มาตรา 269/2: ทำเครื่องมือสำหรับปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ตัวบทกฎหมาย
ผู้ใดทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลง หรือสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลงสิ่งใด ๆ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๒๖๙/๑ หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท
คำแปลภาษาอังกฤษ
Whoever makes a tool or object for forging or altering, or for obtaining data used in forging or altering, anything specified in Section 269/1, or possesses such a tool or object in order to use it or to obtain data used in forging or altering, shall be liable to imprisonment from one year to five years and a fine from twenty thousand baht to one hundred thousand baht.
คำแปลโดย ThaiLawOnline แปลจากต้นฉบับภาษาไทยและตรวจสอบแล้ว
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา 269/2 เป็นความผิดในขั้นตระเตรียมการ โดยย้อนกลับไปเอาผิดเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำความผิดฐานปลอม การกระทำที่เป็นความผิดมีสองลักษณะ คือ ทำเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น และมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้นไว้ และมีวัตถุประสงค์สองประการ คือ เพื่อปลอมหรือแปลงสิ่งใด ๆ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา 269/1 และเพื่อให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง โดยไม่จำต้องมีการปลอมบัตรสำเร็จแล้ว ซึ่งทำให้เจ้าพนักงานเข้าจับกุมขบวนการปลอมบัตรได้ก่อนที่จะมีการผลิตบัตรปลอมออกมา ในทางปฏิบัติวัตถุแห่งความผิดได้แก่ เครื่องสกิมเมอร์ที่ติดตั้งกับตู้เอทีเอ็มหรือเครื่องรับบัตร เครื่องบันทึกข้อมูลลงแถบแม่เหล็ก บัตรเปล่า และตัวข้อมูลแถบแม่เหล็กหรือรหัสที่ดักจับมาได้ ซึ่งเข้าถ้อยคำว่าให้ได้ข้อมูล โทษของมาตรานี้เท่ากับความผิดสำเร็จตามมาตรา 269/1 คือหนึ่งปีถึงห้าปีและปรับ ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติและสะท้อนว่าเครื่องมือเป็นหัวใจของขบวนการปลอมบัตร ส่วนมาตรา 269/3 เอาผิดการนำเครื่องมือดังกล่าวเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร และมาตรา 269/7 เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่งหากเกี่ยวกับบัตรชำระเงินหรือถอนเงินสด.
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
ความสำคัญในทางปฏิบัติคือ ความผิดสำเร็จเมื่อพิสูจน์ได้ถึงวัตถุประสงค์ในการมีไว้ ผู้ที่ถูกตรวจพบว่ามีเครื่องบันทึกข้อมูลและบัตรเปล่าจึงมีโทษในอัตราเดียวกับผู้ที่ผลิตบัตรปลอมสำเร็จแล้ว คือหนึ่งปีถึงห้าปี ประเด็นที่ต่อสู้กันในชั้นพิจารณามักเป็นเรื่องวัตถุประสงค์มากกว่าการครอบครอง เพราะเครื่องมือเหล่านี้จำนวนมากมีการใช้งานโดยชอบในธุรกิจระบบชำระเงิน ผู้ประกอบการที่มีเครื่องรับบัตรหรือเครื่องออกบัตรในประเทศไทยจึงควรมีเอกสารแสดงเหตุผลของการครอบครองไว้ การยึดเครื่องมือมักนำไปสู่การฟ้องตามมาตรานี้ควบคู่กับมาตรา 269/1 และหากมีการใช้บัตรแล้วก็จะรวมมาตรา 269/4 และลักทรัพย์ตามมาตรา 334 ด้วย.
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ตีความมาตรานี้
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2490/2558 (2015)
เมื่อผู้กระทำมีเจตนาให้นำบัตรปลอมแต่ละใบไปใช้แยกต่างหากจากกัน ซึ่งน่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้ถือบัตรหรือธนาคารเจ้าของบัตร การมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ปลอมหลายใบย่อมเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน กระทงละหนึ่งใบ ส่วนความผิดฐานมีเครื่องมือเพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์ในการปลอมตามมาตรา 269/2 นั้น ศาลฎีกายกฟ้องจำเลยที่ 3 เพราะเครื่องบันทึกข้อมูลบัตรอิเล็กทรอนิกส์พบในรถของจำเลยอื่น ทั้งฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 3 ร่วมปลอมบัตร และคำรับสารภาพในชั้นจับกุมต้องห้ามมิให้รับฟังตาม ป.วิ.อ. มาตรา 84 วรรคท้าย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยที่ 3 ตาม ป.วิ.อ. มาตรา 227 วรรคสอง
จำเลยถูกฟ้องตามมาตรา 269/1, 269/2, 269/4, 269/7 เกี่ยวกับบัตรชำระเงินปลอม เนื่องจากมีเจตนาให้ใช้แต่ละใบแยกกัน จึงเป็นความผิดฐานร่วมกันมีไว้เพื่อใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์รวม 5 กระทง.
-
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1517/2564 (2021)
การปลอมบัตรอิเล็กทรอนิกส์ตามมาตรา 269/2 เป็นความผิดควบคู่กับการปลอมเอกสารและลักทรัพย์ได้ เพราะบัตรชำระเงินถือเป็นทั้งบัตรอิเล็กทรอนิกส์และเอกสารสิทธิ.
ในคดีหลายกระทงตามมาตรา 264, 265, 266, 269/1, 269/2, 269/4, 269/7 ประกอบลักทรัพย์ตามมาตรา 334 จำเลยถูกลงโทษหลายกรรม โดยถือว่าบัตรชำระเงินเป็นทั้งเอกสารสิทธิและบัตรอิเล็กทรอนิกส์.
คำพิพากษาที่คัดสรรและตรวจสอบเลขคดีจากฐานข้อมูลศาลฎีกา คำแปลภาษาอังกฤษโดยสำนักงานเพื่อการศึกษา
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 2 คดี (พ.ศ. 2558 ถึง 2564)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 2490/2558 (2015)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1517/2564 (2021)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
การปลอมบัตรเครดิตหรือบัตรเอทีเอ็มมีโทษเท่าใด
การปลอมตัวบัตรเป็นความผิดตามมาตรา 269/1 มิใช่มาตรานี้ และมีโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ส่วนมาตรา 269/2 เป็นความผิดในขั้นตระเตรียมการที่อยู่คู่กัน คือการทำ หรือการมีไว้เพื่อการนั้น ซึ่งเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลงบัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง โดยมีโทษเท่ากันคือจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท ทั้งนี้ถ้าเป็นบัตรที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อชำระค่าสินค้าหรือเพื่อถอนเงินสด มาตรา 269/7 ให้เพิ่มโทษอีกกึ่งหนึ่ง ส่วนมาตรา 269/3 เป็นความผิดคนละฐาน คือการนำบัตรหรือเครื่องมือเช่นว่านั้นเข้ามาในหรือส่งออกไปนอกราชอาณาจักร
บัตรปลอมหลายใบนับแยกกันหรือไม่
นับแยก เมื่อมีการทำหรือมีไว้ซึ่งบัตรปลอมหลายใบโดยมีเจตนาให้ใช้แต่ละใบแยกต่างหาก ศาลถือเป็นความผิดหลายกรรมและลงโทษเรียงกระทง.
ผู้จัดการฝ่ายบน ThaiLawOnline
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 269/2 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 269/2. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-2/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 269/2 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-2/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-2/"><p>ผู้ใดทำเครื่องมือหรือวัตถุสำหรับปลอมหรือแปลง หรือสำหรับให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลงสิ่งใด ๆ ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๒๖๙/๑ หรือมีเครื่องมือหรือวัตถุเช่นว่านั้น เพื่อใช้หรือให้ได้ข้อมูลในการปลอมหรือแปลง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หนึ่งปีถึงห้าปี และปรับตั้งแต่สองหมื่นบาทถึงหนึ่งแสนบาท</p><footer>Penal Code, s. 269/2 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-269-2/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา