มาตรา 245: นำเงินตราปลอมออกใช้ภายหลังรู้ว่าปลอม
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]
คำแปลภาษาอังกฤษ
ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรานี้เป็นบทผ่อนผันสำหรับผู้ที่ได้เงินตราปลอมหรือแปลงมาโดยสุจริต องค์ประกอบมีสามส่วน คือ การได้มาโดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง การรู้ในภายหลัง และการยังขืนนำออกใช้ทั้งที่รู้แล้ว ความผิดจึงเกิดขึ้นที่การตัดสินใจผลักภาระความเสียหายไปให้ผู้อื่นหลังจากรู้ความจริงแล้ว โทษคือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นอัตราขั้นสูงและไม่มีขั้นต่ำ ต่างจากมาตรา 244 ที่ใช้กับผู้ที่รู้ตั้งแต่ได้มา ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท อัตราโทษปัจจุบันแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
จุดที่ควรทราบสำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการคือ การได้รับธนบัตรปลอมมาโดยไม่รู้ไม่เป็นความผิด แต่การนำธนบัตรนั้นออกใช้ต่อหลังจากรู้แล้วเป็นความผิดตามมาตรานี้ โดยมีโทษถึงจำคุกสิบปี วิธีปฏิบัติที่ปลอดภัยคือแยกธนบัตรที่สงสัยออกไว้และส่งมอบให้ธนาคารหรือเจ้าพนักงาน มิใช่นำไปใช้ต่อ ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ในคดีคือผู้ถูกกล่าวหารู้เมื่อใด และนำออกใช้หลังจากรู้แล้วหรือไม่ ซึ่งต่างจากมาตรา 244 ที่ต้องรู้ตั้งแต่ได้มา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2507 ถึง 2536)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2338/2536 (1993)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 757/2527 (1984)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 143/2527 (1984)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 306/2521 (1978)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 438/2530 (1987)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 3145/2527 (1984)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 885/2507 (1964)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ
มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 245 (ประเทศไทย) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 245. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/ (accessed 17 ตุลาคม 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 245 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/"><p>ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 245 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา