to obtain consent from the other.
คำแปลนี้ยังไม่ได้รับการรับรองจากสำนักงาน — โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 1476 เป็นส่วนหนึ่งของบรรพ 5 (ครอบครัว) แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เนื้อหานี้รอการจัดทำหมายเหตุของสำนักงาน ตัวบทภาษาไทยข้างต้นคัดลอกจากต้นฉบับของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
ข้อพิจารณาเชิงปฏิบัติ
สำหรับทนายความ: ตรวจสอบว่าการทำนิติกรรมที่ดินของบุคคลที่สมรสแล้วต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสหรือไม่ หากไม่ได้รับ คู่สมรสที่ไม่ยินยอมอาจร้องขอเพิกถอนภายในหนึ่งปีนับแต่รู้ หรือภายในสิบปีนับแต่วันทำนิติกรรม สำหรับประชาชน: หากคู่สมรสขาย จำนอง หรือโอนที่ดินโดยไม่ได้รับความยินยอม ท่านอาจมีสิทธิเพิกถอน ต้องดำเนินการภายในหนึ่งปีนับแต่ทราบ
ความเป็นมาทางกฎหมาย
มาตรา 1476 ได้รับการแก้ไขใน พ.ศ. 2519 พระราชบัญญัติสมรสเท่าเทียม (ฉบับที่ 24) พ.ศ. 2567 ได้แทนที่บทบาทการจัดการที่แบ่งตามเพศด้วยสิทธิจัดการร่วมกันอย่างเท่าเทียมสำหรับคู่สมรสทุกคู่
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 10633/2551 (2008)
การจำนองสินสมรสฝ่ายเดียวเพิกถอนได้ แต่บุคคลภายนอกที่รับจำนองโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนได้รับการคุ้มครอง
ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ได้มาระหว่างสมรสเป็นสินสมรส การจำนองฝ่ายเดียวโดยไม่ได้รับความยินยอมอาจเพิกถอนได้ แต่เมื่อธนาคารผู้รับจำนองกระทำโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน จึงไม่อาจเพิกถอนได้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 7978/2542 (1999)
เมื่อคู่สมรสฝ่ายหนึ่งจำนองสินสมรสโดยไม่ได้รับความยินยอม จำนองไม่ผูกพันส่วนของคู่สมรสที่ไม่ให้ความยินยอม
สินสมรสที่นำไปจำนองกับธนาคารโดยคู่สมรสฝ่ายเดียวโดยไม่ได้รับความยินยอมของคู่สมรสที่ชอบด้วยกฎหมาย จำนองไม่ผูกพันส่วนของคู่สมรสที่ไม่ได้ให้ความยินยอม
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา