Prêt déguisé dissimulant une vente d'entreprise, nul pour violation de la loi sur les entreprises étrangères สัญญากู้ยืมอำพรางการซื้อขายกิจการเพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายต่างด้าว ตกเป็นโมฆะ
⚖️ Points clés à retenir ⚖️ ประเด็นสำคัญ
Where a loan agreement is a simulated act concealing another transaction, the concealed transaction governs. A sale of a business arranged to evade Loi sur les entreprises étrangères restrictions has an unlawful object, so the lender cannot enforce the loan document that papered it. Substance over form.
เมื่อสัญญากู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมอำพรางนิติกรรมอื่น ต้องบังคับตามนิติกรรมที่ถูกอำพรางไว้ และเมื่อสัญญาซื้อขายกิจการที่ถูกอำพรางมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นวัตถุประสงค์ต้องห้าม ผู้ให้กู้จึงบังคับตามสัญญากู้ยืมที่ใช้อำพรางไม่ได้
Résumé exécutif บทสรุปผู้บริหาร
Les faits de l'affaire ข้อเท็จจริง
Décision de la Cour (Ratio Decidendi) คำวินิจฉัยของศาล (หลักกฎหมาย)
Where a loan agreement is a simulated act concealing another transaction, the concealed transaction governs. A sale of a business arranged to evade Foreign Business Act restrictions has an unlawful object, so the lender cannot enforce the loan document that papered it. Substance over form.
เมื่อสัญญากู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมอำพรางนิติกรรมอื่น ต้องบังคับตามนิติกรรมที่ถูกอำพรางไว้ และเมื่อสัญญาซื้อขายกิจการที่ถูกอำพรางมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว อันเป็นวัตถุประสงค์ต้องห้าม ผู้ให้กู้จึงบังคับตามสัญญากู้ยืมที่ใช้อำพรางไม่ได้
Analyse juridique การวิเคราะห์ทางกฎหมาย
Décision de la Cour plénière คำพิพากษาฉบับเต็ม
Voici le texte intégral de l'arrêt n° 5457/2560 de la Cour suprême. Source : deka.supremecourt.or.th ต่อไปนี้คือคำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5457/2560 ฉบับเต็ม แหล่งที่มา: deka.supremecourt.or.th
Une traduction anglaise est en cours de préparation et sera bientôt disponible.
โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 19,500,000 บาท และดอกเบี้ยคิดถึงวันฟ้อง 1,041,859.80 บาท แก่โจทก์ กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 15 ต่อปี ของต้นเงิน 19,500,000 บาท นับแต่วันฟ้องไปจนกว่าชำระเสร็จ
จำเลยทั้งสองให้การทำนองเดียวกันขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง กับให้โจทก์ใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนจำเลยทั้งสอง โดยกำหนด ค่าทนายความ 50,000 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีให้เป็นพับ
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษากลับ ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันชำระเงิน 19,500,000 บาท แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 28 มกราคม 2556 ไปจนกว่าชำระเสร็จ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความรวม 80,000 บาท
จำเลยทั้งสองฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงรับฟังเป็นยุติตามที่คู่ความไม่โต้แย้งกันว่า จำเลยที่ 1 เป็นนิติบุคคลประเภทบริษัทจำกัด มีจำเลยที่ 2 และนางศุภวรรณ เป็นกรรมการผู้มีอำนาจทำการแทนตามหนังสือรับรอง นายมาซายูกิ เป็นบุตรโจทก์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2556 จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินจากโจทก์ 19,500,000 บาท มีจำเลยที่ 2 เป็นผู้ทำสัญญาค้ำประกันตามสัญญากู้ยืมเงินและสัญญาค้ำประกัน จำเลยที่ 1 ได้รับเงินแล้วเมื่อวันที่ 28 มกราคม 2556
คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่า สัญญาซื้อขายกิจการจำเลยที่ 1 เป็นโมฆะเพราะมีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ ปัญหานี้ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่า คดีต้องบังคับตามสัญญาซื้อขายกิจการจำเลยที่ 1 ที่ถูกอำพรางไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 155 วรรคสอง พยานหลักฐานในคดีไม่เพียงพอวินิจฉัยประเด็นว่าสัญญาซื้อขายกิจการจำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ และศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยที่ 1 เป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขาย โจทก์มีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ จำเลยทั้งสองต้องร่วมกันรับผิดคืนเงินค่าซื้อขายกิจการแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยทั้งสองฎีกาโต้แย้งว่า คดีมีพยานหลักฐานเพียงพอให้วินิจฉัยว่าสัญญาซื้อขายกิจการจำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายแล้วนั้น พิเคราะห์แล้ว จำเลยทั้งสองต่างให้การรับว่า จำเลยที่ 1 ทำสัญญากู้ยืมเงินกับโจทก์และยกข้อต่อสู้ว่าสัญญากู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาซื้อขายกิจการของจำเลยที่ 1 เพื่อหลีกเลี่ยงมิให้จำเลยที่ 1 ถูกจำกัดสิทธิบางประการตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 เมื่อศาลอุทธรณ์ภาค 2 ฟังว่าสัญญากู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาซื้อขายกิจการของจำเลยที่ 1 คดีย่อมมีประเด็นข้อพิพาทที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ต้องวินิจฉัยต่อไปว่า สัญญาซื้อขายกิจการจำเลยที่ 1 มีวัตถุประสงค์ต้องห้ามตามกฎหมายหรือไม่ดังที่จำเลยทั้งสองให้การต่อสู้ไว้ และเมื่อจำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายกล่าวอ้างยกข้อต่อสู้ในปัญหานี้เป็นข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงที่นำไปสู่การวินิจฉัยปัญหาข้อกฎหมาย จำเลยทั้งสองจึงมีภาระการพิสูจน์ข้อเท็จจริงดังกล่าว หากนำสืบพิสูจน์ไม่ได้หรือนำสืบพยานหลักฐานไม่เพียงพอให้วินิจฉัยก็ต้องเป็นฝ่ายแพ้คดี ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 ไม่วินิจฉัยปัญหานี้โดยตำหนิว่าคดียังไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะวินิจฉัยจึงไม่ชอบ ฎีกาจำเลยทั้งสองข้อนี้ฟังขึ้น
เมื่อวินิจฉัยดังกล่าวแล้ว ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาตามที่จำเลยทั้งสองฎีกาข้อนี้ไปเสียทีเดียว ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามคำเบิกความของนายโยชิกิ พยานจำเลยที่ 1 ดังวินิจฉัยแล้วว่า ความตกลงระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ 2 เป็นเรื่องการซื้อขายกิจการของจำเลยที่ 1 โดยโจทก์ได้รับทราบความเรื่องการซื้อหุ้นบริษัทจดทะเบียนในประเทศไทยที่คนญี่ปุ่นไม่สามารถซื้อหุ้นได้ 100 เปอร์เซ็นต์ จึงต้องทำสัญญาในรูปการกู้ยืมเงิน แม้ได้ความตามคำเบิกความของนายรุ่งวิกรัย พยานจำเลยทั้งสองซึ่งมีตำแหน่งเป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของจำเลยที่ 1 ว่า เมื่อต้นเดือนมีนาคม 2556 โจทก์ส่งมอบรายชื่อผู้จะเข้าเป็นกรรมการและผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ไปให้จำเลยที่ 2 ทราบ จำเลยที่ 2 จึงแจ้งให้พยานดำเนินการเพื่อแก้ไขบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นและเตรียมการเพื่อเปลี่ยนแปลงอำนาจกรรมการของจำเลยที่ 1 ตามที่โจทก์แจ้ง โดยโจทก์ถือหุ้น 10,600 หุ้น นายมาซายูกิ ถือหุ้น 9,000 หุ้น นอกจากโจทก์กับบุตรโจทก์แล้ว ยังมีผู้มีสัญชาติไทยถือหุ้นอีก 6 ราย ถือหุ้นรวมกัน 20,400 หุ้น รวมหุ้นทั้งหมด 40,000 หุ้น ซึ่งคำนวณได้เท่ากับโจทก์กับบุตรถือหุ้นรวมกันเป็นร้อยละ 49 ส่วนผู้มีสัญชาติไทยอีก 6 ราย ถือหุ้นรวมกันเป็นร้อยละ 51 ของหุ้นทั้งหมดของจำเลยที่ 1 แต่ปรากฏตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์พร้อมคำแปล ที่โจทก์เบิกความตอบคำถามติงรับว่าเป็นจดหมายติดต่อกับจำเลยที่ 2 ฉบับลงวันที่ 17 ธันวาคม 2555 ที่นายมาซายูกิ บุตรโจทก์มีถึงจำเลยที่ 2 ระบุว่า "...ในเรื่องของตัวบทกฎหมายของประเทศไทยนั้น เท่าที่ได้ยินมาว่ามีการหลบหลีกให้สามารถบรรลุเป้าหมายได้ ในเรื่องของการซื้อขายหุ้นนั้น ถ้าเป็นไปได้ อยากจะให้ท่านประธานคุมาซาว่าทำการซื้อหุ้นทั้งหมดมาไว้กับตัว หลังจากนั้นจึงทำการซื้อขายหุ้นทั้งหมดจากท่านประธานคุมาซาว่าได้หรือไม่..." ข้อความตามจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ฉบับนี้ประกอบกับข้อเท็จจริงที่ได้ความว่า กรณีเป็นการซื้อขายกิจการของจำเลยที่ 1 ทั้งหมดโดยโจทก์ดังวินิจฉัยแล้ว ตามพฤติการณ์เห็นได้ว่า โจทก์เป็นผู้ซื้อกิจการของจำเลยที่ 1 และเป็นผู้รับโอนหุ้นทั้งหมดตามความเป็นจริง ส่วนผู้มีสัญชาติไทยอีก 6 ราย เป็นเพียงผู้มีชื่อถือสิทธิในหุ้นแทนโจทก์เท่านั้น มีลักษณะเป็นการให้ผู้มีสัญชาติไทยถือสิทธิในหุ้นแต่เพียงในนาม เมื่อโจทก์กับบุตรเป็นเจ้าของกิจการและเป็นผู้ถือหุ้นของจำเลยที่ 1 ที่แท้จริงเกินกว่ากึ่งหนึ่งของหุ้นจำเลยที่ 1 มีผลให้จำเลยที่ 1 อยู่ในฐานะเป็นคนต่างด้าวตามพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 มาตรา 4 (3) (ก) (4) และถูกจำกัดสิทธิในการประกอบธุรกิจบางประเภทดังบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติดังกล่าวและตามที่กำหนดไว้ในบัญชีหนึ่ง บัญชีสองและบัญชีสามท้ายพระราชบัญญัติ หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุก ดังนี้ สัญญาซื้อขายกิจการจำเลยที่ 1 ที่โจทก์กับจำเลยที่ 1 ทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อหลีกเลี่ยงกฎหมายที่ควบคุมการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวด้วยการให้ผู้มีสัญชาติไทยมีชื่อถือหุ้นแทนแต่เพียงในนาม สัญญาดังกล่าวจึงตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 150 กรณีเป็นเรื่องโจทก์รู้อยู่ว่าการที่โจทก์ซื้อกิจการจำเลยที่ 1 ทั้งหมดและให้มีผู้ถือหุ้นสัญชาติไทยถือหุ้นแต่เพียงในนามแทนโจทก์ที่เป็นคนต่างด้าวอันเป็นการจงใจกระทำการฝ่าฝืนและต้องห้ามตามกฎหมายมาแต่ต้น หาใช่เป็นกรณีนิติบุคคลต่างด้าวอาจขออนุญาตประกอบกิจการที่กฎหมายห้ามได้ดังที่โจทก์แก้ฎีกาไม่ เพราะกรณีเช่นนั้นต้องเป็นนิติบุคคลต่างด้าวที่สุจริตเท่านั้น ได้ความดังนี้ เงินที่โจทก์อ้างว่าให้กู้ยืมแต่แท้ที่จริงเป็นเงินที่โจทก์ชำระหนี้ตามสัญญาซื้อกิจการจำเลยที่ 1 ย่อมเป็นการชำระหนี้ที่ฝ่าฝืนข้อห้ามตามกฎหมาย และไม่อาจเรียกคืนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 411 เมื่อวินิจฉัยดังนี้แล้ว ปัญหาตามฎีกาจำเลยทั้งสองว่าโจทก์หรือจำเลยทั้งสองเป็นฝ่ายผิดสัญญาซื้อขายจึงไม่จำต้องวินิจฉัยเพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษาให้จำเลยทั้งสองรับผิดชำระหนี้แก่โจทก์นั้น ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย ฎีกาของจำเลยทั้งสองฟังขึ้น
พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ
Articles de code cités มาตราที่อ้างอิง
💡 Ce que cela signifie pour vous 💡 สิ่งที่หมายถึงสำหรับคุณ
Foire aux questions คำถามที่พบบ่อย
What did Decision 5457/2560 actually decide? คำพิพากษาที่ 5457/2560 วินิจฉัยว่าอย่างไร
That a loan agreement was a simulated act concealing a sale of the borrower company’s business, and that the concealed sale had an unlawful object because it was arranged to evade Foreign Business Act restrictions. The foreign lender’s claim was dismissed.
วินิจฉัยว่าสัญญากู้ยืมเงินเป็นนิติกรรมอำพรางสัญญาซื้อขายกิจการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์ต้องห้าม ศาลพิพากษายกฟ้อง
Is this case authority that nominee shareholders are void? คดีนี้เป็นบรรทัดฐานว่าการถือหุ้นแทนเป็นโมฆะหรือไม่
No. The judgment does not deal with nominee shareholding at all. The concealed transaction was a sale of a business, not a share arrangement. Do not cite it for a nominee-shareholder rule.
ไม่ใช่ คำพิพากษามิได้วินิจฉัยเรื่องการถือหุ้นแทนแต่อย่างใด
📖 Pour en savoir plus, consultez ThaiLawOnline 📖 อ่านเพิ่มเติมที่ ThaiLawOnline
Clause de non-responsabilité: Les traductions anglaises fournies sur ce site Web sont non officielles et à titre informatif uniquement. Le texte faisant foi des lois thaïlandaises est en langue thaïe tel que publié dans la Gazette royale thaïlandaise (RatchakitchanubeksaCe contenu ne constitue pas un avis juridique. Pour toute question juridique spécifique, veuillez consulter un avocat thaïlandais qualifié.
Droits d'auteur © 2026 ThaiLaw Online Co. Ltd. Le texte statutaire thaïlandais (ตัวบทกฎหมาย) et les décisions originales de la Cour suprême (Dika) en langue thaïe sont dans le domaine public telles que publiées dans la Gazette du gouvernement royal thaïlandais (ราชกิจจานุเบกษา) conformément à l'article 7 de la loi sur le droit d'auteur de 2537 (1994). Tout le reste du contenu, y compris les traductions en anglais, les résumés des décisions de la Cour suprême (Dika), les annotations juridiques, les renvois, les commentaires et l'analyse éditoriale, constitue la propriété intellectuelle protégée par le droit d'auteur de ThaiLawOnline et ses rédacteurs, Sébastien H. Brousseau (LL.B.) et Wichuda Atthatmethakon (LL.M.). Toute reproduction ou distribution non autorisée est interdite.
ข้อสงวนสิทธิ์: คำแปลภาษาอังกฤษที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้เป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการและมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ข้อมูลเท่านั้น ตัวบทกฎหมายที่เป็นทางการคือภาษาไทยตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เนื้อหานี้ไม่ถือเป็นคำแนะนำทางกฎหมาย สำหรับคำถามทางกฎหมายเฉพาะ กรุณาปรึกษาทนายความไทยที่มีคุณสมบัติ
ลิขสิทธิ์ © 2026 บริษัท ไทยลอว์ ออนไลน์ จำกัด ตัวบทกฎหมายภาษาไทยและคำพิพากษาศาลฎีกาฉบับภาษาไทยดั้งเดิมเป็นสาธารณสมบัติ ตามที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 เนื้อหาอื่นทั้งหมด ได้แก่ คำแปลภาษาอังกฤษ บทสรุปคำพิพากษาศาลฎีกา คำอธิบายกฎหมาย การอ้างอิงข้าม ข้อวิจารณ์ และบทวิเคราะห์ทางบรรณาธิการ เป็นทรัพย์สินทางปัญญาอันมีลิขสิทธิ์ของ ThaiLawOnline และบรรณาธิการ เซบาสเตียง อ็อง บรูโซ (LL.B.) และ วิชุดา อรรถเมธากร (LL.M.) ห้ามทำซ้ำหรือเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต