ตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา · ใบอนุญาตทนายความเลขที่ 3149/2556 +66 87 225 1340 (EN/FR) +66 87 414 9288 (TH) WhatsApp

ประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา 245: นำเงินตราปลอมออกใช้ภายหลังรู้ว่าปลอม

ตัวบทกฎหมาย

ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]

คำแปลภาษาอังกฤษ

ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว

หมายเหตุของสำนักงาน

มาตรานี้เป็นบทผ่อนผันสำหรับผู้ที่ได้เงินตราปลอมหรือแปลงมาโดยสุจริต องค์ประกอบมีสามส่วน คือ การได้มาโดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลง การรู้ในภายหลัง และการยังขืนนำออกใช้ทั้งที่รู้แล้ว ความผิดจึงเกิดขึ้นที่การตัดสินใจผลักภาระความเสียหายไปให้ผู้อื่นหลังจากรู้ความจริงแล้ว โทษคือจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งเป็นอัตราขั้นสูงและไม่มีขั้นต่ำ ต่างจากมาตรา 244 ที่ใช้กับผู้ที่รู้ตั้งแต่ได้มา ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงสิบห้าปีและปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงสามแสนบาท อัตราโทษปัจจุบันแก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 26) พ.ศ. 2560

ความสำคัญในทางปฏิบัติ

จุดที่ควรทราบสำหรับร้านค้าและผู้ประกอบการคือ การได้รับธนบัตรปลอมมาโดยไม่รู้ไม่เป็นความผิด แต่การนำธนบัตรนั้นออกใช้ต่อหลังจากรู้แล้วเป็นความผิดตามมาตรานี้ โดยมีโทษถึงจำคุกสิบปี วิธีปฏิบัติที่ปลอดภัยคือแยกธนบัตรที่สงสัยออกไว้และส่งมอบให้ธนาคารหรือเจ้าพนักงาน มิใช่นำไปใช้ต่อ ประเด็นที่ต้องพิสูจน์ในคดีคือผู้ถูกกล่าวหารู้เมื่อใด และนำออกใช้หลังจากรู้แล้วหรือไม่ ซึ่งต่างจากมาตรา 244 ที่ต้องรู้ตั้งแต่ได้มา

มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 7 คดี (พ.ศ. 2507 ถึง 2536)

ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง

  • คำพิพากษาฎีกาที่ 2338/2536 (1993)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 757/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 143/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 306/2521 (1978)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 438/2530 (1987)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 3145/2527 (1984)
  • คำพิพากษาฎีกาที่ 885/2507 (1964)

รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน

มักถูกอ้างถึงพร้อมกับ

มาตราที่ปรากฏร่วมกับมาตรานี้บ่อยที่สุดในคำพิพากษาเดียวกัน ตัวเลขคือจำนวนคดี

นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2569 จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ

วิธีอ้างอิงมาตรานี้

  • อ้างอิงแบบทั่วไป ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 245 (ประเทศไทย)
  • อ้างอิงแบบวิชาการ Penal Code (Thailand), s. 245. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/ (accessed 17 ตุลาคม 2026).
  • อ้างอิงแบบไทย ป.อ. มาตรา 245
  • ลิงก์ถาวร https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/
  • โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น <blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/"><p>ผู้ใดได้มาซึ่งสิ่งใด ๆ โดยไม่รู้ว่าเป็นของปลอมตามมาตรา ๒๔๐ หรือของแปลงตามมาตรา ๒๔๑ ถ้าต่อมารู้ว่าเป็นของปลอมหรือของแปลงเช่นว่านั้น ยังขืนนำออกใช้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสิบปี หรือปรับไม่เกินสองแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ หมายเหตุ: [อัตราโทษ แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๒๖) พ.ศ. ๒๕๖๐]</p><footer>ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 245 (ประเทศไทย): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-245/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>

ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อการศึกษา ไม่ใช่คำปรึกษาทางกฎหมาย โปรดปรึกษาทนายความก่อนนำไปใช้กับกรณีจริง

เลื่อนขึ้น
WhatsApp LINE โทร จอง