มาตรา 42: การคำนวณระยะเวลากักกัน
ตัวบทกฎหมาย
ในการคำนวณระยะเวลากักกัน ให้นับวันที่ศาลพิพากษาเป็นวันเริ่มกักกัน แต่ถ้ายังมีโทษจำคุกหรือกักขังที่ผู้ต้องกักกันนั้นจะต้องรับอยู่ก็ให้จำคุกหรือกักขังเสียก่อน และให้นับวันถัดจากวันที่พ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากกักขังเป็นวันเริ่มกักกัน ระยะเวลากักกัน และการปล่อยตัวผู้ถูกกักกัน ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
คำแปลภาษาอังกฤษ
In calculating the period of detention, it shall be counted from the date of the court's judgment. If there is a term of imprisonment to be served before detention, the imprisonment shall be served first, and detention shall begin from the day following the day of release from imprisonment.
The provisions of Section 21 shall apply mutatis mutandis.
คำแปลนี้ยังไม่ได้ตรวจสอบโดยสำนักงาน โปรดอ้างอิงตัวบทภาษาไทยเป็นหลัก
หมายเหตุของสำนักงาน
มาตรา ๔๒ กำหนดจังหวะเวลาของคำสั่งกักกันตามมาตรา ๔๑ โดยหลักให้นับระยะเวลาแต่วันที่ศาลพิพากษา แต่หากผู้นั้นมีโทษจำคุกที่ต้องรับด้วย ให้จำคุกก่อนแล้วเริ่มกักกันวันถัดจากวันพ้นโทษจำคุก ทั้งสองจึงไม่ทับซ้อนกัน มาตรานี้นำวิธีนับเวลาตามมาตรา ๒๑ (หลักการคำนวณระยะเวลาการควบคุมตัว) มาใช้โดยอนุโลม และปิดท้ายระบบผู้กระทำผิดติดนิสัยตามมาตรา ๔๐ และ ๔๑ ด้วยการกำหนดจุดเริ่มและวิธีวัดระยะเวลากักกันสามถึงสิบปี
ความสำคัญในทางปฏิบัติ
สำหรับผู้ที่ต้องรับทั้งโทษจำคุกและการกักกัน จุดสำคัญคือลำดับก่อนหลัง กล่าวคือ ต้องรับโทษจำคุกก่อน และการกักกันสามถึงสิบปีจะเริ่มวันถัดจากวันพ้นโทษจำคุก เวลาถูกควบคุมตัวรวมจึงอาจยาวนานมาก เพราะการกักกันนับต่อจากโทษจำคุกมิใช่นับพร้อมกัน ความเสี่ยงที่แท้จริงในคดีผู้กระทำผิดติดนิสัยจึงเท่ากับโทษจำคุกบวกระยะเวลากักกัน ทั้งนี้ใช้วิธีนับตามมาตรา ๒๑ จึงควรตรวจสอบวันเริ่มและวันสิ้นสุดให้ชัดเจน
มีคำพิพากษาศาลฎีกาอ้างถึงมาตรานี้ 5 คดี (พ.ศ. 2510 ถึง 2560)
ตัวอย่างคำพิพากษาที่อ้างถึง
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1341/2521 (1978)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 5059/2560 (2017)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 1635/2537 (1994)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 196/2510 (1967)
- คำพิพากษาฎีกาที่ 7330/2540 (1997)
รายการนี้คัดเลือกโดยระบบ โดยให้น้ำหนักกับคำพิพากษาที่ยกมาตรานี้ขึ้นวินิจฉัย มากกว่าคำพิพากษาที่เพียงอ้างถึงตอนพิพากษาลงโทษ ยังไม่ผ่านการตรวจทานโดยสำนักงาน
นับจากฐานข้อมูลคำพิพากษาศาลฎีกาของสำนักงาน จำนวน 83,652 คดี (พ.ศ. 2464 ถึง 2569) จำนวนคดีนับครบถ้วน ส่วนช่วงปีที่แสดงได้ตัดปีที่มีคดีน้อยผิดปกติออก เพื่อให้สะท้อนช่วงเวลาที่มีการอ้างถึงจริง ตัวเลขนี้คำนวณโดยสำนักงานเอง ไม่ใช่สถิติทางการของศาล วิธีการนับและตรวจสอบ
คำถามที่พบบ่อย
ระยะเวลากักกันเริ่มนับเมื่อใด
ตามมาตรา ๔๒ นับแต่วันที่ศาลพิพากษา แต่หากมีโทษจำคุกที่ต้องรับก่อน ให้เริ่มกักกันวันถัดจากวันพ้นโทษจำคุก
การกักกันนับพร้อมกับโทษจำคุกหรือไม่
ไม่ ต้องรับโทษจำคุกก่อน แล้วจึงเริ่มกักกันวันถัดจากวันพ้นโทษ จึงนับต่อกัน มิใช่นับพร้อมกัน
วิธีอ้างอิงมาตรานี้
-
อ้างอิงแบบทั่วไป
Penal Code, s. 42 (Thailand) -
อ้างอิงแบบวิชาการ
Penal Code (Thailand), s. 42. ThaiLawOnline, https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-42/ (accessed 6 กันยายน 2026). -
อ้างอิงแบบไทย
ป.อ. มาตรา 42 -
ลิงก์ถาวร
https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-42/ -
โค้ดสำหรับฝังในเว็บอื่น
<blockquote cite="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-42/"><p>ในการคำนวณระยะเวลากักกัน ให้นับวันที่ศาลพิพากษาเป็นวันเริ่มกักกัน แต่ถ้ายังมีโทษจำคุกหรือกักขังที่ผู้ต้องกักกันนั้นจะต้องรับอยู่ก็ให้จำคุกหรือกักขังเสียก่อน และให้นับวันถัดจากวันที่พ้นโทษจำคุกหรือพ้นจากกักขังเป็นวันเริ่มกักกัน ระยะเวลากักกัน และการปล่อยตัวผู้ถูกกักกัน ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๒๑ มาใช้บังคับโดยอนุโลม</p><footer>Penal Code, s. 42 (Thailand): <a href="https://www.thailawonline.com/th/thai-penal-code/section-42/">ไทยลอว์ออนไลน์</a></footer></blockquote>
ตัวบทภาษาไทยเป็นฉบับที่ใช้บังคับ คำแปลภาษาอังกฤษเป็นคำแปลอย่างไม่เป็นทางการโดย ThaiLawOnline เผยแพร่ให้นำไปใช้ต่อได้โดยอ้างที่มา